บริษัทไอทียุคใหม่ เมื่อรวยแล้ว เพิ่มค่าจ้างพนักงาน ล่าสุด Facebook ให้แม่บ้าน 630 บาท/ชม.

กระแสการเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำในสหรัฐอเมริกา เป็นหนึ่งในประเด็กถกเถียงใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา เพราะค่าครองชีพที่พุ่งสูงจนค่าจ้างขั้นต่ำตามไม่ทัน และรวมถึงอัตราความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่พุ่งสูงขึ้นมากในช่วงที่ผ่านมา

บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ในโลกอย่าง Amazon ที่มีผู้ก่อตั้งและซีอีโอคือ Jeff Bezos ซึ่งในปัจจุบัน เขาคือบุคคลผู้ร่ำรวยที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ (modern history) โดยครอบครองทรัพย์สินรวมกว่า 1.5 แสนล้านเหรียญ (ประมาณ 5 ล้านล้านบาท) ก็ได้ประกาศขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำให้กับพนักงาน Amazon เมื่อปลายปีที่ผ่านมาเป็น 15 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 470 บาท)

  • ล่าสุด Facebook บริษัทไอทีที่มีชื่อเสียง (พอๆ กับชื่อเสีย) ในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะประเด็นปัญหาเรื่องความปลอดภัยในข้อมูลของลูกค้าที่มีบัญชีรั่วไหล และผลกระทบต่อสังคมในวงกว้างเรื่อยมา อย่างเช่น การเลือกตั้งประธานาธิบดีในสหรัฐอเมริกาในปี 2016 แต่ทว่าเมื่อเปิดผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ของปี 2019 รายได้ของบริษัทยังโตถึง 26%
  • เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา Facebook จึงตามกระแสของบริษัทไอทีที่รวยวันรวยคืน ด้วยการเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำพนักงานให้มาอยู่ที่ 20 ดอลลาร์ (ประมาณ 630 บาท) ต่อชั่วโมง
Mark Zuckerberg มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก
Mark Zuckerberg Photo: Shutterstock

กระแสบริษัทไอทียุคใหม่ เมื่อรวยแล้ว ต้องเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำให้พนักงาน

Facebook ประกาศว่า ทางบริษัทได้เพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำให้กับพนักงานของตนเองในซานฟรานซิสโกเป็น 20 ดอลลาร์ (ประมาณ 630 บาท) ต่อชั่วโมง โดยพนักงานที่อยู่ในข่ายนี้ คือพนักงานทั่วไปที่ไม่ใช่คนไอที โดยรวมถึงไปถึงพนักงานที่ทำงานในโรงอาหารและนักการทำความสะอาดด้วย ส่วนพนักงานทั่วไปในนิวยอร์กและวอชิงตัน ดีซี จะได้ค่าจ้างขั้นต่ำเริ่มต้นที่ 18 ดอลลาร์ (570 บาท) ต่อชั่วโมง

สำหรับพนักงานที่ทำงานด้านการดูแลคอนเทนต์ (content reviewer) ในซานฟรานซิสโก จะได้เงินค่าจ้างขั้นต่ำเริ่มต้นที่ 22 ดอลลาร์ (700 บาท) ต่อชั่วโมง ส่วนที่ทำงานในนิวยอร์กและวอชิงตัน ดีซี จะได้เงินค่าจ้างขั้นต่ำ20 ดอลลาร์ (ประมาณ 630 บาท) ต่อชั่วโมง

  • ค่าจ้างขั้นต่ำของบริษัทไอทีถือว่าสูงกว่าค่าจ้างขั้นต่ำที่รัฐบาลกลางของสหรัฐอเมริกาตั้งไว้ประมาณครึ่งหนึ่ง เพราะค่าจ้างขั้นต่ำที่สหรัฐอเมริกาตั้งไว้เป็นค่ากลางคือ 7.25 ดอลลาร์ (ประมาณ 230 บาท) ต่อชั่วโมง แต่ทั้งก็ขึ้นอยู่กับแต่ละมลรัฐอีกทีหนึ่ง เนื่องจากบางมลรัฐค่าครองชีพสูง ค่าจ้างขั้นต่ำจึงต้องดีดตัวสูงขึ้นจากค่ากลางมาตรฐาน แต่จะไม่มีมลรัฐใดที่ให้ค่าจ้างขั้นต่ำน้อยกว่าค่ากลางที่ตั้งไว้ได้

กระแสการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำสำหรับบริษัทไอทีไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะหลายๆ บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ก็ทำมาก่อนแล้ว อย่างเช่น Amazon ที่เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำขึ้นมาเป็น 15 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 470 บาท) เมื่อปลายปี 2018 ส่วน Facebook เอง ก็ได้ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำของพนักงานมาอยู่ที่ 15 ดอลลาร์ต่อชั่วโมงตั้งแต่ปี 2015 แล้ว

เหตุผลที่ Facebook ต้องขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 20 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง เพราะ “หลายปีที่ผ่านมา เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าค่าแรงขั้นต่ำที่ 15 ดอลลาร์ต่อชั่วโมงไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพตนเองได้แล้วในหลายพื้นที่ของสหรัฐอเมริกา ดังนั้น หลังจากที่เราได้ทำการทบทวนปัจจัยต่างๆ จึงปรับค่าแรงขั้นต่ำใหม่ให้สูงขึ้นเพื่อให้สะท้อนต่อความเป็นจริงที่เกิดขึ้น”

อย่างไรก็ตาม ค่าแรงของพนักงานไอทีกับพนักงานทั่วไปยังคงห่างกันมาก แต่ถึงกระนั้นคนไอทีที่ทำงานใน Silicon Valley และมีรายได้เดือนละ 1 ล้านบาท ก็ยังรู้สึกว่าตัวเองเป็น “คนชั้นกลาง” หลายคนยังใช้ชีวิตแบบเดือนชนเดือนด้วยซ้ำ เพราะค่าครองชีพที่พุ่งสูงมาก

ที่มา – IT News

*คำว่า “แม่บ้าน” ในพาดหัวด้านบนอาจไม่สะท้อนความเป็น Political Correctness (PC) แต่ผู้เขียนมองว่า คำว่า “พ่อบ้าน” ในภาษาไทยมีความหมายกำกวม ไม่ได้หมายความถึงผู้ที่มีอาชีพทำความสะอาดโดยตรง ดังนั้นจึงใช้คำว่าแม่บ้านเพื่อสื่อสารความหมายดังกล่าว โดยไม่มีจุดประสงค์ต้องการเหยียดเพศแต่อย่างใด

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

ธงชัย ชลศิริพงษ์ | Content Editor ของ Brand Inside | ชอบอ่าน ชอบเขียน เลยมาสมัครงานข่าว พระเจ้าให้ทำมาหลายปีแล้ว หลังๆ ชอบพูด เลยทำวิดีโอและรับงานพิธีกร ตอนนี้สนใจประเด็นทุกอย่างที่เกี่ยวกับ "อนาคต" ของโลกธุรกิจ-ไอที นอกเหนือจากงาน ชอบอ่านการเมืองและปรัชญา | ไม่ค่อยเล่น Facebook ติดตามได้ที่: https://twitter.com/ThongchaiBoyd | เริ่มเขียน blog ลง Medium ติดตามได้ที่: https://medium.com/@thongchaicholsiripong | มีข้อแนะนำ-ติชม-วิพากษ์วิจารณ์ข่าว/บทความ ส่งมาได้ที่: Th.cholsiripong@gmail.com