ศึก Virtual Bank ในประเทศไทยเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุด SCBX ขยับตัวครั้งสำคัญด้วยการประกาศความร่วมมือแบบ “ไตรภาคี” (Tri-party) ร่วมกับ KakaoBank จากเกาหลีใต้ และ WeBank จากจีน สองยักษ์ใหญ่ที่มี DNA ของธนาคารดิจิทัลระดับโลก

ความร่วมมือครั้งนี้ จะใช้ความเชี่ยวชาญของพันธมิตร SCBX มีความเชี่ยวชาญด้านระบบนิเวศทางการเงินของประเทศไทย ความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมลูกค้า และประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจทางการเงินขนาดใหญ่เป็นฐานสำคัญ ในขณะที่ KakaoBank มีประสบการณ์จากการดำเนินงานธนาคารดิจิทัลที่เน้นการใช้งานผ่านมือถือเป็นหลัก พร้อมองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ การออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้ และการให้บริการที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
ส่วน WeBank Technology Services มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีธนาคารดิจิทัล โครงสร้างพื้นฐานที่สามารถรองรับการขยายตัวในระดับสูง รวมถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่พัฒนาจากประสบการณ์ให้บริการผู้ใช้งานจำนวนมากในระดับโลก ความร่วมมือมีเป้าหมายคือสร้าง “AI-native Bank” หรือธนาคารที่คิดและทำงานด้วย AI ตั้งแต่วันแรก เพื่อเจาะกลุ่มบุคคลทั่วไปและผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) ที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อธนาคารแบบเดิม

วิเคราะห์ความร่วมมือ SCBX + KakaoBank + WeBank
การแข่งขัน Virtual Bank ในไทย จะไม่ใช่สงคราม “ดอกเบี้ยเงินฝาก” เหมือนในอดีต แต่จะเป็นสงคราม “Data & Credit Scoring” คนที่สามารถใช้ AI วิเคราะห์ได้แม่นยำกว่าว่า “ใครมีความสามารถในการจ่ายหนี้แค่ไหน ” คนนั้นคือผู้ชนะ
สำหรับ SCBX ที่เข้าใจพฤติกรรมคนไทย มีฐานข้อมูลและใบอนุญาตฯ ร่วมกับ KakaoBank ที่มีประสบการณ์ให้บริการผ่านมือถือที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ดี และมี WeBank ที่มีระบบที่มีความเสถียร สามารถบริหารจัดการบัญชีลูกค้านับร้อยล้านบัญชีได้ในต้นทุนที่ต่ำ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ Virtual Bank
คาดว่า กลุ่มเป้าหมายหลักคือ SME รายย่อย และกลุ่มอาชีพอิสระ (Gig Economy) ที่มักถูกธนาคารดั้งเดิมปฏิเสธสินเชื่อเพราะไม่มีสลิปเงินเดือน เทคโนโลยี “AI-native” ของกลุ่มนี้จะเข้ามาแก้ Pain Point เรื่องการเข้าถึงสินเชื่อได้อย่างตรงจุด
บทสรุป สถานการณ์ Virtual Bank ในประเทศไทย
คู่แข่งในไทยก็แข็งแกร่งไม่แพ้กัน โดยเฉพาะกลุ่ม GULF + KTB + ADVANC ที่มีฐานลูกค้าโทรศัพท์มือถือและพลังงานมหาศาล รวมถึงกลุ่ม Ascend Money (TrueMoney) ที่มีฐานผู้ใช้งาน Wallet และร้านค้า 7-Eleven ทั่วประเทศ
ขณะที่ความร่วมมือนี้สะท้อนว่า SCBX ไม่ได้ต้องการแค่ “ธนาคารดิจิทัลอีกแห่ง” แต่ต้องการสร้าง “ยานแม่ทางเทคโนโลยี” ที่ล้ำหน้าไปไกลกว่าคู่แข่ง โดยใช้ประสบการณ์จากประเทศที่ Virtual Bank ประสบความสำเร็จที่สุดอย่างจีนและเกาหลีมาประยุกต์ใช้ แต่ก็น่าจับตาดูอีกว่า SCBX จะวาง Virtual Bank กับ SCB Easy ที่เป็นแอปของ SCB ซึ่งเป็นบริษัทลูกอย่างไร รวมถึงแอป Fenix จาก Monix ด้วย
จากนี้เตรียมจับตาดูการเปิดให้บริการ ที่ต้องเน้นเรื่อง “ความง่าย” และ “การปล่อยสินเชื่อที่รวดเร็ว” ซึ่งหากทำได้จริง จะเป็นการปฏิวัติวงการการเงินไทย และกดดันให้ธนาคารดั้งเดิมต้องเร่งปรับตัว
อ่านประกอบ
- คลังเคาะแล้ว! อนุญาต 3 กลุ่มบริษัท ตั้ง Virtual Bank ได้แก่ กลุ่ม Ascend Money, กลุ่ม KTB และกลุ่ม SCBX
- Virtual Bank ไม่ง่ายในไทย ttb ชี้มีข้อจำกัดมากกว่าโอกาส แข่งขันสูง ดึงเงินฝาก ปล่อยเงินกู้
- สินเชื่อเพื่อนักสู้ FINNIX เร่งเครื่อง ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าเป็น 1.4 ล้านราย ยกระดับบริการอนุมัติไวสุด 5 วินาที
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา