อยากมีร้อยล้านต้องอ่าน! Alphakid ร้านค้าปลีกของเล่น ฝ่ามรสุมของจีนล้นตลาด สู่รายได้ 100 ล้านใน 3 ปี

อยากเริ่มทำธุรกิจ นอกจากต้องรักในสิ่งที่ทำและมีความเชี่ยวชาญในตลาดแล้ว  SME ต้องบริหารสภาพคล่องและต้นทุนให้อยู่มือ เพราะการแข่งขันยุคนี้สูงขึ้นเรื่อยๆ ถ้ามีผู้เชี่ยวชาญแนะนำได้ถูกจุด หรือใช้เครื่องมือให้ถูกที่ SME ก็เหมือนเสือติดปีกแล้ว

Brand Inside เลือก Case Study ของ SME ไทยที่เปิดบริษัทมา 3 ปี แม้ธุรกิจจะได้รับผลกระทบจากโลกดิจิทัล แต่ปี 2018 ที่ผ่านมากลับสร้างยอดขายแตะหลักร้อยล้านบาทได้แล้ว

“ศิริพรรณ แจ่มศรี” เจ้าของบริษัท แอลฟาคิด จำกัด (AlphaKid) เล่าว่า ยุคดิจิทัลที่อินเตอร์เน็ตเข้าถึงทุกพื้นที่แม้จะทำให้ตลาดของเล่นเด็กเปลี่ยนไป แต่ก็เป็นโอกาสในการขยายตลาดค้าปลีกหรือขายสินค้าตรงกับลูกค้าได้มากขึ้น

ทว่าความท้าทายหลักในธุรกิจของเล่นเด็กคือ “ของเล่นมีขายทุกที่” แต่ส่วนใหญ่จะผิดกฎหมาย ไม่มีลิขสิทธิ์ และไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัย (มอก.) ขณะเดียวกันเมื่อ Social Media เกิดขึ้น เทรนด์จากต่างประเทศก็เข้ามาถึงไทยเร็วขึ้นทำให้ของเล่นเด็ก เหมือนสินค้าแฟชั่น คือ มาเร็วไปเร็ว ช่วงเวลาที่ขายสินค้าได้ก็มีน้อยลงไปด้วย

ปัจจุบันตลาดของเล่นถูกลิขสิทธิ์ในไทยอยู่ที่ 7,000-10,000 ล้านบาท แต่ยังมี Disrupt หลายอย่าง เช่น คนเลือกซื้อ Gadget ให้เด็กเล่นแทน รวมถึงช่วงอายุเด็กเล่นของเล่นน้อยลง ตอนนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 3-9 ขวบ จากก่อนหน้านี้มีของเล่นตั้งแต่แรกเกิด – 13 ปี ยิ่งตอนนี้เทรนด์ในต่างประเทศมาถึงไทยเร็วขึ้น ทำให้ Shelf Life สินค้าลดลงเฉลี่ย 3 เดือนจากเดิมอยู่เป็นปี แต่กระบวนการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศอย่างถูกกฎหมายยังใช้เวลารวม 6 เดือน ตอนนี้เรายิ่งต้องทำการบ้านเยอะมาก

“ธุรกิจของเล่นเด็กเจอ Disrupt เยอะมาก ตอนนี้เราศึกษาทางแก้หลายๆ อย่างทั้งใช้ประสบการณ์ที่เคยนำเข้าสินค้าเด็กขายในห้าง ไปงาน Toy Fair ที่ต่างประเทศเพื่อเลือกสินค้าจับให้ถูกเทรนด์ รวมถึงเข้าโครงการ K SME Good to Great เพื่อหาโซลูชั่นใหม่ๆ ให้ธุรกิจ ข้อดีคือเราเจอเพื่อนในธุรกิจใกล้เคียงกันพอคุยกันแล้วเราก็ได้ทางออกใหม่ๆ เมื่อเข้ารอบได้อบรมเชิงลึกและรับคำปรึกษาแบบตัวต่อตัวก็ทำให้เราปรับใช้กับวิธีการทำงานได้ดีขึ้นหลายด้าน”

เป้าหมายหลักของบริษัทคือ ขยายธุรกิจค้าปลีกมีขายสินค้าทั้งหน้าร้านและเว็บไซด์ นอกจากการตั้งราคาสินค้าให้แข่งขันกับตลาดได้ หลังเข้าโครงการ K SME Good to Great ทางบริษัทซื้อโฆษณาผ่าน  Social Media เพื่อให้ลูกค้าเห็นสินค้ามากขึ้น ปัจจุบันมีสัดส่วนลูกค้าใหม่สูงถึง 81% ยอดขายเพิ่มขึ้น 56% มีการเก็บข้อมูลธุรกิจ เพื่อวิเคราะห์และต่อยอดกิจการได้ชัดเจนขึ้น

ในระยะยาวบริษัทยังเน้นการเพิ่มทางเลือกให้กลุ่มพ่อแม่ คาดว่าใน 3-5 ปีหลังจากนี้จะผ่านจุดคุ้มทุน ส่วนกำไรจากธุรกิจคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 หลักจากปัจจุบันอยู่ที่หลักเดียว ส่วนระบบหลังบ้านจะใช้โปรแกรมเก็บข้อมูลวิเคราะห์แนวโน้มสินค้าในแต่ละพื้นที่ นอกจากนี้มีระบบแพ็คของทำให้ปัจจุบันแพ็คสูงสุดวันละ 3,000 ชิ้น โดยใช้คน 10 คน จากเดิมทำได้หลักร้อยต่อวัน

จิตราวิณี วรรณกร (ซ้าย) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย และ ศิริพรรณ แจ่มศรี (ขวา) เจ้าของบริษัท แอลฟาคิด จำกัด (AlphaKid) 1 ในผู้ชนะโครงการ K SME Good To Great

สำหรับ 3 SME ที่เป็นผู้ชนะจากโครงการ K SME Good to Great ในปีที่แล้วนอกจากบริษัท แอลฟาคิด จำกัด ก็ยังมี บริษัท โวคลิฟวิ่ง จำกัด ผู้นำเข้าและเป็นตัวแทนจัดจำหน่าย สินค้ากลุ่มอาหาร ขนม และเครื่องครัว อยู่ระหว่างการปรับตัวเพิ่มช่องทางการขายผ่านออนไลน์ โดยหลังจากเข้าร่วมโครงการ สามารถทำยอดขายจากช่องทางออนไลน์เติบโตได้ 40% และยังสร้าง Brand Awareness ได้เพิ่มขึ้นด้วย

และผู้ชนะอีกรายก็คือ บริษัท ห้างขายทองเมืองพลอย จำกัด ร้านทองจากจังหวัดสกลนคร ที่แม้จะทำธุรกิจกว่า 30 ปี แต่ก็ต้องการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่โลกออนไลน์ ทำให้สามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ หลังเข้าโครงการ ทางบริษัทจะเปิดตัวแพลตฟอร์มร้านทองออนไลน์ และระบบ Gold online (ซื้อขายทองคำแท่งตามราคาแบบ real-time) ซึ่งปัจจุบันยังมีร้านทองทำเรื่องนี้น้อยมาก

SME เจ้าไหนอยากเข้าร่วมโครงการ K SME Good to Great คอร์สอัพธุรกิจเก่งให้โต สำหรับธุรกิจค้าปลีก ปีนี้จะเปิดโครงการ ด้วยงานสัมมนาหัวข้อ “เปิดสูตรความสำเร็จ SME ค้าปลีกยุคใหม่” ในวันที่ 10 ก.ค. 2019 นอกจากนี้จะมีคอร์สอบรมเชิงลึก (50 ราย) และสามารถรับคำปรึกษาตัวต่อตัวกับผู้เชี่ยวชาญจากหลายองค์กร

สุดท้ายผู้สมัคร 5 รายที่แข็งแกร่งที่สุดจะได้เงินรางวัลในการพัฒนาธุรกิจด้านการทำตลาดออนไลน์รายละ 100,000 บาทจากธนาคารกสิกรไทย ใครที่สนใจอยากได้ทั้งความรู้ ไอเดียทำงาน มีเพื่อนนักธุรกิจใหม่ๆ แถมมีโอกาสได้เงินทุนทำการตลาดออนไลน์อีก 100,000 บาท สามารถเข้าร่วมโครงการดีๆ แบบนี้ได้ตั้งแต่วันนี้ – 3 ก.ค. โดยสามารถสมัครและดูรายละเอียดได้ที่  http://bit.ly/2Wep1ge

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา