มาแล้ว ครม. อัดฉีดเงิน 3 แสนล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจ คาดหวัง GDP ปีนี้โต 3%

กระทรวงการคลังได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาแล้ว ภายใต้วงเงินกว่า 3.16 แสนล้านบาท ขณะทางด้าน บล. หยวนต้ามองว่าหุ้นกลุ่มบริโภคภายในประเทศกับกลุ่มโรงแรมจะได้รับผลดี

Bangkok Night Market People
ภาพจาก Shutterstock

อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจเห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วน สำหรับสาเหตุของการที่รัฐบาลต้องออกมากระตุ้นเศรษฐกิจนั้น รัฐบาลคาดว่าสภาวะเศรษฐกิจโลกในไตรมาสที่ 2 นั้นมีโอกาสชะลอตัวลง ทำให้เกิดความกังวลถึงสภาวะเศรษฐกิจที่จะถดถอย รวมไปถึงสภาวะภัยแล้งในประเทศไทย

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่กระทรวงการคลังเสนอ 3 ด้าน ได้แก่

  • การบรรเทาผลกระทบภัยแล้ง เช่น
    • ปรับลดดอกเบี้ยเหลือ 0.1% สำหรับหนี้เงินกู้ไม่เกิน 300,000 บาทแรก ระยะเวลา 1 ปี
    • สินเชื่อฉุกเฉิน รายละไม่เกิน 50,000 บาท ปลอดดอกเบี้ยปีแรก หลังจากนั้น ปีต่อปี MRR 7%
    • สินเชื่อฟื้นฟูและซ่อมแซมความเสียหาย รายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR-2
    • ขยายเวลาชำระหนี้เงินกู้ ธ.ก.ส.
  • การดูแลผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว เช่น
    • ส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ
    • ฟรีวีซ่าชาวจีนและอินเดีย
    • สนับสนุนเข้าถึงแหล่งทุนของ SME
    • การสนับสนุนการส่งออกไปยังประเทศใหม่ๆ
  • การช่วยเหลือค่าครองชีพผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น
    • ช่วยเหลือผู้สูงอายุอีก 500 บาทต่อเดือน จนถึงเดือนกันยายน
    • ช่วยเหลือผู้มีบุตรอีก 300 บาทต่อเดือน จนถึงเดือนกันยายน
    • พักชำระหนี้เงินต้นของกองทุนหมู่บ้าน จนถึงเดือนตุลาคมปีหน้า
    • เติมเงินเพิ่มในบัตร จนถึงเดือนกันยายน
      • รายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี ได้รับเงิน 300 บาทต่อเดือน
      • รายได้มากกว่า 30,000 ถึง 100,000 บาทต่อปี ได้รับเงิน 200 บาทต่อเดือน

รัฐบาลเตรียมจะทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นจะอยู่ภายใต้วงเงิน 316,000 ล้านบาท มาจากงบประมาณปี 2562 และวงเงินสินเชื่อสถาบันการเงินของรัฐ ซึ่งจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบในวันที่ 20 สิงหาคม 2562 เพื่อให้มีผลทันทีในเดือนสิงหาคมนี้ คาดว่าจะสามารถทำให้ GDP ไทยโตได้ถึง 3% ในปีนี้

ขณะทางด้าน บล. หยวนต้า มีมุมมองว่า มาตรการที่ออกมาจะสนับสนุนกำลังซื้อและท่องเที่ยวเป็นหลัก ซึ่งหุ้นหลายตัวขึ้นรับข่าวไปแล้วในช่วงเช้า อาจเห็นแรงขาย Sell on fact ออกมาบ้าง แต่ด้วยวงเงินกระตุ้นเศรษฐกิจที่สูงกว่าคาดการณ์ของตลาดที่ราว 2 แสนล้านบาท จึงเป็นปัจจัยที่ช่วยจำกัด Downside ให้กับตลาดในระยะสั้นได้ แนะนำให้สะสม Domestic Play และหุ้นที่ Laggard ต่อเนื่อง

  • BJC
  • ROBINS
  • CPF
  • INTUCH
  • DTAC
  • ERW
  • SCB

ที่มา – Thai PBS, หนังสือพิมพ์ข่าวสด, หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ, บล. หยวนต้า

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

mm
คอลัมนิสต์ Brand Inside เขาคือผู้ที่สนใจในเรื่องของตลาดทุนทั้งในและต่างประเทศ โครงสร้างพื้นฐาน TMT (Technology, Media, Telecom) การควบรวมกิจการ รวมไปถึงนโยบายทางเศรษฐกิจของต่างประเทศ