เปิดแล้ว! JD.co.th อีคอมเมิร์ซจาก JD Central ภายใต้ความร่วมมือ JD.com+Central Group

JD.co.th เปิดให้บริการเรียบร้อยแล้ว เป็นออนไลน์แพลตฟอร์มที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง JD.com และ Central Group ด้วยเม็ดเงินกว่า 17,500 ล้านบาท ในชื่อกลุ่ม JD Central หรือ บริษัท เซ็นทรัล เจดี คอมเมิร์ซ จำกัด กับเป้าหมายการขึ้นเป็นอันดับ 1 ในประเทศไทย

โดยมีคู่แข่งเจ้าประจำคือ Lazada ของ Alibaba เป็นเจ้าตลาด ตามมาด้วยคู่แข่งอีกหลายราย เช่น Shopee ของ SEA (หรือ Garena เดิม) และ 11Street จากเกาหลี นับดูจริงๆ แม้ Central Group จะเป็นอันดับหนึ่งในห้างค้าปลีกของไทย แต่ถ้าไม่ดึง JD.com เข้ามาร่วม อาจเป็นเรื่องยากที่จะเข้าชิงในตลาดออนไลน์

ลองมาดูกันว่า JD.co.th มีเส้นทางธุรกิจอย่างไร

JD.com ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกออนไลน์จากจีนแผ่นดินใหญ่

เมื่อพูดถึงค้าปลีกออนไลน์ในจีน คนไทยอาจคุ้นเคยกับ Alibaba มากกว่า แต่ JD.com ก็คือคู่แข่งที่มีขนาดใหญ่ไม่แพ้กัน จากข้อมูล JD.com ติดอันดับ Internet Company ระดับ Top10 และมีรายได้สูงที่สุดในประเทศจีน

  • มียอดธุรกรรม 199.1 พันล้านดอลลาร์ เติบโตขึ้น 55% (ปี 2016-2017)
  • ทำรายได้ 55.7 พันล้านดอลลาร์ เติบโตขึ้น 40.3%
  • มีลูกค้ามาใช้บริการเป็นประจำ 292.5 ล้านราย
  • มีร้านค้ากว่า 170,000 ร้าน
  • มีพนักงานกว่า 160,000 คน

JD.com เป็น E-Commerce ที่เติบโตเร็วที่สุดในจีน มีอัตราการเติบโตที่ 150% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และนั่นจึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่เกิดการร่วมทุนระหว่าง JD.com กับ Central Group

จาก Central Group สู่ JD Central

Central Group หรือกลุ่มเซ็นทรัล มีบริษัทลูกแยกย่อยหลายบริษัท ที่ผ่านมามีความพยายามสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์และทำตลาดมาอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก ถ้าเราต้องการไปเดินห้างใกล้บ้าน เราอาจนึกถึงเซ็นทรัล แต่ถ้าต้องซื้อของออนไลน์ เซ็นทรัลอาจไม่ใช่ตัวเลือกแรกๆ ที่นึกออก

JD Central จึงเข้ามาสร้าง ecosystem ที่เกี่ยวกับค้าปลีกออนไลน์ใหม่ คือ การสร้างแพลตฟอร์ม E-Commerce, สร้างระบบ E-Logistics และระบบ E-Finance เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับคนซื้อ คำว่า “ประสบการณ์” สำคัญมากในโลกค้าปลีกออนไลน์​ เพราะถ้าผู้ซื้อรู้สึกดี ตั้งแต่หน้าตาเว็บ การค้นหา การจ่ายเงิน การจัดส่ง และสินค้าที่ได้รับ โอกาสที่จะกลับมาซื้อซ้ำอีกคือ การเติบโตของธุรกิจ

JD Central วางเป้าหมายเป็นอันดับ 1 แพลตฟอร์มออนไลน์ และแบรนด์ที่ได้รับความเชื่อถือที่สุด โดยมี 4 องค์ประกอบ

  • Best E-Commerce Experience ที่ดีที่สุด สินค้าคุณภาพไม่มีสินค้าปลอม (Fake)
  • World-Class Logistics and Delivery จัดส่งเร็วที่สุด เป็นมิตรกับผู้ซื้อ และให้บริการทั่วประเทศ
  • Best in Class O2O Integration ที่ดีที่สุด เชื่อมโลกออนไลน์และออฟไลน์ได้อย่างแนบเนียน
  • Local and International Brands มีแบรนด์สินค้าทั้งในและนอกประเทศ

กลยุทธ์เทคโนโลยีสร้างยอดขาย

จากเป้าหมายของ JD Central การใช้เทคโนโลยีเป็นส่วนสำคัญ​เพื่อสร้างยอดขาย โดยมี 5 ธุรกิจหลัก ได้แก่

  • Direct Sales
  • Marketplace
  • B2B Business
  • Logistics
  • Finance

ใช้ 4 เทคโนโลยี ได้แก่ Smart Logistics Solutions, AI Technology, Big Data Solutions และ New Logistics Technologies โดยมีสินค้าและบริการครอบคลุมทุกประเภท เช่น แฟชั่น,​ โมบาย, สุขภาพและความงาม,​ หนังสือ, ท่องเที่ยว,​ กล้อง, กีฬา,​ เครื่องใช้ไฟฟ้า,​ แม่และเด็ก,​ บ้านและของตกแต่ง และบันเทิง ซึ่งทั้งหมดจะมีการตรวจสอบคุณภาพสินค้าและบริการอย่างเข้มข้น

ระยะเวลาในการจัดส่งสินค้าและบริการ ในกรุงเทพกำหนดไว้ Same Day – 2nd Day ต่างจังหวัด 2nd – 3rd Day จัดส่งสินค้าทุกขนาดถึงหน้าประตูผู้ซื้อ (Door-to-Door) และยังแบ่งระบบ Logistics เป็น 4 ประเภท ได้แก่ B2B, Small-to-Medium Logisitcs, การจัดส่งแบบ Oversized และ การส่งสินค้าข้ามประเทศ

นอกจากนี้ยังการันตีการคืนสินค้า โดยกำหนดระยะเวลา 3-5 วันทำการ

ความร่วมมือยังไม่จบ จัดหนักทั้งเทคโนโลยีและแคมเปญ

JD.com ร่วมมือกับ Central Group ทั้งที ก็ต้องมีอะไรใหม่ๆ บ้าง นอกเหนือจากการใช้เทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการคลังสินค้า, การจัดแคมเปญการตลาด เช่น Flash Sale, Best Sellers, New Arrivals และอื่นๆ อีกมากมาย การใช้ Big Data เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค การจัดการสินค้า และการเสนอสินค้าให้ตรงความต้องการ

เวลานี้ JD.co.th เปิดให้บริการเรียบร้อยแล้ว ลองเข้าไปดูกันได้ว่าโปรโมชั่นเปิดตัวจะแรงขนาดไหน และน่าติดตามว่า จะใช้เวลานานแค่ไหนกว่า JD.co.th จะกลายเป็นชื่อเว็บ E-Commerce ที่ติดหูคนไทย

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา