[บทวิเคราะห์] เมื่อการลงทุนของ Central Group ใน Grab กว่า 200 ล้านดอลลาร์ เริ่มออกอาวุธแล้ว

เมื่อต้นปี 2019 ช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา หนึ่งในข่าวใหญ่ของวงการค้าปลีกไทยคือการที่ Central Group ลงทุนใน Grab กว่า 200 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 6,340 ล้านบาท

ผ่านไปประมาณ 2 เดือน การลงทุนของ Central Group ใน Grab กว่า 200 ล้านดอลลาร์ เริ่มออกอาวุธแล้ว เราลองไปวิเคราะห์กันหน่อย

ทุ่ม 1,800 ล้านบาท จัดโปรโมชั่นใหญ่

แคมเปญล่าสุดหลังการลงทุนของ Central Group ใน Grab คือการส่งแคมเปญที่เน้นการเชื่อมต่อระหว่างออฟไลน์และออนไลน์ โดยทุ่มเงินกว่า 1,800 ล้านบาท เพื่อให้ทั้งส่วนลดและโปรโมชั่นกับลูกค้าที่ใช้บริการของ Grab เชื่อมต่อกับ Central Group

แคมเปญใหม่นี้มีชื่อว่า “แกร็บ x เซ็นทรัล: กิน ช้อป นอนสต็อป” โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • อาหาร: ถ้าสั่งอาหารจากร้านในเครือ CRG ผ่าน GrabFood จะมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลกินฟรีตลอดปี
  • ช้อปปิ้ง: เมื่อใช้บริการของ Grab ไม่ว่าจะบริการใดก็ตาม จะได้รับแสตมป์ส่วนลดไปใช้ซื้อสินค้าและอาหารในเครือเซ็นทรัลได้
  • การเดินทาง: เมื่อเดินทางไป-กลับห้างเซ็นทรัลผ่าน Grab จะมีโค้ดลดราคาให้ และหากชำระค่าบริการผ่านบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน จะได้รับรางวัล GrabRewards ที่เพิ่มมากขึ้นถึง 12 เท่า

ธรินทร์ ธนียวัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย บอกว่า “นี่คือการเสริมความแข็งแกร่งให้กับทั้งธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัลและแกร็บให้สามารถเติบโต พร้อมขยายการให้บริการให้ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าเพื่อตอบสนองทุกความต้องการในแต่ละวันของผู้บริโภค”

ส่วน ณัฐ วงศ์พานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (ซีอาร์จี) บอกว่าแคมเปญนี้ “เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือที่จะทำให้กลุ่มเซ็นทรัล มุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านดิจิทัลไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มของไทย และยังเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ ‘นิวเซ็นทรัล นิวอีโคโนมี’ (New Central, New Economy)”

ชัดเจนว่า การร่วมมือของ Central Group และ Grab ในแคมเปญนี้ คือความพยายามในการครอบครองช่วงเวลาสำคัญของลูกค้า ตั้งแต่เรื่องอาหารการกิน ไปสู่การช้อปปิ้ง และไลฟ์สไตล์ โดยใช้พื้นฐานความแกร่งของ 2 ธุรกิจร่วมพลังกัน การส่งแคมเปญเหล่านี้ออกมา ถือเป็นอาวุธสำคัญในการสร้าง ecosystem ของการเชื่อมต่อโลกออฟไลน์และออนไลน์

ไม่ใช่แค่ซุปเปอร์แอพ แต่ต้องเชื่อมต่อออนไลน์-ออฟไลน์ให้ครบวงจร

หนึ่งในภาพที่ Grab พยายามเสนอมาตลอดคือการเป็นซุปเปอร์แอพ (Super App) ซึ่งหมายถึง แอพพลิเคชั่นที่ครอบคลุมสินค้าและบริการในหลากหลายหมวดหมู่ ซึ่งสิ่งที่สำคัญคือการเป็นแอพพลิเคชั่นที่ผู้ใช้งานต้องการเปิดใช้งานเป็นประจำทุกวัน อย่างน้อยก็ 1 ครั้งต่อวัน

แต่การจะเป็นซุปเปอร์แอพได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องมีสินค้าและบริการหลากหลายครบถ้วนจริงๆ ดังนั้นหนึ่งในท่าสำคัญที่แอพพลิเคชั่นรายใหญ่ในโลกทำ จึงหนีไม่พ้นความร่วมมือกับผู้เล่นรายอื่นๆ ในตลาดเพื่อสร้าง ecosystem ที่ครบวงจร เช่น เรียกรถเดินทางไปห้าง ได้สะสมคะแนน นำไปเป็นส่วนลดซื้อของหรือซื้ออาหารได้ เป็นต้น

ถึงที่สุดแล้ว การร่วมมือของ Central Group ซึ่งลงทุนใน Grab จึงเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้ทั้ง 2 ฝ่าย

ฝ่าย Central Group แกร่งเรื่องออฟไลน์ก็ได้โอกาสขยายฐานไปสู่ความเป็นออนไลน์ ส่วน Grab ที่แกร่งและเติบโตมาจากโลกออนไลน์ก็จับมือเพื่อขยายไปสู่ความเป็นออฟไลน์

นี่คือภาพของการร่วมมือกันระหว่าง Central Group และ Grab ที่เราเริ่มได้เห็นอาวุธที่ปล่อยออกมาแล้ว

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

ธงชัย ชลศิริพงษ์ | Content Editor ของ Brand Inside | ชอบอ่าน ชอบเขียน เลยมาสมัครงานข่าว พระเจ้าให้ทำมาหลายปีแล้ว หลังๆ ชอบพูด เลยทำวิดีโอและรับงานพิธีกร ตอนนี้สนใจประเด็นทุกอย่างที่เกี่ยวกับ "อนาคต" ของโลกธุรกิจ-ไอที นอกเหนือจากงาน ชอบอ่านการเมืองและปรัชญา | ไม่ค่อยเล่น Facebook ติดตามได้ที่: https://twitter.com/ThongchaiBoyd | เริ่มเขียน blog ลง Medium ติดตามได้ที่: https://medium.com/@thongchaicholsiripong | มีข้อแนะนำ-ติชม-วิพากษ์วิจารณ์ข่าว/บทความ ส่งมาได้ที่: Th.cholsiripong@gmail.com