AI กับวงการเชฟ: ทำไมแม้แต่เชฟมิชลินสตาร์ ก็ยังต้องพึ่งพา AI?

AI กับวงการเชฟ อาจฟังดูไม่เข้ากันเท่าไหร่ แต่รู้หรือไม่ แม้แต่เชฟที่มีดาวมิชลิน 18 ดวง ก็ยังใช้ AI ช่วยสร้างผลงาน มาดูกันว่าทำไม AI จะเป็นส่วนสำคัญต่อวงการนี้

แม้แต่เชฟมิชลินสตาร์ก็ยังพึ่งพา AI

AI คือเทคโนโลยีที่แทรกซึมไปทุกที่ ตั้งแต่ธุรกิจความบันเทิง เช่น Netflix และ Youtube, เว็บไซต์ข่าว, ธุรกิจการเงิน เช่น robotrade, ไปจนถึงวงการอาหาร ที่ทุกวันนี้เริ่มเห็นหุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารที่มี AI เป็นเทคโนโลยีเบื้องหลัง

แม้แต่วงการอาหารหรู ที่ต้องอาศัยความสร้างสรรค์และความเชี่ยวชาญก็ยังหนีไม่พ้น AI 

เพราะล่าสุดเชฟชื่อดังอย่าง Nicolas Maire เชฟชาวฝรั่งเศสผู้มีดาวมิชลินสตาร์รวมกันทั้งสิ้นกว่า 18 ดวง ก็ยังใช้ AI เข้ามาช่วยในการรังสรรค์เมนูอาหาร เพื่อให้ได้รสชาติที่สมบูรณ์แบบที่สุด

AI เกี่ยวอะไร กับการรังสรรค์อาหาร?

สิ่งที่ Sam หรือหุ่นยนต์ที่เป็นผู้ช่วยของ Maire ทำคือ ช่วยสร้างสูตรอาหาร plant-based ช่วยตอบคำถามว่าควรใช้วัตถุดิบจากพืชแบบไหนถึงจะสร้างอาหาร plant-based ออกมาให้มีรสชาติ ‘เที่ยงตรง’ กับต้นฉบับมากที่สุด

plant-based protein
ตัวอย่างอาหารเนื้อที่ทำจากพืช โดย Beyond Meat ภาพจาก Beyond Meat

โปรเจกต์นี้อยู่ภายใต้บริษัท Firmenich ธุรกิจน้ำหอมและกลิ่นรสชั้นนำในสวิตเซอร์แลนด์ที่หันไปให้ความสำคัญกับธุรกิจอาหาร plant-based โดยมีโจทย์สำคัญคือทำอย่างไรให้รสชาติเหมือนเนื้อจริง

AI คิดสูตรอาหาร ก็เหมือนการผสมสี

ในการคิดค้นอาหาร plant-based ขึ้นมาสักอย่างหนึ่ง Sam จะใช้ machine learning เรียนรู้ข้อมูลของวัตถุดิบส่วนผสมต่างๆ ที่ถูกรวบรวมมาเป็นเวลา 60 ปี ของบริษัท แล้วลองเปรียบเทียบดูว่าในการสร้างวัตถุดิบรสชาติออกมาแบบหนึ่ง ควรต้องใช้ส่วนผสมจากพืชอะไรบ้าง

Eric Saracchi ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายดิจิทัลและข้อมูล Firmenich อธิบายถึงเรื่องนี้เอาไว้อย่างเห็นภาพว่า “Sam จะต้องจะต้องทำความเข้าใจว่าอะไรคือสตรอว์เบอร์รี่ หรือ รสชาติของเนื้อย่างกระทบต่อต่อมรับรสบนลิ้นอย่างไร ก่อนจะหาส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างรสชาติ (ที่ต้องการ) กับวัตถุดิบอาหารจากพืช”

พูดให้ง่ายกว่านั้น สิ่งที่ Sam ทำก็เหมือนการผสมสี เช่น ถ้ามีเป้าหมายว่าจะผสมสีส้ม Sam ก็จะประมวลผลว่าต้องใช้สีอะไรผสมสีส้มออกมา แต่อาหารซับซ้อนกว่านั้นเพราะต้องสร้างทั้งรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่น แถมแต่ละอย่างก็มีความซับซ้อนในตัวเอง เช่น รสเค็มของเนื้อก็อาจมีหลายมิติผสมผสานกันไป

3d printed plant based salmon
Revo Foods 3d-printed salmon (plant-based), image from twitter.com/RevoFoods

Sam จะทำงานควบคู่ไปกับทีมนักสร้างสรรค์รสชาติมืออาชีพ (Flavourist) ที่ทำหน้าที่แบบเดียวกันกับแซมคือรังสรรค์วัตถุดิบออกมาเป็นรสที่ต้องการ โดยจะใช้หุ่นยนต์อย่าง Sam ช่วยตัดสินใจและทำให้ทำงานได้เร็วขึ้น 

ที่มา – BBC

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

บาส รชต สนิท - นักข่าว นักเขียน ที่ Brand Inside | สนใจด้าน Future of Work, สิทธิคนทำงาน, สิ่งแวดล้อม, การเมืองโลก, ปัญหาทุนนิยม และ สิทธิมนุษยชน