ค่าเงินปอนด์ตกอีกแล้ว หลัง EU-UK กดดันการ Brexit เรื่องนี้จะจบอย่างไร

ก่อนหน้านี้ คนที่ส่งลูกไปเรียนที่อังกฤษ ทำการค้า หรือ ไปเที่ยวอังกฤษยิ้มกริ่ม เพราะค่าเงินปอนด์อ่อนค่าไปเยอะมากจากเรื่อง Brexit (อังกฤษประกาศออกจากสหภาพยุโรป) แต่หลังจากนั้น ค่าเงินปอนด์ก็ขยับขึ้นมาในระดับปกติ แต่วันก่อน (21 ก.ย.61) ค่าเงินปอนด์ก็อ่อนค่าอีกแล้ว

เงินปอนด์อ่อนค่า หลัง Theresa May พูดเรื่อง Brexit

หลังจาก Theresa May นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ที่เข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำของยุโรป ซึ่งมีการเจรจาเงื่อนไขการ Brexit ออกมาบอกว่า “การไม่มีดีลดีกว่ามีดีแย่ๆ” ส่งผลกระทบต่อค่าเงินปอนด์ให้อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และสกุลเงินยูโร ได้แก่

  • 1 ปอนด์ = 1.3068 ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินปอนด์อ่อนค่าประมาณ 1-1.5%
  • 1 ปอนด์ = 1.1144 ยูโร โดยค่าเงินปอนด์อ่อนค่าลง 1.1%

ขณะเดียวกันทั่วโลกยังหวังว่า Brexit จะไม่เป็น Hard Landing และหวังว่าอังกฤษจะสามารถดำเนินการค้ากับภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องอาศัยการเจรจาออกจากยุโรปก่อน

Carolyn Fairbairn, director general the CBI บอกว่า การเจรจาทั้งฝ่าย EU (สหภาพยุโรป) และอังกฤษ ต้องมีการเปลี่ยนแนวทางในการเจรจา เพราะไม่งั้นจะเพิ่มความเสี่ยงทั้งอัตราการจ้างงาน ค่าจ้าง และมาตรฐานชีวิตของทั้ง 2 ฝั่งอาจจะแย่ลงกว่าเดิม

อย่างไรก็ตามหลังจากการประชุมมีแถลงการณ์ของ Theresa May ระบุว่า ความสัมพันธ์ และการเจรจา Brexit ของทั้งอังกฤษกับยุโรป ยังต้องใช้เวลาอีกนาน

ภาพจาก shutterstock

หลังจากนี้ Brexit จะเป็นแบบไหน ภาคธุรกิจเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

ภายในแถลงการณ์ของ Theresa May ยังบอกอีกว่า ฝั่ง EU ยื่นขอเสนอให้ในกรณีที่อังกฤษยังอยู่ในเขตเศรษฐกิจของยุโรป มี customs union และใช้ข้อตกลงการค้าเสรีด้านภาษีศุลกากร ซึ่งด้านอังกฤษไม่สามารถยอมรับได้

“ถือว่ายอมรับไม่ได้ เมื่ออีกฝ่ายปฏิเสธข้อเสนอโดยไม่มีการอธิบายเหตุผล และรายละเอียด รวมถึงควรเสนอข้อเสนอใหม่มาด้วย”

Hamish Muress นักวิเคราะห์อัตราแลกเปลี่ยน OFX บอกว่า จากที่ Theresa May บอกว่า”การไม่มีดีลดีกว่ามีดีแย่ๆ” ทำให้เห็นแนวโน้มว่าการเจรจา Brexit น่าจะไม่จบในเร็วๆ นี้

ภาคธุรกิจในอังกฤษเลยต้องหาทางรับมือ โดย The British Chambers of Commerce (BCC) ออกมาเตือนว่า มีความเป็นไปได้ที่อังกฤษจะออกจาก EU โดยไม่มีดีลการค้า ซึ่งจะส่งผลกระทบให้บริษัทต่างๆ มีความกังวล

“บริษัทจำนวนมากมีความกังวลเรื่องความวุ่นวาย และความไร้ระเบียบ ที่อาจส่งผลลัพธ์ให้กระทบต่อการค้า และการเติบโตของธุรกิจ ซึ่งทั้งอังกฤษและยุโรป ควรหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่อาจะเกิดขึ้นนี้”

สรุป

Brexit แม้ว่าจะกลายเป็นเรื่องนอกกระแส ที่ทั่วโลกไม่ค่อยจับตามองกันแล้ว แต่ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์ใหม่ๆ ก็อาจส่งผลกระทบต่อการค้าการลงทุนทั่วโลกได้ โดยเฉพาะปีหน้าที่เศรษฐกิจโลกเริ่มชะลอตัว ใครที่ทำการค้า หรือมีธุระปะปังกับต่างประเทศควรจับตาเรื่องนี้ไว้ด้วย

ที่มา CNN

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Comments