Citi จับมือกับ Grab เตรียมทำตลาดบัตรเครดิตร่วมกัน ในไทยคาดว่าปีนี้ได้ใช้

Citi จับมือกับ Grab เตรียมทำตลาดบัตรเครดิตร่วมกัน ทำให้แต่ละฝ่ายเข้าถึงลูกค้าใหม่ๆ ได้มากขึ้น ซึ่งตลาดในอาเซียนยังเป็นโอกาสใหม่ๆ ของทั้ง 2 บริษัท

ภาพจาก Shutterstock

Citi จับมือกับ Grab เตรียมทำตลาดบัตรเครดิตร่วมกัน โดยเริ่มต้นที่ประเทศฟิลลิปปินส์เป็นประเทศแรก ส่วนในไทยจะตามมาภายในปีนี้ สำหรับประเทศอื่นๆ ในอาเซียนจะตามมาทีหลัง โดยความร่วมมือดังกล่าวจะทำให้ Citi สามารถที่จะเพิ่มลูกค้าบัตรเครดิตในเอเชียได้มากขึ้น ส่วนทางด้าน Grab นั้นถือว่าเป็นก้าวสำคัญก้าวหนึ่งในส่วนของกลุ่มธุรกิจการเงิน

Huey Tyng Ooi กรรมการผู้จัดการของ GrabPay ประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ได้กล่าวว่า “การทำบัตรเครดิตร่วมมือกันในครั้งนี้เป็นอีกก้าวที่จะทำให้ลูกค้าเข้าถึงโลกดิจิทัลทางการเงินได้มากขึ้น โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม GrabPay”

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของ Grab ครั้งนี้ตามติดมากจากข่าวลือก่อนหน้าที่ Grab Financial เตรียมหาลู่ทางที่จะ IPO รวมไปถึงหาพันธมิตรทางธุรกิจ ล่าสุดในปีนี้บริษัทกำลังขอใบอนุญาตด้านสินเชื่อจากหน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงินในแต่ละประเทศในอาเซียนด้วย ซึ่งการปล่อยสินเชื่อถือเป็นช่องทางรายได้ใหม่ๆ ได้อีกทาง

Gonzalo Luchetti ผู้บริหารจาก Citi ได้กล่าวว่า “ปัจจุบัน Citi มีลูกค้าบัตรเครดิตอยู่ในทวีปเอเชีย 16 ล้านราย คาดว่าการร่วมมือครั้งนี้จะทำให้ Citi มีลูกค้าเพิ่มขึ้นมากถึง 2 ล้านรายภายใน 2-3 ปีจากความร่วมมือครั้งนี้” ก่อนหน้านี้ Citi เคยทำตลาดบัตรเครดิตร่วมกับ Paytm ที่ประเทศอินเดีย รวมไปถึงสายการบิน Qantas ที่ประเทศออสเตรเลียมาแล้ว

ก่อนหน้านี้คู่แข่งอย่าง Goldman Sachs ได้จับมือกับ Apple ในการออกบัตรเครดิตร่วมกัน โดยหนึ่งในผู้ร่วมทดสอบคือ David Solomon ซึ่งเป็น CEO ของ Goldman Sachs เอง และเขาได้กล่าวว่า “ใครๆ ก็ต้องชอบ เนื่องจากใช้งานง่าย”

นอกจากนี้ยังรวมไปถึง Amazon ที่ก็เปิดตัวบัตรเครดิตเช่นกัน ทำให้ธนาคารรายอื่นๆ เช่น Citi ก็ต้องหาพันธมิตรใหม่ๆ เพื่อเพิ่มฐานลูกค้า ไม่งั้นแล้วอาจโดนคู่แข่งเหล่านี้แย่งลูกค้าไปในระยะยาว

ที่มาCNBC, Reuters

 

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

mm
คอลัมนิสต์ Brand Inside เขาคือผู้ที่สนใจในเรื่องของตลาดทุนทั้งในและต่างประเทศ โครงสร้างพื้นฐาน TMT (Technology, Media, Telecom) การควบรวมกิจการ รวมไปถึงนโยบายทางเศรษฐกิจของต่างประเทศ