CRG จัดแผนธุรกิจเพื่ออนาค Transform for the Future เปิดทุกแนวรุก ปั้นรายได้ 1.2 หมื่นล้าน

CRG หรือ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (Central Restaurants Group Co., Ltd) เตรียมแผน CRG 2021: TRANSFORM FOR THE FUTURE กับ 5 กลยุทธ์ ผนึกกำลัง (Synergy) จุดแข็ง 16 แบรนด์ร้านอาหารในเครือ ดัน Shop in Shop – Cross Sale สั่งอาหารหลากหลาย ส่ง Mobile Box Model บุกปั๊มน้ำมัน รุกขยายดีลิเวอรี่ ด้วย Cloud Kitchen ตั้งเป้า 50 แห่งทั่วประเทศ ผนึกแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์รายใหญ่รุกตลาด ลั่นปีนี้เผยโฉมอีก 2-3 แบรนด์ใหม่ ดึงพาร์ตเนอร์กลุ่มสตรีตฟู้ด โชว์ความสำเร็จผลักดันยอดขายแบบวินวินพร้อมประกาศรายได้ทะลุ 12,000 ล้านบาท เติบโต 18-20%

CRG

ณัฐ วงศ์พานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ของ CRG บอกว่า บริษัทพร้อมรุกธุรกิจพลิกฟื้นการเติบโตในปี 2564 โดยกำหนดยุทธศาสตร์เดินหน้าชุดใหญ่ภายใต้แผน CRG 2021: TRANSFORM FOR THE FUTURE สู่เป้าหมายการเป็นเครือข่ายร้านอาหารที่ก้าวข้ามทุกข้อจำกัด ชู 5 กลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย

กลยุทธ์การขยายช่องทางการตอบโจทย์ลูกค้าอย่างหลากหลายและครบถ้วนใน 1 มื้อ (New Way to Serve the Customers) อาศัยจุดแข็งด้านเครือข่ายร้านอาหารทั้ง 16 แบรนด์ จำนวนสาขามากกว่า 1,100 สาขา พนักงานมากกว่า 10,000 คน และเมนูที่มีมากกว่า 800 เมนู รองรับความต้องการของลูกค้าทุกรูปแบบ ทุกกลุ่มอายุ และทุกไลฟ์สไตล์

โดยเฉพาะรูปแบบร้านแนวใหม่ Shop in Shop ซึ่งนำร่องเปิดเคาน์เตอร์อาริกาโตะร่วมกับร้านมิสเตอร์ โดนัท และกลยุทธ์ Cross Sale ของทุกแบรนด์ในเครือ เช่น นำเมนูจาก บราวน์ คาเฟ่ (Brown Café) ขายในร้านคัตสึยะเพื่อเพิ่มทางเลือกใหม่และตอบโจทย์ลูกค้าได้ครบถ้วนมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะขยายสาขาที่มีบริการ Cross Sale ได้มากกว่า 400 สาขา

CRG

การผนึกกำลังกันของแบรนด์ในเครือเพื่อพัฒนาสินค้าและบริการ อาทิ ล่าสุดแบรนด์ไทยเทอเรส และ อร่อยดี นำร่องขานรับนโยบายปลด  ล็อกกัญชา ร่วมกันพัฒนาเมนูอาหารมากกว่า 10 เมนู ที่ปรุงจากใบกัญชาออร์แกนิกที่สั่งซื้อจาก วิสาหกิจชุมชนผัก พืชสมุนไพรและพืชพลังงาน ตำบลพนมรอก จ.นครสวรรค์ ที่ได้รับมาตรฐาน ควบคุมคุณภาพการปลูกทุกขั้นตอน จึงมั่นใจได้ในคุณภาพใบกัญชาที่สดใหม่ ปลอดภัย และมีคุณภาพดี รวมทั้งมีแผนขยายไปยังแบรนด์อื่นๆ ในเครือซีอาร์จีต่อไป

กลยุทธ์การขยายสาขาโมเดลใหม่ที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์ลูกค้า (New Way to Expand) และเน้นการมองหาพื้นที่ใหม่ๆ โดยเฉพาะปีนี้เตรียมเปิดตัว Mobile Box Model ในสถานีบริการน้ำมันและมินิคีย์ออส (Mini Kiosk) ต่อจากโมเดลร้านเดลโก้ (Delco) ที่เปิดตัวก่อนหน้านี้และขยายสาขาได้คล่องตัว เข้าถึงกลุ่มลูกค้าในสถานที่และแหล่งชุมชนต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ

