Big Data กับการประยุกต์ใช้ของ Starbucks ประเทศเกาหลีใต้ จนยอดขายพุ่งกระฉูด

Data หรือข้อมูลในตอนนี้เปรียบเสมือนขุมทรัพย์ ยิ่งมีมากก็ยิ่งสร้างโอกาสทางธุรกิจได้ จึงไม่แปลกที่ Starbucks ของเกาหลีใต้ตัดสินใจลงทุนเทคโนโลยี Big Data Analytics มาระยะหนึ่งแล้ว และผลลัพธ์ที่ได้ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ

Starbucks เกาหลีใต้ // ภาพจาก Starbucks Korea

สร้างโอกาสการขายสินค้าได้ดีขึ้น

การใช้งาน Big Data Analytics ของ Starbucks เกาหลีใต้ถูกนำมาใช้อย่างจริงจังตั้งแต่ระบบสั่งซื้อสินค้าผ่านมือถือ หรือ Siren Order ที่อยู่ในแอปพลิเคชั่นหลักของยักษ์ใหญ่ในธุรกิจกาแฟรายนี้ โดยตัวระบบจะเก็บข้อมูลการสั่งซื้อ, สภาพอากาศ และตำแหน่งสาขา เพื่อนำมาคำนวน และเสนอเครื่องดื่ม กับเมนูอาหารที่เหมาะสมที่สุด

และในเดือนพ.ย. 2560 ทาง Starbucks ที่นั่นก็เริ่มนำข้อมูลดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ และทำให้ถึงปัจจุบันมีการสั่งซื้อผ่านมือถือเฉลี่ย 1 แสนครั้ง/เดือน และยอดสั่งซื้อกว่า 37% ก็มาจากคำแนะนำเครื่องดื่ม กับเมนูอาหารที่แอปพลิเคชั่นเป็นตัวสร้างขึ้นอีกด้วย

สำหรับคำแนะนำก็มีตั้งแต่ เครื่องดื่มที่สั่งซื้อล่าสุด, เครื่องดื่มที่ช่วยสร้างความสดชื่น และเครื่องดื่มที่ให้ความอบอุ่น ซึ่งทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้า Starbucks ไม่ได้นำเรื่องสภาพอากาศเข้ามาเป็นอีกปัจจัยในการคำนวน โดย Baek Ji-woong ผู้อำนวยการการตลาด และดิจิทัลของ Starbucks เกาหลี ย้ำว่า Big Data ยังต้องลงทุนต่อเนื่อง

“เราเห็นประสิทธิภาพของ Big Data อย่างชัดเจนว่ามันช่วยอะไรเราได้บ้าง ดังนั้นการลงทุนเรื่องนี้ยังต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประสบการณ์ที่ดีที่สุดกับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ โดยตัว Siren Order นั้นเราเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งตั้งแต่ตอนนั้นเราก็เก็บข้อมูลมาโดยตลอดเลยด้วย”

อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Starbucks เกาหลีใต้ใช้งาน Big Data Analytics อย่างจริงจัง เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยเก็บข้อมูลกับลูกค้าเพื่อสร้างเครื่องดื่มตัวใหม่ วางขายแค่ในเกาะเชจู เพื่อทดลองการทำตลาด ก่อนที่จะลงเครื่องดื่มใหม่ทั่วประเทศเป็นการถัดไป

สรุป

ต้องยอมรับว่าข้อมูลเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของการทำธุรกิจในยุคนี้ ไม่เช่นนั้น Starbucks คงไม่ลงทุนอย่างจริงจัง ดังนั้นธุรกิจไม่ว่าจะเล็กใหญ่ การเก็บข้อมูลให้เป็นระบบจึงเป็นเรื่องที่ต้องทำเป็นอย่างแรกๆ เพื่อต่อยอดไว้ใช้ในอนาคต และสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

อ้างอิง // Korea Times

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Comments