แม้จะเจอปัญหามากมาย แต่ Uber ก็ยังมีรายได้เติบโต แถมยังขาดทุนน้อยลงอีกด้วย

ในปี 2560 ถือเป็นปีที่ Uber เผชิญกับวิกฤติทางธุรกิจมากมาย ตั้งแต่การฟ้องร้องทางกฎหมายในประเทศต่างๆ, การคุกคามทางเพศภายในองค์กร รวมถึงการลาออกของผู้บริหารระดับสูงหลายคน แต่บริษัทก็ยังมีรายได้เพิ่มขึ้น

“ขาวสะอาด” คือเป้าหมายที่ก้าวไป

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น Uber ในปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นด้านมืดของอุตสาหกรรม Startup ว่ามันมีโอกาสเกิดอะไรขึ้นบ้าง ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ก็สั่นคลอนเบอร์หนึ่งผู้ให้บริการร่วมเดินทางเป็นอย่างมาก แต่ทั้งหมดนี้อาจไม่ได้กระทบกับความเชื่อมั่นในการใช้งานของผู้บริโภคมากนัก

เพราะเมื่อดูรายได้รวมจากการเรียกใช้บริการรถยนต์ในระบบทั้งหมด (Gross Booking) ก็เติบโตจากไตรมาส 3 ปี 2560 ถึง 14% เป็น 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบกับรายได้ที่เติบโต 11.8% เป็น 2,200 ล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกันอีกด้วย แต่ก็ยังขาดทุนราว 1,100 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตามตัวเลขขาดทุนนั้นลดลงจากเวลาเดียวกันในปี 2559 ที่ปิด 1,460 ล้านดอลลาร์ ก็ถือเป็นสัญญาณดีหลังจาก Dara Khosrowshahi เข้ามารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Uber แทนที่ Travis Kalanick ผู้ร่วมก่อตั้ง Uber ที่ลาออกไปเมื่อกลางปี 2560 เพราะแรงกดดันเรื่องการคุกคามทางเพศ

ขณะเดียวกันในปีนี้เป้าหมายของประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของ Uber ก็คือการเร่งสะสางเรื่องแย่ๆ ที่ยังอยู่ในองค์กรอย่างต่อเนื่อง เช่นในสัปดาห์ก่อนก็เพิ่งตกลงชำระเงิน 245 ล้านดอลลาร์ให้กับบริษัทวิจัยรถยนต์ไร้คนขับ Waymo หลังยอมความในคดีขโมยความลับทางการค้าเกี่ยวกับรถยนต์ไร้คนขับ

สรุป

ก็คงต้องรอต่อไปว่า Uber จะจัดการภาพลักษณ์องค์กรให้กลับมาดีขึ้นอีกครั้ง หลังปัญหาในปีที่แล้วเหมือนเป็นชนักติดหลังของ Startup ยักษ์ใหญ่ผู้ให้บริการร่วมเดินทางรายนี้ไปเรื่อยๆ ประกอบกับแสดงถึงความชัดเจนว่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Uber คนใหม่นั้นค่อนข้างประณีประณอม และไม่ได้เน้นแต่เรื่องธุรกิจอย่างเดียวอีกด้วย

อ้างอิง // Business Insider

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา