เปิด 4 สายงานเป็นกระแส มาแน่ในอนาคต ดูแลงานทางไกล-สิ่งแวดล้อม-จัดการวัฒนธรรมองค์กร

ด้วยการพัฒนาทางเทคโนโลยี ทำให้ธุรกิจต่างๆ ต้องเปลี่ยนวิถีการทำงานมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเข้ามาของวิกฤติโควิด-19 ที่ทำให้แนวทางการทำงานใหม่ๆ เกิดขึ้นนับไม่ถ้วน ส่งผลให้ธุรกิจเองมีความต้องการคนที่จะมาช่วยทำงานเพื่อให้ธุรกิจสามารถปรับตัวในสภาพแวดล้อมใหม่ๆ 

และนั่นคือโอกาสใหม่ของคนทำงาน ในอนาคตที่จะมีอาชีพใหม่ๆ เกิดขึ้นอีกมากมาย

Brand Inside จะพาผู้อ่านไปพบกับ 4 อาชีพใหม่ในอนาคตที่คนทำงานต้องจับตา เพราะทุกวันนี้ หลายๆ ธุรกิจเริ่มให้แรงงานเดิมปรับตัวและพัฒนาทักษะในสายงานใหม่ๆ มากขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไปของบริษัท ในขณะที่อีกหลายธุรกิจก็จะเปิดตำแหน่งใหม่เพื่อทำงานดังกล่าวโดยเฉพาะ 

1. ผู้ดูแลการทำงานรูปแบบใหม่

ในปัจจุบัน โดยเฉพาะเมื่อเกิดวิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้การทำงานแบบใหม่เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน ไม่ว่าจะเป็น การให้พนักงานประจำทำงานจากที่บ้าน การจ้างพนักงานที่ทำงานทางไกลโดยเฉพาะ และการย้ายบริษัทออกจากเมืองใหญ่เพื่อลดต้นทุน ซึ่งทั้งหมดนี้ทำได้ง่ายขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่รุดหน้า และแรงผลักดันให้เปลี่ยนแปลงจากโควิด-19 

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ธรรมชาติการทำงานของธุรกิจต่างเปลี่ยนไป ในอนาคต บริษัทใหญ่จะจ้างผู้ดูแลการทำงานทางไกลโดยเฉพาะ เพื่อการประสานงานและจัดการแรงงานแบบใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงช่วยเหลือด้านการย้ายที่ทำงาน ตัวอย่างเช่น Facebook ที่มีการจ้าง ผู้อำนวยการการทำงานทางไกล แล้ว 

ส่วนในบริษัทขนาดรองลงมากอาจจะให้พนักงานในตำแหน่งเดิมที่มีเนื้อหาคาบเกี่ยวกับเรื่องการทำงานทางไกล เช่น ฝ่ายทรัพยากรบุคคล แรงงานสัมพันธ์ และอื่นๆ เรียนรู้และปรับตัวเข้าสู่เงื่อนไขในการทำงานแบบใหม่ๆ   

work form home
An aerial view of a mother working on a laptop in her office at hoe with her young daughter string on her lap.

2. อาชีพด้านสิ่งแวดล้อมในภาคธุรกิจ

เห็นได้ชัดเจนว่าภาคธุรกิจเริ่มปรับตัวเข้าหากระแสสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยเฉพาะหลังการขึ้นมาของประธานาธิบดี Joe Biden ที่มีความมุ่งมั่นในการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อม เป็นปัจจัยที่ทำให้ภาคธุรกิจในสหรัฐฯ พยายามปรับโครงสร้างองค์กรให้ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

ส่วนประเทศอื่นๆ ในโลกก็ย่อมได้รับผลกระทบไปด้วย เพราะทิศทางเศรษฐกิจของอภิมหาอำนาจโลกอย่างสหรัฐฯ กระทบภาพรวมของเศรษฐกิจโลกเสมอ

ความจำเป็นทางธุรกิจที่เปลี่ยนไป ทำให้ธุรกิจต้องสรรหาอาชีพที่ตอบสนองต่อความจำเป็นดังกล่าวมาเสริมทัพมากขึ้น ซึ่งอาชีพที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม (ในหลายๆ แง่มุม) จะเป็นที่ต้องการมากขึ้น ทั้งกรรมการเจ้าหน้าที่บริหารด้านสิ่งแวดล้อม วิศวกรสิ่งแวดล้อม ผู้ตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อม ที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม และอื่นๆ อีกมากมาย

ส่วนอาชีพอื่นๆ จำเป็นต้องมีความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น เพราะในอนาคต สิ่งแวดล้อมจะเป็นเรื่องที่อยู่ในสมการของธุรกิจตลอดเวลา นักออกแบบผลิตภัณฑ์ ไปจนถึง CEO จะต้องตระหนักรู้ในเรื่องดังกล่าว

3. ผู้เชี่ยวชาญด้าน E-Commerce ในทุกมิติ

อีกกระแสหนึ่งที่มาแรงอย่างชัดเจนคือการค้าออนไลน์หรือ E-Commerce ที่เกิดจากส่วนผสมระหว่างการเดินทางที่ทำได้น้อยลงในช่วงโควิด-19 และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงด้านการค้าในวงกว้างทำให้การบริหารจัดการ Supply Chain และโลจิสติกส์ ต้องเปลี่ยนรูปโฉมไป และนี่เป็นโอกาสด้านอาชีพใหม่ๆ

อาชีพสายอีคอมเมิร์ซที่มีความต้องการสูง ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ ผู้ประสานงานด้านโลจิสติกส์ ไปจนถึงนักวิเคราะห์ด้านโลจิสติกส์

ข้อมูลของ Monster แพลตฟอร์มรับสมัครงานที่รายงานว่าในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา มีการรับสมัครตำแหน่งด้านโลจิสติกส์ถึง 47,000 ตำแหน่ง จากการรับสมัครงานทั้งหมดรวม 140,000 ตำแหน่ง ในสหรัฐอเมริกา

Nim Logistic
ศูนย์กระจายสินค้าของ Nim Logistic

4. อาชีพด้านการจัดการวัฒนธรรมในองค์กร

อาชีพเกี่ยวกับการจัดการความแตกต่างทางวัฒนธรรม ถือว่าเป็นอาชีพที่เราอาจคุ้นหูน้อยสุดใน 4 อันดับ แต่ก็เป็นเรื่องที่ทวีความสำคัญขึ้นมามากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพราะโลกาภิวัฒน์ทำให้บรรยากาศการทำงานในบริษัทหนึ่งมีความเป็นสากลมากขึ้น ในขณะที่ยังมีความหลากหลายเกี่ยวกับวัฒนธรรมท้องถิ่นและวัฒนธรรมของคนแต่ละช่วงวัย ให้ต้องคำนึงถึงเช่นกัน

บรรยากาศการทำงานแบบใหม่ในอนาคตที่เป็นพหุนิยม นำมาสู่ความเห็นที่หลากหลายมากขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้หน้าที่ด้านการจัดการทางวัฒนธรรมมีความสำคัญ เพราะหน้าที่ของพวกเขาคือการลดทอนความขัดแย้งเชิงลบและเปลี่ยนความคิดที่หลากหลายมาเป็นความสร้างสรรค์

บริษัทต่างๆ ต้องปรับตัวเข้าสู่อนาคตที่มีความหลากหลายมากขึ้น ในแง่หนึ่งเป็นเพราะกระแสสังคมที่เปลี่ยนไป และในอีกแง่หนึ่งเพื่อประสิทธิภาพของบริษัทที่สูงขึ้น เพราะผู้บริหารทั่วโลกทราบดีว่ามีงานวิจัยรองรับแน่ชัดว่าทีมที่มีความหลากหลายนำมาสู่ผลงานของบริษัทที่ดีขึ้น

ดังนั้น งานด้านการจัดการทางวัฒนธรรมจึงเป็นที่ต้องการมากขึ้นในอนาคต ส่วนตำแหน่งดั้งเดิมที่พัวพันกับคนและกระบวนการการตัดสินใจ ทั้งงานบริหารทรัพยากรบุคคล งานการจัดการ และอื่นๆ ก็จำเป็นต้องมีความเข้าใจด้านวัฒนธรรมที่มากขึ้น

ที่มา – Fast Company

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Rachata Sanit, Content Creator Intern at Brand Inside. An eternal International Affairs student. Interested in Social (in)justice, International Development, and Creative Economy.