‘กรุงเทพ’ ติดอันดับ 10 เมืองที่ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกสำหรับการใช้ชีวิตหรู

‘กรุงเทพมหานคร’ ติด Top 10 ของโลกอีกแล้ว แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเมืองน่าอยู่ ร้านอาหาร หรือการท่องเที่ยว แต่เป็นการติด Top 10 เมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกสำหรับคนรวย

รายงาน ‘Global Wealth and Lifestyle Report 2026’ ของ ‘Julius Baer’ จัดให้กรุงเทพขยับจากอันดับ 11 ในปี 2568 มาอยู่อันดับ 10 ของโลก และกลายเป็นหนึ่งใน 5 เมืองของเอเชียแปซิฟิกที่ติด 10 อันดับแรก ร่วมกับสิงคโปร์ ฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ และซิดนีย์

สิ่งที่น่าสนใจคือ การติดอันดับของกรุงเทพ ไม่ได้เกิดจากราคาอสังหาริมทรัพย์เหมือนเมืองอื่นที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน

หากดูรายละเอียดของดัชนี จะพบว่าอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัย (Residential Property) ของกรุงเทพอยู่เพียงอันดับ 17 จาก 25 เมืองที่สำรวจ สะท้อนว่าอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีของกรุงเทพยังไม่ได้แพงเท่าเมืองอย่างสิงคโปร์ ฮ่องกง มิลาน หรือโมนาโก

แต่สิ่งที่ดันให้กรุงเทพขึ้นมาติดอันดับกลับเป็นสินค้าและบริการระดับลักชัวรีหลายประเภท โดย ‘สูทผู้ชาย’ และ ‘รองเท้าผู้หญิง’ มีราคาสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก ขณะที่ ‘รถยนต์’ มีราคาสูงเป็นอันดับ 2 และ ‘แชมเปญ’ มีราคาสูงเป็นอันดับ 4 ของโลก

นอกจากนี้ สินค้าและบริการอย่างนาฬิกาหรู กระเป๋าผู้หญิง โรงเรียนเอกชน และอุปกรณ์กีฬาระดับพรีเมียม ก็ล้วนอยู่ในกลุ่ม Top 10 ของโลกเช่นกัน

ในทางกลับกัน กรุงเทพยังมีสินค้าและบริการหลายอย่างที่ถูกกว่าเมืองใหญ่ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นห้องพักโรงแรมระดับหรู สปา เที่ยวบินชั้นธุรกิจ หรือบริการเลสิก ซึ่งทั้งหมดอยู่ในกลุ่มท้ายของตาราง

‘Julius Baer’ ระบุว่า ค่าครองชีพสำหรับการใช้ชีวิตระดับพรีเมียมทั่วโลกเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10.2% ในช่วงปีที่ผ่านมา แต่ตัวเลขนี้ไม่ได้เกิดจากเงินเฟ้อเพียงอย่างเดียว ปัจจัยสำคัญคือการแข็งค่าของสกุลเงิน โดยเฉพาะ ‘ฟรังก์สวิส’ และ ‘ยูโร’ ส่งผลให้หลายเมืองในยุโรปมีอันดับสูงขึ้น แม้ว่าราคาสินค้าในประเทศจะไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก

อีกปัจจัยคือราคาสินค้าลักชัวรีทั่วโลกที่ปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 12.3% โดยราคา ‘เครื่องประดับ’ เพิ่มขึ้น 16.4% และ ‘นาฬิกาหรู’ เพิ่มขึ้น 15.5% จากต้นทุนวัตถุดิบอย่าง ‘ทองคำ’ และ ‘หนัง’ ที่สูงขึ้น รวมถึงการที่แบรนด์ลักชัวรีส่วนใหญ่ตั้งราคาอ้างอิงจากสกุลเงินยูโรและฟรังก์สวิส

รายงานยังสะท้อนว่าพฤติกรรมของคนร่ำรวยกำลังเปลี่ยนไปเช่นกัน เพราะความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ ค่าเงิน และมาตรการภาษีนำเข้า ทำให้หลายคนเริ่มเดินทางไปซื้อสินค้าลักชัวรีในต่างประเทศมากขึ้น

โดยอย่างน้อย 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่า ได้เปลี่ยนประเทศที่ซื้อสินค้าลักชัวรีแล้ว ขณะที่มากกว่าครึ่งบอกว่า พร้อมเดินทางไปซื้อสินค้าในต่างประเทศ หากช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายหรือหลีกเลี่ยงภาษีได้

สำหรับปีนี้ ‘สิงคโปร์’ ยังครองอันดับ 1 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ตามด้วยซูริก โมนาโก ฮ่องกง ลอนดอน เซี่ยงไฮ้ ปารีส ซิดนีย์ มิลาน และกรุงเทพ ในอันดับ 10 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่กรุงเทพ ก้าวขึ้นมาติด Top 10 ของการจัดอันดับนี้

ที่มา: Julius Baer

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา