เมื่อ Reskill เห็นผล: โควิดทำ Microsoft ปิดหน้าร้าน ปรับพนักงานสู่ออนไลน์ สร้างรายได้เกือบ 2 พันล้านบาท

Microsoft
NEW YORK, NEW YORK – AUGUST 03: People wearing protective masks walk by a Microsoft retail store as the city continues Phase 4 of re-opening following restrictions imposed to slow the spread of coronavirus on August 3, 2020 in New York City. The fourth phase allows outdoor arts and entertainment, sporting events without fans and media production. (Photo by Cindy Ord/Getty Images)

Reskill พนักงานเพื่อสู้วิกฤต

ในช่วงวิกฤตโควิด Microsoft ประกาศปิดหน้าร้านหลายสาขาในสหรัฐอเมริกา พร้อมทั้งได้ปรับเปลี่ยน “พนักงานหน้าร้าน” ให้กลายเป็น “พนักงานบริการลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์” กว่า 300 คนนับตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ผลจากการให้พนักงานปรับทักษะ (reskill) เพื่อรับมือกับวิกฤตเห็นผลดี โดย Business Insider ได้รายงานและอ้างอิงจากสไลด์ภายในของ Microsoft ที่ได้มาจากแหล่งข่าวซึ่งไม่เปิดเผยตัวตนว่า:

  • Microsoft มีรายได้ 61.7 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1,956 ล้านบาท (จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ 73.1 ล้านดอลลาร์ แต่โดยภาพรวมแล้วถือว่าอยู่ในระดับดี เพราะเติบโตกว่าปีที่ผ่านมาถึง 9%) จากการขายโซลูชั่นให้กับธุรกิจขนาดกลางขนาดเล็กและองค์กรด้านการศึกษา (small and medium businesses and educational organizations หรือ SMB/EDU) เช่น อุปกรณ์อย่าง Surface Duo และ HoloLens 2 ซึ่งเป็นแว่นตา AR เพื่อใช้ในการทำธุรกิจของผู้ประกอบการและรวมถึงภาคการศึกษาที่จำเป็นต้องทำการเรียนการสอนออนไลน์ในช่วงวิกฤตโรคระบาด

อย่างไรก็ตาม รายได้ในส่วน SMB/EDU ไม่ได้รับความนิยมมากนักในสายตานักลงทุน เนื่องจากผลิตภันฑ์อื่นๆ ของ Microsoft ที่หลายคนจับตามองเพราะเป็นที่รู้จักกันดีอย่าง Microsoft Azure, Microsoft Teams และ Office 365 suite มากกว่า

สำหรับธุรกิจ SMB/EDU ของ Microoft ที่ประสบความสำเร็จในแง่รายได้ เครดิตที่ต้องให้คือการ reskill พนักงานจากที่แต่เดิมทำงานหน้าร้านมาสู่การเป็นพนักงานขายออนไลน์ โดยทำหน้าที่ตั้งแต่นำเสนอและขายผลิตภัณฑ์ให้กับภาคธุรกิจรายย่อยและสถานศึกษา จัดอบรมออนไลน์ และสนับสนุนด้านการบริการให้ลูกค้าผ่านทางออนไลน์แบบครบวงจร

ที่มา – Business Insider

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา