WeWork เผยว่ายื่นไฟลิ่งเรียบร้อย รอเข้า IPO มูลค่ากิจการล่าสุดเกือบ 1.5 ล้านล้านบาท

WeWork ได้ประกาศว่าบริษัทเตรียมยื่นเอกสารทำ IPO ต่อ หลังจากที่เปิดเผยว่าได้ยื่นไฟลิ่งแบบลับไปเมื่อสิ้นปี 2018 ที่ผ่านมา มูลค่ากิจการล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 1.5 ล้านล้านบาทแล้ว!

WeWork ผู้ให้บริการ Co-Working Space รายใหญ่ที่สุดของโลกได้ประกาศว่าบริษัทได้ยื่นไฟลิ่งแบบลับให้กับ ก.ล.ต. ของสหรัฐฯ ไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ล่าสุดได้เปิดเผยว่าบริษัทอยู่ขั้นตอนการส่งเอกสารที่จะทำเรื่องขอ IPO ในตลาดหลักทรัพย์ต่อไป

ผู้ให้บริการ Co-Working Space จากนิวยอร์กรายนี้ก่อตั้งในปี 2010 โดย Adam Neumann และ Miguel McKelvey โดยบริษัทจะเหมาพื้นที่จากอาคารต่างๆ เสร็จแล้วก็จะนำมาปรับปรุงใหม่ให้ทันสมัยและเพรียบพร้อมไปด้วยความสะดวก เช่น อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง บริการกาแฟ ห้องคุยโทรศัพท์ ห้องประชุม หรือแม้แต่เบียร์ตอนเลิกงาน! หลังจากนั้นก็จะเปิดพื้นที่หลังปรับปรุงแล้วให้สมาชิกของ WeWork เข้ามาทำงาน

ปัจจุบัน WeWork มีจำนวนสมาชิกมากถึง 400,000 ราย มี 100 เมืองให้บริการใน 32 ประเทศ เช่น ประเทศไทย  เวียดนาม เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ฯลฯ นอกจากนี้ในช่วงที่ผ่านมา WeWork ได้ขยายออกมาทำธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะความเป็นอยู่อย่าง WeLive หรือแม้แต่ด้านสุขภาพอย่าง WeRise รวมไปถึงด้านการศึกษาอย่าง WeGrow อีกด้วย

สำหรับผู้ลงทุนรายใหญ่ของ WeWork หนีไม่พ้น SoftBank Vision Fund ที่ลงทุนไปมากถึง 4,400 ล้านเหรียญสหรัฐ ฯลฯ ขณะที่ผู้ลงทุนรายอื่นๆ เช่น Goldman Sachs และ T. Rowe Price ฯลฯ สาเหตุหลักที่ SoftBank Vision Fund ลงทุนหนักเพราะ Masayoshi Son มองว่า WeWork คือธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ ไม่เหมือนกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แบบเดิมๆ ที่สร้างแล้วปล่อยเช่า หรือขายต่อ

งบการเงินของบริษัทล่าสุดปี 2018 ที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้ 57,400 ล้านบาท แต่ขาดทุน 60,600 ล้านบาท มูลค่าบริษัทปัจจุบันอยู่ประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท ขณะเดียวกันฝั่งของสถาบันการเงินเริ่มกังวลกับ WeWork ถึงทิศทางบริษัทที่เร่งเติบโตอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา รวมไปถึงการเช่าอาคารต่างๆ ในพื้นที่กลางเมืองว่าคุ้มค่ากับรายได้ที่จะได้รับจริงๆ หรือไม่

นอกจากนี้ นักลงทุนบางส่วนมีความกังวลถึงบริษัทเทคโนโลยีที่กำลังเร่ง IPO อยู่ในช่วงนี้ไม่ว่าจะเป็น Uber ฯลฯ ว่ามูลค่าที่แท้จริงของบริษัทแพงไปหรือไม่ และเรื่องของงบที่ยังขาดทุน ยังรวมไปถึงความกังวลว่าหลังจาก IPO ไปแล้วจะเป็นเหมือนกับกรณีของ Lyft ที่ราคาหุ้นลดลงหลังจากเข้าตลาดไปแล้ว

ที่มาBusiness Wire, CNN, Yahoo News, Bloomberg, TechCrunch

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

mm
คอลัมนิสต์ Brand Inside เขาคือผู้ที่สนใจในเรื่องของตลาดทุนทั้งในและต่างประเทศ โครงสร้างพื้นฐาน TMT (Technology, Media, Telecom) การควบรวมกิจการ รวมไปถึงนโยบายทางเศรษฐกิจของต่างประเทศ