ดร.โกร่ง มองเศรษฐกิจไทยอีก 5 ปีถึงจะฟื้นตัว มองค่าเงินบาทต้องอ่อนค่ากว่านี้ด้วยซ้ำ

วีรพงษ์ รามางกูร หรือ ดร. โกร่ง ได้กล่าวถึงสภาวะเศรษฐกิจไทยในยุคปัจจุบันอาจต้องรอ 5 ปีถึงจะได้เห็นเศรษฐกิจไทยฟื้นตัว และสัญญาณการฟื้นตัวจะมาจากต่างประเทศ นอกจากนี้ยังต้องให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าเพื่อที่จะทำให้การส่งออกดีขึ้น

Bangkok Thailand Container Port ท่าเรือ กรุงเทพ
ภาพจาก Shutterstock

วีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวปาฐกถาเรื่อง “ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจไทย 2020” ซึ่งจัดโดยสถาบันสร้างไทย โดยประเด็นสำคัญนั้น วีรพงษ์ หรือที่เรารู้จักกันดีว่า ดร. โกร่ง มองว่าประเทศไทยในขณะนี้ได้เข้าสู่สภาวะวิกฤติเศรษฐกิจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่าไทยอาจใช้เวลาถึง 5 ปีในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ โดยการฟื้นตัวครั้งต่อไปนั้น ดร. โกร่งมองว่าได้ปัจจัยจากต่างชาติ

ดร. โกร่ง ได้เล่าถึงพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยว่าไทยนั้นต้องพึ่งพิงการส่งออกและบริการด้วยสัดส่วนถึง 70% ฉะนั้นใครที่บอกว่าการส่งออกไม่สำคัญกับประเทศไทยจริงๆ รายได้ประชาชาติของไทยจะเหลือเพียงแค่ 30% และจะเกิดวิกฤติการณ์แน่นอน ในยามที่เศรษฐกิจโลกดีเศรษฐกิจไทยก็ดี ยามที่ราคาสินค้าเกษตรสูง ราคาสินค้าอุตสาหกรรมสูง จากนอกประเทศ เป็นไปตามราคาตลาดโลกถ้าหากราคาสินค้าเป็นดอลลาร์สหรัฐ

การที่จีนกลายเป็นโรงงานของโลกทำให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจไทย เนื่องจากไทยเราส่งสินค้าไปให้จีนและญี่ปุ่น แต่ตอนหลังกลายเป็นประเทศจีน และจากอดีตไทยส่งออกสินค้าเช่น ข้าว ยางพารา น้ำตาล จนมาถึงปัจจุบันไทยได้ส่งออกสินค้ากึ่งอุตสาหกรรมมากขึ้น

ปัจจุบันรายได้ประชาชาติของไทย มาจากภาคเกษตรแค่ 10% อีก 40% มาจากภาคอุตสาหกรรม ที่เหลืออีก 50% มาจากภาคบริการ เช่น ภาคการเงิน ธุรกิจส่งออกนำเข้า ภาคการค้าปลีก ทำให้ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยอยู่ในระดับกำลังพัฒนา และน่าจะตามมาเลเซียไปเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว

ขณะเดียวกัน ดร. โกร่ง ได้กล่าวว่าแต่ประเทศไทยโชคร้ายเพราะเกิดการรัฐประหารขึ้นมา จึงทำให้ความก้าวหน้าที่จะถีบตัวของประเทศไทยไปเป็นประเทศพัฒนานั้นชะงักลง ในสายตาประชาคมโลกไทยนั้นมีระบอบการปกครองที่ล้าหลัง และผู้นำของเราไม่สามารถเดินทางไปไหนได้ การที่ไทยมีรัฐประหารที่ผ่านมาได้ฉุดรั้งเศรษฐกิจไทยไม่ให้เดินหน้าไปไหน ผู้นำทหารของไทยมองว่าการปกครองของไทยไม่สำคัญนั้นไม่จริง

ดร. โกร่ง ได้กล่าวต่อเนื่องว่า การที่ผู้นำของเราไม่สามารถเดินทางไปเจรจาการค้าแบบทวิภาคีกับประเทศต่างๆ ไปได้เฉพาะการเจรจาแบบพหุภาคี (หลายๆ ประเทศรวมกัน) เป็นเหตุทำให้สภาวะเศรษฐกิจของเราถดถอยลง การส่งออกประสบปัญหา นอกจากนี้ยังไม่เข้าใจเรื่องบทบาทของอัตราแลกเปลี่ยน และความผิดพลาดของรัฐบาลนี้คือการไม่ดูแลผู้ส่งออกผ่านอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้การส่งออกถดถอยและล้าหลังสุดในอาเซียน

ขณะที่การท่องเที่ยวที่หวังว่าจะออกมาช่วยเรื่องการส่งออก แต่เราก็ทำตัวเอง เช่น กรณีเรือล่มที่จังหวัดภูเก็ต เราก็พูดกระทบจิตใจกับชาวจีน ขณะที่เกิดโรคระบาดเกิดขึ้น เราก็ทำอะไรบางอย่างที่กระทบจีน ทั้งๆ ที่เราต้องพึ่งพาประเทศจีน

ดร. โกร่ง ได้เล่าถึงเมื่อมีคนมาถามว่าเมื่อไหร่เศรษฐกิจไทยจะฟื้นนั้น ดร. โกร่งได้เล่าว่าเมื่อไหร่เศรษฐกิจโลกจะฟื้น นั้นยังมองไม่เห็นแสงสว่างจากปลายอุโมงค์ แม้ว่าเราจะไม่สามารถตั้งราคาตามตลาดโลกได้ แต่ความเข้าใจเศรษฐกิจของโลกและเศรษฐกิจของไทยนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าหากรัฐบาลมีทัศนะคติแปลกๆ จะสามารถแก้ไขเศรษฐกิจได้อย่างไร

แต่เศรษฐกิจไทยซบเซาเนื่องจากการส่งออก แต่การนำเข้าหดตัวมากกว่าการส่งออกด้วยซ้ำ ทำให้ดุลการค้า ดุลบัญชีเดินสะพัดยังดี ส่งผลทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่า ทำให้เกิดการไหลเข้าเก็งกำไร แต่ครั้งนี้ไม่ได้เข้าตลาดหุ้นแต่ไปอยู่ในตราสารหนี้ทำให้พันธบัตรรัฐบาลของไทยมีราคาสูงขึ้นแต่ผลตอบแทนลดลง นอกจากนี้อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นและระยะยาวกลับเท่ากัน มีอัตราใกล้เคียงกันทำให้คาดว่าเศรษฐกิจจะซบเซาไปอีกนาน

ดร. โกร่ง ยังมองว่าถ้าหากจะทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัว ค่าเงินบาทของไทยต้องอ่อนค่ามากกว่านี้ ตามสถิติถ้าอยากให้เศรษฐกิจไทยขยายตัว 4% ค่าเงินบาทต้องอยู่ที่ 33 บาทต่อดอลลาร์ ถ้าให้ขยายตัว 5% เงินบาทต้องอยู่ในระดับ 35 บาทต่อดอลลาร์ และถ้าหากค่าเงินบาทยังวนเวียนอยู่ที่ประมาณ 30 บาทจะทำให้เศรษฐกิจไทยไม่ไปไหน

และเมื่อโคโรนาไวรัสเข้ามาทำให้โมเดลที่รัฐบาลคาดไว้ผิดหมด การส่งออกที่ขยายตัวบ้างกลับกลายเป็นหดตัว ทุกอย่างผิดพลาดหมด ปีนี้จะกลายเป็นว่าปีนี้เผาจริง ปลายปีนี้เก็บกระดูกไปลอยอังคาร ขอให้เตรียมการไว้ ดร. โกร่ง ได้กล่าวว่าไม่ได้เกลียดรัฐบาล แต่ดูจากตัวเลขทางเศรษฐกิจ และได้เล่าถึงรัฐบาลของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ในระยะเวลา 8 ปีนั้นซบเซา และมาฟื้นสมัยพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ

วัฏจักรเศรษฐกิจนั้นมีประมาณ 10 ปีที่ขึ้นและลง และไทยได้เข้าสู่ขาลงมาแล้ว 5 ปี และไทยน่าจะเหลือ 5 ปีเป็นอย่างน้อยที่เศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัว และสัญญาณจากการฟื้นต้องมาจากต่างประเทศ ดร. โกร่งได้กล่าวทิ้งท้าย

ปาฐกถาเต็มๆ รวมไปถึงช่วงถามตอบ สามารถดูได้จากวิดีโอด้านล่าง

Note: อัพเดตล่าสุด กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ได้รายงานว่า ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ ได้ออกมากล่าวว่า ผิดหวังกับ ดร. โกร่ง และได้ออกมากล่าวว่ารัฐบาลไม่ได้โง่อย่างที่ ดร. โกร่งดูแคลน นอกจากนี้ โฆษกพรรคพลังประชารัฐยังได้กล่าวว่า แทนที่จะแนะนำด้วยความหวังดี กลับอาศัยวิกฤติของประเทศมาโจมตีรัฐบาล

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

mm
Content Writer ที่สนใจในเรื่องของตลาดทุนทั้งในและต่างประเทศ กลุ่ม TMT (Technology, Media, Telecom) การควบรวมกิจการ (M&A) นโยบายทางเศรษฐกิจของไทยและต่างประเทศ รวมถึงสิ่งละอันพันละน้อยทางธุรกิจที่น่าสนใจ