CRG

กลยุทธ์เดินหน้าบริการดีลิเวอรี่และคลาวด์คิทเช่น (Delivery & Cloud Kitchen) โดยวางเป้าหมายจะขยายจุดบริการดีลิเวอรี่ครอบคลุมมากที่สุด ส่วนคลาวด์คิทเช่นจะขยายครบ 15 แห่งภายในปีนี้ และปูพรมทั่วประเทศอย่างน้อย 50 แห่ง ภายในปี 2566 มีการจับมือกับพาร์ตเนอร์รายใหม่ๆ เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งในทุกด้าน

กลยุทธ์การรุกช่องทางออนไลน์และเจาะกลยุทธ์ดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งมากขึ้น (Go Digital & Omnichannel) มุ่งโฟกัส O2O หรือ Online to Offline (ออนไลน์ทูออฟไลน์) เพิ่มช่องทางการจำหน่ายผ่านอีคอมเมิร์ซและระบบแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ชั้นนำต่าง ๆ เช่น JD Central, Shopee และ LAZADA 

CRG

ส่วนกลยุทธ์สุดท้ายเป็นแผนรุกขยายแบรนด์ใหม่ ร้านอาหารแนวใหม่และธุรกิจใหม่ (New Brand & Business) โดยปีนี้ ซีอาร์จีจะมีแบรนด์ร้านอาหารใหม่เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2-3 แบรนด์ และยังเปิดกว้างความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์รายใหม่ เพราะถือเป็นยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจที่สามารถฝ่าวิกฤตโควิดและประสบความสำเร็จ ทั้งการผลักดันยอดขายปีที่ผ่านมาเติบโตมากกว่า 2 เท่า แบบ win-win ทั้งสองฝ่าย

ปีที่ผ่านมา ซีอาร์จี มีพาร์ตเนอร์รายใหม่และประสบความสำเร็จมาก อย่างสลัดแฟคทอรี่ (Salad Factory) สามารถผลักดันยอดขายผ่านช่องทางดีลิเวอรี่เติบโตสูงถึง 400% และในปีนี้ตั้งเป้าผลักดันยอดขายรวมเติบโต 2 เท่า รวมทั้งจับมือกับ โออาร์ (OR) ขยายเครือข่ายร้านกาแฟคาเฟ่อะเมซอนในประเทศเวียดนาม ล่าสุดเปิดสาขาแล้ว 5 แห่ง ภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือนนับจากสาขาแรกเมื่อเดือนตุลาคม 2020 และได้รับการตอบรับจากชาวเวียดนามอย่างดีเยี่ยม

มั่นใจเศรษฐกิจปี 64 ตั้งเป้าเติบโตกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท

นายณัฐย้ำว่า ช่วงวิกฤตโควิดตลอดปี 2563 ซีอาร์จีมีการปรับแผนงานต่อเนื่องให้ทันกับทุกสถานการณ์และอาศัยความแข็งแกร่งผ่านพ้นปัจจัยลบต่างๆ แม้ภาพรวมรายได้ปีที่ผ่านมาไม่เติบโต แต่สามารถดับเบิลเซลผ่านช่องทางใหม่ๆ และธุรกิจใหม่ๆ โดยเฉพาะดีลิเวอรี่และออนไลน์มาร์เก็ตติ้ง อัตราเติบโตสูงมาก

สำหรับปี 2564 บริษัทมั่นใจเศรษฐกิจไทยเริ่มพลิกฟื้นจากการควบคุมการแพร่ระบาดโควิดที่ดีเยี่ยมของทางการ แม้เกิดเหตุแพร่ระลอกใหม่หรือเกิดคลัสเตอร์ใหม่ๆ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า เริ่มมีการจ้างงานและการท่องเที่ยวน่าจะกลับมาเติบโตได้ในเร็วๆ นี้ โดยซีอาร์จีเตรียมพร้อมทุกด้านและตั้งเป้าหมายรายได้ปีนี้จะเติบโตจากปีก่อนเกือบ 18-20% หรือมากกว่า 12,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ทิศทางการแข่งขันในธุรกิจร้านอาหารจะรุนแรงมากขึ้นและเน้นสมรภูมิดีลิเวอรีกับดิจิตอลออนไลน์ เนื่องจากการแข่งขันไม่ได้จำกัดเฉพาะกลุ่มเชนธุรกิจอาหารรายใหญ่อีกต่อไปแล้ว แต่ยังมีกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่นอกธุรกิจอาหารที่กระโดดเข้ามาเป็นผู้เล่นใหม่ กลุ่มเอสเอ็มอี และกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยที่สนใจทำธุรกิจอาหาร ซึ่งทำให้ภาพรวมธุรกิจร้านอาหารน่าจะยังมีแนวโน้มเติบโตได้

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา