คำถามคาใจ ทำไม Robot ถึงเทรดหุ้นได้ดีกว่าคน?

หลังจากที่ Alpha Go ซึ่งเป็น AI ด้านการเล่นหมากล้อมสามารถเอาชนะแชมป์โลกได้ชนิดราบคาบ ถึงขั้นประเทศจีนสั่งห้ามถ่ายถอดการประลองกันระหว่างมนุษย์และหุ่นยนต์ครั้งนี้เพราะรับไม่ได้กับความพ่ายแพ้ ต่อจากนี้เราคงได้เห็นหุ่นยนต์สามารถเอาชนะมนุษย์ได้ในหลายๆเรื่องๆ แม้กระทั่งการเทรดหุ้น

แท้จริงแล้ว ความสามารถของมนุษย์นั้นอย่างไรก็เหนือกว่าหุ่นยนต์ (อย่างน้อยก็เพราะเป็นผู้สร้างขึ้นมากับมือ) แต่สิ่งที่หุ่นยนต์สามารถชนะได้แน่นอนนั่นก็คือเรื่องของ “จิตใจ” เพราะหุ่นยนต์ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ทำหน้าที่ในสิ่งนั้นๆเพียงสิ่งเดียว เช่น สร้างมาให้เล่นโกะก็ทำแค่นั้นพอ สร้างมาให้เทรดหุ้นก็ทำแค่นั้น แต่มนุษย์มีหน้าที่ต้องทำหลายอย่างและหลายบทบาท เช่น บทบาทของพนักงานบริษัท บทบาทของครอบครัว สมาธิย่อมถูกดึงออกไปไม่สามารถโฟกัสกับสิ่งที่ทำได้เต็ม 100%

ภาพจากภาพยนตร์ i, robot

วัดกันระยะยาว หุ่นยนต์ ชนะแน่นอน

แล้วถ้านำ Full-Time Trader มาปะทะฝีมืกับหุ่นยนต์ตรงๆแบบ Alpha Go ที่ชนกับแชมป์หมากล้อมล่ะ?  ผมคิดว่าหากแข่งกันในวันเดียว มีสิทธิแพ้ชนะได้ใกล้เคียงกัน เพราะอย่างที่บอกคือระบบการเทรดของหุ่นยนต์ก็ถูกป้อนข้อมูลให้โดยมนุษย์นั่นแหละ แต่หากแข่งกันระยะยาว ผมมั่นใจว่าหุ่นยนต์จะชนะขาดลอย

เพราะอะไร? อย่าลืมว่าจุดอ่อนสำคัญของมนุษย์ก็คือ “จิตใจ” หากวันไหนใจนิ่งก็แล้วไป แต่หากวันไหนใจไม่นิ่ง ความสามารถในการเทรดหุ้นย่อมลดลง ยังมีปัจจัยเรื่องของ “วินัย” ในการเทรดอีก ลองคิดตามดูว่าตัวเองเคยเป็นแบบนี้หรือไม่นะครับ หากวันไหนสามารถทำกำไรได้มาก อารมณ์ของเราจะคึกคักเป็นพิเศษ จนนำไปสู่การผิดวินัยด้วยการซื้อหุ้นจำนวนมาก และหากวันไหนเราขาดทุนเราก็จะผิดวินัยอีกด้วยการเร่งซื้อหุ้นเพื่อให้ได้กำไรคืนมา

ภาพ pixabay.com

แต่สำหรับหุ่นยนต์จะไม่มีวันแตกแถวแน่นอนและจะเทรดหุ้นตาม Logic ที่สร้างขึ้นเท่านั้น  เพราะอย่างที่บอกครับว่าเขาไม่มีชีวิตจิตใจ (ด้านอื่น) ถูกป้อนคำสั่งมาให้ทำหน้าที่เฉพาะเท่านั้น เวลาตัดขาดทุนจะไม่มีคำว่าเสียดาย เวลากำไรก็จะไม่หลงระเริง เวลาขายหมูก็จะไม่มานั่งบ่นเสียดาย (ที่พูดมาทั้งหมดนี้พฤติกรรมนักเล่นหุ้นทั้งนั้น)

ไม่นับเรื่องของความเร็วในการเทรดที่ยังไงหุ่นยนต์ก็ทำได้เร็วกว่าเพราะถูกลงคำสั่งไว้ล่วงหน้าแล้ว เมื่อเกิดสัญญาณซื้อหรือขายก็จะทำตามคำสั่งทันที ต่างจากมนุษย์ที่ต้องประมวลการตัดสินใจในสมองก่อนซึ่งช้ากว่าแน่นอน ยังไม่นับความเร็วในการคีย์คำสั่ง ยิ่งปัจจุบันเทคโนโลยีการเทรดความเร็วสูง (HFT) พัฒนาไปเร็วมากถึงขั้นส่งคำสั่งได้หลายครั้งในช่วงเวลาไม่ถึงวินาทีด้วยซ้ำ

ที่พูดมาทั้งหมดนี้ เป็นการเปรียบเทียบระหว่างหุ่นยนต์กับเทรดเดอร์มืออาชีพ ส่วนเทรดเดอร์ทั่วๆไปยิ่งไม่ต้องพูดถึง ระยะยาวหุ่นยนต์จะชนะอย่างแน่นอน เพราะธรรมดาในตลาดหุ้นก็จะมีผู้แพ้มากกว่าผู้ชนะอยู่แล้ว

ภาพจาก Pixabay.com

แล้วจุดอ่อนของหุ่นยนต์อยู่ตรงไหน?

ด้วยความที่เถรตรงเกินไปนี่แหละ ทำให้หุ่นยนต์อาจจะแพ้มนุษย์ได้บ้าง โดยเฉพาะการเทรดหุ้นที่มี “เจ้ามือ” ควบคุมราคาหุ้น ซึ่งราคาอาจไม่เป็นไปตามทฤษฎีทางเทคนิคหรือ Logic ใดๆ รวมถึงอาจจะแพ้ในกรณีที่เกิดข่าวหรือเหตุการณ์สำคัญที่มีผลต่อราคาหุ้นซึ่งอยู่นอกเหนือการประเมินของหุ่นยนต์ (เช่นพวกข่าวอินไซด์ต่างๆ) มนุษย์อาจจะพอกำชัยชนะได้บ้าง (แต่อย่าลืมว่าไม่ใช่ทุกคนที่เป็นเจ้ามือหุ้นได้)

อย่างไรก็ตาม Robot Trade ในปัจจุบันยังคงเป็นระบบ Quant หรือการคำนวนโดยหลักคณิตศาสตร์ แต่หากต่อไปหุ่นยนต์เทรดหุ้นถูกพัฒนาให้เป็น A.I ทั้งหมด เขาอาจสามารถปรับตัวในการเทรดได้เหมือนมนุษย์ ในขณะที่ยังคงมี Logic การเทรดที่แน่นอนอยู่ โอกาสที่มนุษย์จะเอาชนะหุ่นยนต์ได้ก็ยากขึ้นไปอีก

บทสรุปคือ หุ่นยนต์มีองค์ประกอบเหนือว่าในการเทรดหุ้นให้ชนะมนุษย์ แต่ระยะสั้นเทรดเดอร์ที่เก่งๆ อาจชนะได้เช่นกันแต่ระยะยาวจะไม่สามารถยืนระยะอยู่ได้ ดังนั้นมอบหมายหน้าที่การเทรดหุ้นมาให้กับหุ่นยนต์เถอะครับ

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

อดีตนักข่าวสายการเงินและตลาดหุ้นประจำสื่อยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง สนใจเรื่องทฤษฎีสมคบคิดในโลกการเงินเป็นพิเศษ ปัจจุบันเป็น Head Creative ที่ Super Trader และ COO ที่ Stock Quadrant ฟินเทคด้านการวิเคราะห์หุ้น มีอะไรคุยกันได้ที่เพจ Monkey Money และ @Nares_SPT