คาดการณ์ค้าปลีกใน US จะต้องปิดตัวอีก 75,000 แห่ง หลังจากออนไลน์เติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ

UBS ได้มีการคาดการณ์สถานการณ์ค้าปลีกในสหรัฐอเมริกา มองว่าจะต้องมีค้าปลีกอีก 75,000 แห่งต้องปิดตัวลง หลังอีคอมเมิร์ซยังคงเติบโตไม่หยุด

Photo : Shutterstock

ภายใน 75,000 แห่ง ประกอบไปด้วยร้านเสื้อผ้า 21,000 แห่ง ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า 10,000 แห่ง ร้านสินค้าตกแต่งบ้าน 8,000 แห่ง และร้านสำหรับซ่อมแซม ปรับปรุงบ้านอีก 1,000 แห่ง

เป็นการประเมินสถานการณ์ค้าปลีก โดยอ้างอิงจากการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าในปี 2026 สัดส่วนรายได้ของอีคอมเมิร์ซจะเพิ่มขึ้นเป็น 25% จากปัจจุบันมี 16%

ร้านค้าปลีกต่างๆ ที่กล่าวมานั้นอาจจะต้องปิดสาขาที่เป็นหน้าร้านเพิ่มขึ้น เนื่องจากมียอดขายในช่องทางอีคอมเมิร์ซเพิ่มขึ้น

นักวิเคราห์ได้มองว่าถ้าสมมติว่าในอนาคตยอดขายออนไลน์มีสัดส่วน 25% ของรายได้ค้าปลีกทั้งหมดของสหรัฐอเมริกา นั่นหมายความว่าการเพิ่มขึ้นทุกๆ 1% ของสัดส่วนออนไลน์ จะต้องมีร้านค้าปลีกต้องปิดประตูประมาณ 8,000-8,500 แห่ง

ซึ่งการเติบโตของอีคอมเมิร์ซได้พลังมาจาก Amazon เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นผู้เล่นใหญ่ครองส่วนแบ่งตลาดไปครึ่งหนึ่งของตลาดแล้ว

ถึงแม้ว่าร้านค้าปลีกหลายๆ แบรนด์จะมีการปรับตัว มีการเพิ่มนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามา แต่ก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะอยู่รอดหรือไม่ ขึ้นอยุ่กับสภาพเศรษฐกิจ และพฤติกรรมผู้บริโภคด้วย

Source

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา