จับนวัตกรรมล้ำๆ ผสานความเป็นญี่ปุ่น จนกลายเป็นส่วนผสมที่กลมกล่อมของโครงการ “Siamese Kin”

แม้ “ราคา” ยังเป็นตัวแปรต้นๆ ในการเลือกซื้อบ้าน แต่ความคุ้นชินเรื่องเทคโนโลยี ก็ทำให้หลายคนมองนวัตกรรมภายในบ้าน หรือ Smart Home กันมากขึ้น และกลายเป็นแนวคิดของกลุ่ม Siamese ในการสร้างโครงการนี้

Kin Chou หนึ่งในแบบบ้านของโครงการ Siamese Kin ราคา 20 ล้านบาท

บ้านต้องอยู่อย่างมีความสุข และสุขภาพดี

ที่ดินระแวกรามอินทรานั้น คนที่จะซื้อบ้านย่อมรู้กันดีว่ามีหมู่บ้านหรูๆ อยู่เต็มไปหมด ซึ่งคนกลุ่มนี้นอกจากมองเรื่องราคาอยู่บ้าง อีกสิ่งที่เริ่มมีผลต่อการตัดสินใจก็คือนวัตกรรมต่างๆ ที่อยู่ภายในบ้าน และไม่ใช่ติดไว้เท่ๆ ต้องนำมาปรับใช้งานได้จริงด้วย โดยเฉพาะเรื่องการดูแลสุขภาพที่นับวันจะมีผลต่อการใช้ชีวิตของผู้พักอาศัยในอนาคต

ขจรศิษฐ์ สิ่งสรรเสริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด เล่าให้ฟังว่า ในยุคที่ผู้บริโภคคุ้นชินกับเทคโนโลยีใหม่ๆ และทางหน่วยงานรัฐก็ขับเคลื่อนนโยบาย 4.0 ดังนั้นฝั่งผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เองก็ต้องปรับตัว ผ่านการนำเรื่องดังกล่าวมาใส่ไว้ในที่พักอาศัยให้มากขึ้น

ขจรศิษฐ์ สิ่งสรรเสริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด

“Asset of Life กลายเป็นแนวคิดหลังจากนี้ของกลุ่ม Siamese เพราะเราเชื่อว่าบ้านคือนวัตกรรม จึงตัดสินใจไปหารือกับ Sekisui ยักษ์ใหญ่บริษัทรับสร้างบ้านจากญี่ปุ่น และ SCG Heim ผู้เชี่ยวชาญระบบรับสร้างบ้านแบบ Modular เพื่อขึ้นโครงการ Siamese Kin และมองเรื่องความสุข รวมถึงสุขภาพดีหลังจากพักอาศัยเป็นหลัก”

อัดแน่นเทคโนโลยีแบบล้ำๆ และใช้ได้จริง

สำหรับโครงการ Siamese Kin จะเป็นบ้านแนวราบทั้งหมด 107 ยูนิต มีแต่ตั้งทาวน์โฮม, บ้านแฝด, บ้านเดี่ยวขนาดเล็ก และบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ 2 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอย 350 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ และมีห้องแม่บ้าน ส่วนราคานั้นจะเริ่มต้นตั้งแต่ 5.8 ล้านบาทในขนาดเล็กที่สุด จนถึง 20 ล้านบาทในขนาดใหญ่ที่สุด

ระบบฟอกอากาศที่ติดตั้งอยู่บริเวณใต้บันไดของบ้าน และจะมีท่อดูอากาศกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ส่วนกล่องด้านบนขวาคือแบตเตอรี่สำรองไฟจากแผง Solar

โดยทั้งหมดนี้จะใส่นวัตกรรมเด่นๆ เช่นระบบหมุนเวียนอากาศ (Air Factory) ที่มีตัวกรองอากาศอยู่ภายในบ้าน และดึงอากาศบริสุทธิ์เข้าไปเติมโดยตลอด, ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Power) ที่เก็บไฟไว้ในแบตเตอรี่เพื่อใช้กลางคืน และช่วยประหยัดค่าไฟราว 30% รวมถึงระบบ Home Automation ต่างๆ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย

ช่วยสร้างรายได้ Siamese อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้กลุ่ม Siamese เป็นอีกหนึ่งผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่น่าจับตามอง เพราะขึ้นโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และเตรียมเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2561 หลังปีนี้น่าจะปิดรายได้ราว 2,000 ล้านบาท ซึ่งหนึ่งในนั้นมาจากโครงการ Siamese Kin ที่น่าจะจำหน่ายได้ 100% ภายในสิ้นปีนี้

ทุกหลังมีการติดตั้งตัวแปลงเพื่อชาร์จไฟกับรถยนต์ EV หลังอุตสาหกรรมรถยนต์เริ่มไปในทิศทางนี้มากขึ้น

สรุป

ต้องยอมรับว่านวัตกรรมใหม่ๆ มีผลต่อการเลือกซื้อบ้านของคนยุคปัจจุบัน สังเกตจากผู้พัฒนาโครงการหลายราย เช่นอนันดา หรือแสนสิริ ก็ต่างใส่นวัตกรรมต่างๆ เข้ามามากขึ้น จึงเชื่อว่าหลังจากนี้น่าจะมีบ้านแบบ Smart Home มากกว่าเดิม และราคาก็คงลงมาจนคนหมู่มากสามารถจับต้องได้

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา