หมดยุคฝากแผ่นตามสถานีวิทยุ ศิลปินวิ่งหา Music Streaming เพราะได้เงินเข้ากระเป๋าไปเต็มๆ

ตอนนี้บริการ Music Streaming เริ่มมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมเพลงมากขึ้น และเริ่มมีศิลปินบางรายหันใช้ช่องทางนี้ในการโปรโมท และผลงานก็ได้รับ Grammy Awards ด้วย

ภาพ // Facebook ของ Chance The Rapper ผู้ได้รับรางวัล Best New Artist, Best Rap Performance และ Best Rap Album ของ Grammy Awards ในปีนี้ จากเพลง No Problem และอัลบั๊ม Coloring Book ตามลำดับ

Streaming คือแพลตฟอร์มที่ได้การยอมรับ

ถ้าใครติดตามการประกาศรางวัล Grammy Awards ครั้งล่าสุดจะรู้ว่าโลก Streaming Music เข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมเพลงขนาดไหน แต่ถ้าใครไม่ได้ตาม ก็ต้องบอกเลยว่า การประกาศรางวัล Grammy Awards ครั้งนี้ได้แก้ไขกฎในการถูกเสนอชื่อเข้าชิงจากที่ศิลปินต้องออกอัลบั๊มที่มีสังกัดรองรับเท่านั้น เป็นไม่จำเป็นต้องมีสังกัด หรือออกอัลบั๊มแค่บนแพลตฟอร์ม Streaming Music ก็ได้ ซึ่งจุดนี้เองทำให้ Chance the Rapper ศิลปิน Rapper อายุ 23 ปี เป็นศิลปินคนแรกที่ไม่มีอัลบั๊มกับสังกัดใดๆ แต่ถูกเสนอชื่อ และคว้า Grammy ไปถึงสองรางวัล

ดังนั้นเมื่ออุตสาหกรรมเพลงเปิดกว้าง และให้การยอมรับกับศิลปินที่เผยแพร่ผลงานของตนเองแค่แบบ Streaming Music ก็คงไม่แปลกที่ศิลปินทั้งยอดนิยม และกลุ่มอินดี้ จะหันมาใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อเผยแพร่ผลงานของตนเอง และด้วยความง่ายเพลงส่งเพลงขึ้นไปให้ตรวจ หากผ่านก็สามารถวางขายได้ทันที แถมทั้งหมดนี้ยังได้รับเงินเข้ากระเป๋าโดยตรงอีกด้วย ถือเป็นการโปรโมทเพลง และได้เงินค่าลิขสิทธิ์ไปในตัว แตกต่างกับการส่งเพลงไปยังวิทยุ ที่ต้องใช้การขนส่งแบบดั้งเดิม และต้องลุ้นว่า DJ จะเปิดให้หรือไม่ รวมถึงถ้าเปิดแล้วก็ไม่ได้เงินอยู่ดี

หรือวิทยุจะตกกระป๋องในวงการเพลงแล้ว

อย่างไรก็ตามการที่ศิลปินหันไปใช้ช่องทางแพลตฟอร์ม Streaming Music ไม่ว่าจะเป็น Apple Music, Spotify, Joox หรือแม้กระทั่ง Fungjai เพราะด้วยความสะดวก และได้เงินค่าลิขสิทธิ์เพลง ก็คงทำให้มนต์คลังของสื่อวิทยุนั้นหายไปอีกระดับหนึ่ง หลังจากที่ตอนนี้ก็อยู่ยากขึ้น โดยเฉพาะระบบในประเทศไทยที่มีทั้งค่าสัมปทาน และแบรนด์ต่างๆ ก็เริ่มหันไปลงโฆษณาออนไลนืมากขึ้น ทำให้สิ่งดึงดูดให้วิทยุอยู่ได้คือ DJ รวมถึงเนื้อหารายการที่แตกต่าง และต้องไม่เป็นแค่รายการที่ไว้เปิดฟังระหว่างรถติดเท่านั้น เพราะจะได้กลุ่มผู้ฟังแค่คนในรถอย่างเดียว

และถ้ามองกันไกลๆ อาจจะถึงเวลาที่คลื่นวิทยุอาจต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์เพลงให้กับศิลปินเสียที เพื่อสร้างความเท่าเทียมให้กับศิลปิน และต่อสู้กับแพลตฟอร์ม Streaming Music ที่ไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่ช่องทางประชาสัมพันธ์ แต่คือสังคมของการรับฟังเพลง ที่รวบรวมเพลงหลากหลายไว้ให้เลือก หรือถ้าเลือกไม่ได้ก็ยังมีระบบ Playlist ที่เลือกเพลงมาให้ฟังคล้ายกับการฟังวิทยุ นอกจากนี้อีกโจทย์สำคัญของรายการวิทยุคือ Podcast ที่มีแต่เสียง ไม่มีภาพ เริ่มกลับมาได้รับความนิยม ดังนั้นเมื่อมีแค่เสียง แต่สามารถรับฟังเมื่อไหร่ก็ได้ โอกาสที่ความนิยมจะแสงหน้าวิทยุก็ยังมี

ภาพ pixabay.com

สรุป

การปรับตัวของคลื่นวิทยุต้องเกิดขึ้นในเร็ววันแน่นอน แต่จะถึงขั้นจ่ายเงินให้กับศิลปินเลยหรือไม่ โดยส่วนตัวในประเทศไทยคงคิดว่าไม่ เพราะส่วนใหญ่แล้วคลื่นวิทยุดังๆ ก็อยู่ภายในค่ายเพลงใหญ่ พวกเขาจึงมองว่าช่องทางวิทยุเป็นที่โปรโมทเพลงมากกว่า แต่ถ้าไม่จ่าย ก็ต้องระวังศิลปินหน้าใหม่ที่ไม่พึ่งพาค่ายเพลงจะมีที่ยืนในอุตสาหกรรมนี้มากกว่า

อ้างอิง

A 23-year-old rapper who has no label just made history with his Grammy win

In the age of Spotify, radio stations should no longer get away with playing music for free

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา