เอปสัน ประเทศไทย (Epson) รายงานผลการดำเนินงานปีงบประมาณรายจ่าย 2568 (สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2569) รับปีที่ผ่านมาตลาดผันผวนตามสถาวะเศรษฐกิจ โดยเฉพาะตลาดคอมซูเมอร์ (B2C) ที่ถดถอยอย่างเห็นได้ชัด ส่วนตลาดองค์กร (B2B) สวนทางเติบโตอย่างโดดเด่น ผลจากกลยุทธ์ที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าองค์กรในปีที่ผ่านมา ตั้งเป้าปี 2569 ตั้งเป้าการเติบโตไว้ 5% ภายใต้กลยุทธ์ “Customer Value First”

แรงกดดันจากเศรษฐกิจรอบด้าน กดตลาดคอนซูเมอร์หนัก
ยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด ฉายภาพรวมปีที่ผ่านมาว่าพบว่า เป็นปีที่เต็มไปด้วยแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลกและในประเทศ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง ส่งผลให้พฤติกรรมการใช้จ่ายเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ชะลอการใช้จ่ายอย่างเห็นได้ชัด
กลุ่มที่สะท้อนยอดขายได้อย่างชัดเจนเลยคือกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป ต่างระมัดระวังการใช้เงินเป็นอย่างมาก ชะลอการซื้อใหม่ออกไป หรือเลือกซื้อสินค้าที่เน้นความคุ้มค่า หรือราคาถูกสุดในรุ่น ทำให้ผู้ผลิตเกิดการแข่งขันในเรื่องของราคาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้รายได้ของกลุ่มสินค้าคอนซูเมอร์ในปีที่ผ่านมาคาดว่าลดลง 5% แต่สำหรับกลุ่มลูกค้าองค์กรนั้น ด้วยกลยุทธ์ของบริษัทในปีที่ผ่านมาที่เน้นแสวงหาการเติบโตในธุรกิจองค์กร ถึงแม้ว่ากลุ่ม SME หรือตลาด B2B มีแผนเลื่อนการลงทุน ยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์ให้นานขึ้น หรือมุ่งลงทุนเฉพาะโครงการที่มีความสำคัญ สะท้อนให้เห็นว่าตลาดอยู่ในภาวะระมัดระวัง แต่ความต้องการพื้นฐานยังคงมีอยู่ในระบบ จึงยังมีการเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่อง
“แรงขับเคลื่อนที่สำคัญของธุรกิจ B2B อยู่ที่เอปสันมุ่งทำตลาดในระดับ Mid-High อย่างชัดเจน ทั้งในกลุ่มเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทสำหรับองค์กรธุรกิจและสแกนเนอร์ ควบคู่กับการต่อยอดโซลูชันครบวงจรสำหรับองค์กร EcoFleet Management โซลูชันเครื่องพิมพ์ฉลากสี รวมถึงโซลูชันหุ่นยนต์อุตสาหกรรม ส่งผลทำให้เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทเพื่อธุรกิจเติบโตถึง 40% สแกนเนอร์เพื่อองค์กรเติบโตที่ 25% สอดรับนโยบาย Digital Transformation ส่วนเครื่องพิมพ์ฉลากสี ColorWorks เติบโตที่ 20% และเครื่องพิมพ์ป้ายโฆษณา 10% รวมถึงหุ่นยนต์อุตสาหกรรม 20%”
การเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์ B2B เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าองค์กรที่ยังคงเดินหน้าลงทุนในโซลูชันที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน สร้างความคุ้มค่าในระยะสั้น และเสริมศักยภาพการแข่งขันเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว โดยรวมแล้วตลาด B2B ฉุดรายได้โตเพิ่มขึ้นกว่า 10% ในปีที่ผ่านมา
ปี 2569 รุกด้วยกลยุทธ์ “Customer Value First”
ยรรยง ยอมรับว่า ภาคธุรกิจยังต้องดำเนินงานต่อไปท่ามกลางความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก สำหรับปัจจัยอื่นๆ สำหรับกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป คงเป็นพฤติกรรมที่มีความชัดเจนแบบสองขั้วในการเลือกสินค้าว่า ต้องการเน้นที่ราคา หรือเน้นคุณค่าและการใช้งานในระยะยาว สำหรับกลุ่มธุรกิจ B2B คาดว่าถึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการยกระดับ Digital Transformation และการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการดำเนินงานมากขึ้น
“ในงบประมาณรายได้ปี 2569 ตั้งเป้าเติบโตไม่ต่ำกว่า 5% จากการขับเคลื่อนกลยุทธ์ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าในระยะยาวมากกว่าการแข่งขันด้านราคา ภายใต้แนวคิด ‘Customer Value First’ โดยเน้นการรักษาส่วนแบ่งการตลาดให้ได้ไม่ต่ำกว่าเดิม เพิ่มไลน์อัปสินค้าให้มีมูลค่าสูงขึ้น เพิ่มสินค้าใหม่ตอบโจทย์คนกลุ่มไลฟ์สไตล์ยุคใหม่อย่าง โปรเจคเตอร์ Lifestudio ซีรี่ส์ ที่ให้ประสบการณ์ภาพระดับพรีเมียม ระบบเสียงจาก Bose นอกจากนี้ยังมีแผนเปิดตัว เครื่องพิมพ์ EcoTank รุ่นใหม่ พร้อมการรับประกันจากเดิม 2 ปี เพิ่มอีก 2 ปี รวมเป็น 4 ปี ถือเป็นรายแรกในไทยที่กล้าให้ความมั่นใจกับสินค้านานที่สุดในตลาด สำหรับธุรกิจ B2B ยังคงจะมุ่งเน้นขยายตลาดด้วยโซลูชันทุกมิติที่เอปสันมี ขยายตลาดใหม่เพื่อผลักดันให้เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เครื่องพิมพ์เลเซอร์มาสู่เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท ลดการใช้พลังงานและลดของเสีย รวมไปถึงขยาย Strengthen Partner เพื่อสนับสนุนคู่ค้าและลูกค้าอย่างใกล้ชิด”
สำหรับการพัฒนาการบริการ บริษัทฯ ได้ผ่านข้อตกลงระดับการให้บริการ SLA ในประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น โดยกำหนดมาตรฐานการตอบสนองและการแก้ไขปัญหาได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว เริ่มใช้งานระบบ Service CRM ใหม่ เพื่อบริหารจัดการเคสแบบเรียลไทม์ พร้อมแดชบอร์ดติดตามผลแบบ 360 องศา จัดตั้ง Thailand & Regional Parts Central Hub คลังอะไหล่ ลดการรอคอย ขยายศูนย์ให้บริการ 175 สาขาทั่วไทย ครอบคลุมการให้บริการ On-site ทุกพื้นที่
ส่วนโครงการที่สนับสนุนความยั่งยืน ESG เอปสันได้ให้ความสำคัญและดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 คือการนำขวดหมึกเอปสันที่ใช้แล้วกว่า 50,000 ขวดกลับมาผลิตเป็นชุดโต๊ะเรียน เพื่อบริจาคให้แก่หน่วยงานและชุมชนต่างๆ และยังได้ทำแคมเปญ “วิถีไทยไร้พลาสติก” การใช้วัสดุธรรมชาติทดแทนพลาสติก หรือโปรเจค “The Cooking Shack” กระต๊อบทรงไทยที่สร้างจากขวดน้ำและกล่องพลาสติกใช้แล้ว สะท้อนให้เห็นถึงสภาวะโลกร้อน ก่อนที่จะบริจาคให้เป็นสื่อการเรียนรู้ให้กับหน่วยการศึกษาต่อไป
“ตลอดช่วงที่ผ่านมา เอปสันได้ปรับเพิ่มน้ำหนักและความเข้มข้นในการทำตลาดกลุ่ม B2B อย่างต่อเนื่อง และวันนี้ถือเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า แม้อยู่ท่ามกลางสถานการณ์ที่ท้าทายอย่างรุนแรง บริษัทฯ ยังสามารถรักษาระดับการดำเนินงานโดยรวมไว้ได้ พร้อมทั้งขยายส่วนแบ่งตลาดในหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ B2B อย่างมีนัยสำคัญ ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงทิศทางกลยุทธ์ที่ถูกต้อง และความแข็งแกร่งของฐานลูกค้าองค์กรที่ให้ความเชื่อมั่นในโซลูชันของเอปสัน จากนี้ไป บริษัทฯ จะเดินหน้าต่อยอดกลยุทธ์เชิงรุก มองหา S-Curve ใหม่เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการยกระดับความแตกต่างของแบรนด์ผ่านจุดยืนด้านความยั่งยืนและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งกำลังเป็นคุณค่าหลักที่องค์กรยุคใหม่ให้ความสำคัญ และเป็นพื้นที่ที่เอปสันมีความโดดเด่นอย่างชัดเจนในตลาดปัจจุบัน” ยรรยง กล่าวทิ้งท้าย
- เพราะการพิมพ์ไม่ได้อยู่แค่บนกระดาษ! Epson ขยายพอร์ตเครื่องพิมพ์ป้าย และสิ่งทอ ดันยอดขายโต 6%
- Epson โชว์แกร่ง ยอดขายโต 8% สวนกระแสเศรษฐกิจ
- Epson เผยธุรกิจเติบโตกว่า 10% เป็นปีที่ 2 พร้อมเผยกลยุทธ์ใหม่หลังเทรนด์พิมพ์ลดลง
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา



