คนไทยอยาก ‘หน้าใส-หน้าเด็ก’ อายุ 20 ต้นๆ ก็ใช้ SHISEIDO แล้ว ‘ความงาม’ คือสุขเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิต ทำให้แบรนด์ยังโต แม้เศรษฐกิจไม่ดี

ด้วยบิวตี้สแตนดาร์ดของบ้านเรา คุณคิดว่า ‘สกินแคร์’ ประเภทไหน ขายดีที่สุด?

shiseido

คำตอบนี้อาจขึ้นอยู่กับแบรนด์ด้วย แต่ ‘SHISEIDO’ ในฐานะแบรนด์สกินแคร์ยอดนิยมของคนไทยพบว่า สินค้าที่ขายดีที่สุดในประเทศเราคือ เซรั่ม ครีม และครีมกันแดด

หากเจาะมาที่ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความกังวลโดยเฉพาะ ‘Nicolas Baudonet’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาดและการพัฒนาธุรกิจ SHISEIDO ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เผยว่า คนไทยให้ความสำคัญกับ ‘ผิวกระจ่างใส’ (Brightening) และ ‘การชะลอวัย’ (Anti-Aging) มาก

Baudonet กล่าวว่า คนไทยมีความสนใจในสองปัญหานี้สูง จนทำให้ ‘ULTIMUNE’ เซรั่มที่มีคุณสมบัติในการช่วยให้ผิวดูสุขภาพดี กระจ่างใส และชะลอวัยของ SHISEIDO ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในเซรั่มขายดีของประเทศไทย

คนไทยอยากหน้าเด็ก หน้าใส ใช้ SHISEIDO กันตั้งแต่อายุ 20 ต้นๆ

skincare
ภาพจาก Facebook: SHISEIDO

นอกจากนั้น พอคนไทยให้ความสำคัญกับผิวกระจ่างใสและการชะลอวัย ‘ครีมกันแดด’ จึงกลายเป็นหนึ่งในสินค้าขายดีด้วย เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนช่วยในการปกป้องผิวจากแสงแดด รวมถึงปัจจัยภายนอกอื่นๆ

Baudonet เล่าว่า ยิ่งในประเทศที่มีอากาศร้อนจัดและแดดแรงเช่นนี้ ยิ่งควรปกป้องผิว ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการชะลอวัยโดยตรง ส่งผลให้คนไทยให้ความสำคัญกับการทาครีมกันแดดมาก จนแทบจะเป็นปัจจัยสำคัญของชีวิต

ที่สำคัญ Baudonet กล่าวว่า ปัญหาเรื่องริ้วรอยและผิวกระจ่างใสไม่ใช่แค่เรื่องที่คนรุ่นเก๋ากังวล เนื่องจากสิ่งที่ SHISEIDO เห็นคือ ลูกค้าของแบรนด์มีแต่จะเด็กลงเรื่อยๆ เพราะอย่าง ULTIMUNE เอง ก็เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยในวัย 20 ต้นๆ ได้

แม้ SHISEIDO ก่อตั้งมานานกว่า 150 ปีแล้ว แต่ด้วยฐานผู้บริโภคที่เด็กลงอย่างต่อเนื่อง Baudonet มองว่า บริษัทจึงต้องขยันพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ขึ้นมา เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงคิดว่าสินค้าแห่งอนาคตที่จะตอบโจทย์คนรุ่นถัดไปคืออะไร

“ตอนนี้ นักวิจัยของเราทุกคนใน Global Innovation Center ที่โยโกฮาม่า กำลังนึกถึงเทรนด์ความงามในอีก 15-20 ปีข้างหน้าแล้ว ฉะนั้น เรากำลังคิดถึงในสิ่งที่ผู้บริโภคแห่งอนาคตกำลังคิด” Baudonet กล่าว

ความงามคือความสุขเล็กๆ น้อยๆ ในยุคพิษเศรษฐกิจ

shiseido

จริงๆ แล้ว ในฐานะแบรนด์ต่างชาติ การทำธุรกิจในตลาดความงามไทย ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะทุกวันนี้ พิษเศรษฐกิจทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น แต่ Baudonet เผยว่า ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2026 SHISEIDO ยังเติบโตอยู่

Baudonet มองว่า สินค้าของ SHISEIDO ก็เปรียบเสมือนความงามที่เป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ ของคนไทย ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมาย ‘Beauty Innovations for a Better World’

“ความงามสามารถนำพาความสุขมาให้ผู้บริโภคได้ เพราะความงามคือวิถีชีวิต และเราสามารถนำเสนอสินค้าคุณภาพที่จะทำให้คุณรู้สึกดี ดูดี และมีความสุข ไม่เว้นแม้แต่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก” Baudonet เชื่ออย่างนั้น

ขณะเดียวกัน แม้บางคนจะมองว่าแบรนด์ไทยอาจเข้าใจความต้องการและสภาพผิวของคนไทยดีกว่าแบรนด์ต่างชาติ แต่ Baudonet มั่นใจว่า SHISEIDO สามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคในบ้านเราได้

Baudonet ทราบดีว่า ในฐานะแบรนด์ระดับโลก คงไม่สามารถปรับสูตรสกินแคร์ให้ตรงกับสภาพผิวของคนแต่ละประเทศได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการขายสินค้าที่จริงใจ และตอบโจทย์ความกังวลของผู้บริโภคทุกคน

ทั้งนี้ Baudonet บอกว่า วิธีการสื่อสารก็สามารถปรับเปลี่ยนให้ตรงกับลักษณะของผู้บริโภคในแต่ละภูมิภาคได้ 

เช่น งาน ‘ULTIMUNE STUDIO: LISA’s Backstage’ ที่ดึง ‘ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล’ พร้อมศิลปินและนักแสดงไทยอีกมากมายมาสร้างโมเมนต์สำคัญ ก็เป็นอีกตัวอย่างของการสื่อสารกับคนไทย รวมถึงประเทศใกล้เคียงโดยเฉพาะ

“ทุกวันนี้ ULTIMUNE ที่คุณซื้อจากนิวยอร์ก ลอนดอน กรุงเทพฯ หรือโตเกียว ก็เหมือนกันหมด เพราะโดยพื้นฐานแล้ว เราใช้นวัตกรรมที่เป็นสากล แต่วิธีที่เราใช้ในการสื่อสารและอธิบายเทคโนโลยีให้กับผู้บริโภค หรือแม้กระทั่งตลาด ก็อาจจะแตกต่างกันไป” Baudonet กล่าว

ผู้บริโภคไทยกำลังมองหาความน่าเชื่อถือและประสบการณ์ในผลิตภัณฑ์ความงาม

shiseido
‘Nicolas Baudonet’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาดและการพัฒนาธุรกิจ SHISEIDO ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ประเทศไทยจึงเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของ SHISEIDO และยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาหลายปี 

ในมุมมองของ Baudonet ค่านิยมของคนไทยค่อนข้างสอดคล้องกับสิ่งที่ SHISEIDO นำเสนอ เพราะแบรนด์เชื่อในการผสานวิทยาศาสตร์ตะวันตก เข้ากับความงามแบบตะวันออก ซึ่งตรงกับความต้องการของผู้บริโภคไทย

Baudonet อธิบายว่า ผู้บริโภคไทยกำลังมองหาความน่าเชื่อถือ ความโปร่งใส และประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้การที่ SHISEIDO ให้ความสำคัญกับวิทยาศาสตร์ จึงกลายเป็นส่วนสำคัญในการเชื่อมต่อกับคนไทย

นอกจากนั้น Baudonet เผยว่า คนไทยยังมองว่าความงามเป็นเรื่องของประสบการณ์และไลฟ์สไตล์ ซึ่งทาง SHISEIDO เองก็ให้ความสำคัญมากๆ โดยยึดถือใน ‘Omotenashi’ ศิลปะการบริการของญี่ปุ่นเป็นหลัก

Baudonet อธิบายว่า SHISEIDO ให้ความสำคัญกับผู้บริโภค และอยากเชื่อมต่อกับลูกค้าผ่านศิลปะแห่งการบริการ ส่งผลให้ในเคาน์เตอร์แบรนด์ นอกจากจะมีสินค้าขายแล้ว ยังมีบริการให้คำปรึกษาด้วย เพื่อสร้างความสบายใจให้กับทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชม

ในอนาคต Baudonet ก็ยังอยากให้ประเทศไทยเป็นตลาดสำคัญของ SHISEIDO ต่อไป พร้อมขยายฐานลูกค้าให้เข้าถึงทุกช่วงวัยมากขึ้น และจะมีโปรเจกต์ใหม่ๆ ให้เห็นในไทยอย่างแน่นอน

บทสัมภาษณ์พิเศษของ SHISEIDO นี้ ทำให้เห็นว่า หากเข้าใจความต้องการของผู้บริโภค และรู้จักสื่อสารอย่างถูกวิธี ต่อให้เป็นแบรนด์ราคาแพงขนาดไหน ก็สามารถเติบโตท่ามกลางพิษเศรษฐกิจกับการแข่งขันอันดุเดือดได้

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา