จากเดิมที่ AI ถูกใช้เป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในองค์กร วันนี้เทคโนโลยีกำลังเริ่มเข้ามาเปลี่ยนวิธีเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคโดยตรง

ล่าสุด ‘Big C’ ร่วมมือกับ ‘Amazon Web Services’ (AWS) เปิดตัว ‘Shopping Assistant AI Chat’ ฟีเจอร์บนแอปพลิเคชัน Big C เพื่อให้ลูกค้าสามารถค้นหา และสั่งซื้อสินค้าผ่านการสนทนาภาษาไทยแบบธรรมชาติได้โดยตรง
แนวคิดของฟีเจอร์นี้คือ การเปลี่ยนรูปแบบการค้นหาสินค้าแบบเดิมที่ต้องพิมพ์คีย์เวิร์ดหรือเลือกหมวดหมู่สินค้า มาเป็นการพูดคุยกับ AI เหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวคอยแนะนำสินค้า และจัดการรายการซื้อให้ครบในขั้นตอนเดียว
ตัวอย่างเช่น หากผู้ใช้พิมพ์ว่า “อยากทำต้มยำกุ้งสำหรับ 4 คน” ระบบจะวิเคราะห์เมนูอาหาร แนะนำวัตถุดิบที่เกี่ยวข้อง คำนวณปริมาณที่เหมาะสม และรวบรวมสินค้าทั้งหมดลงในตะกร้าสินค้าให้พร้อมชำระเงินภายในไม่กี่วินาที
เบื้องหลังของระบบดังกล่าวใช้เทคโนโลยี ‘Amazon Bedrock’ ของ AWS ร่วมกับ AI Agent หลายตัวที่ทำงานร่วมกัน ทั้งการตีความคำสั่ง ค้นหาสินค้า แนะนำวัตถุดิบ และจัดรายการซื้อให้เหมาะกับความต้องการของลูกค้า ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากสำหรับธุรกิจค้าปลีกที่ต้องบริหารสินค้าหลายหมื่นรายการและรองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจาก ‘Momentum Works’ ระบุว่า มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซรวมของภูมิภาคในปี 2568 อยู่ที่ 157,600 ล้านดอลลาร์ฯ หรือราว 5.13 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.8% จากปีก่อนหน้า ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ผู้ประกอบการค้าปลีกจำนวนมากจึงเริ่มนำ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
สำหรับ Big C ซึ่งมีสาขามากกว่า 1,750 แห่งทั่วประเทศ การค้นหาสินค้าที่แม่นยำถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อยอดขายโดยตรง โดยผลจากการทดลองใช้งานระบบในช่วงแรกพบว่า ลูกค้ามีแนวโน้มซื้อสินค้าในกลุ่มอาหารสดและสินค้าอุปโภคบริโภคได้ตรงกับความต้องการมากขึ้น ส่งผลให้มูลค่าการซื้อเฉลี่ยต่อครั้ง หรือ Basket Size เพิ่มขึ้นประมาณ 5-10%
นอกจากการนำ AI มาใช้กับประสบการณ์ของลูกค้าแล้ว Big C ยังนำ ‘Kiro’ เครื่องมือช่วยพัฒนาซอฟต์แวร์จาก AWS มาใช้ในกระบวนการพัฒนาระบบหลังบ้านด้วย โดยช่วยลดระยะเวลาการอัปเกรดแพลตฟอร์มจากเดิมที่ใช้เวลาหลายสัปดาห์ เหลือเพียงไม่กี่วัน
‘สุรชัย หิรัญนิธิชัย’ รองประธานกรรมการบริหารฝ่ายดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชัน ของ Big C บอกว่า ผู้บริโภคไม่ได้เริ่มต้นจากการนึกถึงชื่อสินค้า แต่เริ่มจากเมนูอาหาร โอกาสพิเศษ หรือกิจกรรมที่ต้องการทำในแต่ละวัน การใช้ AI จึงช่วยให้บริษัทสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ลึกขึ้นกว่าการค้นหาสินค้าแบบเดิม
ด้าน ‘วัตสัน ถิรภัทรพงศ์’ Country Manager ของ AWS ประเทศไทย มองว่า อนาคตของธุรกิจค้าปลีกจะไม่ได้แข่งขันกันที่การแสดงรายการสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่จะเป็นการแข่งขันด้านประสบการณ์การสนทนาและการทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้า ซึ่ง ‘Conversational AI’ กำลังกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยสร้างยอดขายและเพิ่มความสะดวกให้กับผู้บริโภค
การทดลองใช้ Generative AI ในค้าปลีกจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเรื่องประสบการณ์ลูกค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ผู้ประกอบการคาดหวังว่าจะช่วยเพิ่มยอดขายและสร้างความแตกต่างทางธุรกิจได้ในอนาคต
- ทุบ ‘Big C แจ้งวัฒนะ’ ทิ้ง สร้างใหม่เป็น The COLOR ห้างใหม่แนวไลฟ์สไตล์ ไม่ใช่แค่ซื้อของแล้วกลับ แต่มีกิน-เที่ยว-ช้อปด้วย
- AWS มองปี 2569 เป็นปีของ Agentic AI ไม่ได้เป็นแค่ผู้ช่วย แต่เริ่มลงมือทำงานเองด้วย
ที่มา: ข่าวประชาสัมพันธ์
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา