‘WestK’ เขตวัฒนธรรมฝั่งตะวันตกเกาลูน จับมือ ‘Butterbear’ จัดใหญ่โปรโมตการท่องเที่ยว ณ ใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมของที่ระลึกแบบลิมิเต็ด

สำหรับคนไทย ฮ่องกง ถือได้ว่าเป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตอันดับต้นๆ ทั้งเที่ยวได้ง่าย อาหารอร่อยขึ้นชื่อ หรือแม้กระทั่งสายมู สายดูดวง ที่ชื่นชอบตะลุยเก็บเครื่องรางของวัดดังต่างๆ
แต่ตอนนี้ได้มีแลนด์มาร์กเพิ่มขึ้นมาอีกแห่ง และเชื่อว่าใครหลายๆ คนก็ยังไม่รู้จัก นั่นก็คือ ‘WestK’ หรือ เขตวัฒนธรรมฝั่งตะวันตกเกาลูน
แหล่งรวมวัฒนธรรม ศิลปะทุกแขนง พื้นที่สาธารณะขนาดใหญ่ และยังเป็นย่านเศรษฐกิจของภูมิภาค ที่ตั้งอยู่ในฝั่งเกาลูน
พร้อมเดินสายโปรโมตการท่องเที่ยวทั่วเอเชีย เริ่มต้นที่แรกกับประเทศไทย พร้อมดึงดาราสาว ‘Butterbear’ มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์อีกด้วย

กิจกรรมล่าของที่ระลึก เที่ยวเกาลูนกับ ‘น้องหมีเนย’
ในเมื่อสถานที่คือแหล่งรวมศิลปะระดับโลก จะมีอะไรเข้ากันได้ดีไปกว่าการเลือกคาแรกเตอร์ขวัญใจคนไทยได้ดีไปกว่าดาราสาวน้องหมีเนย หรือ ‘Butterbear’
สำหรับแคมเปญ ‘WestK in Bangkok’ ได้มีการดึง Butterbear มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อโปรโมตการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ด้วยความที่เข้าถึงคนไทยรุ่นใหม่ได้ง่าย และความนิยมที่ไม่เคยตก
ผ่านการจัดกิจกรรม ‘Butterbear’s WestK Experience’ ใจกลางเมือง ณ สยามพารากอน ตั้งแต่วันที่ 6-12 กรกฎาคม ให้แฟนๆ ของน้องหมีเนย ได้มาร่วมกิจกรรมลุ้นรับของรางวัล พร้อมตามรอยไปถึงเกาลูน
ซึ่งภายในงานนี้ มีทั้งจุดถ่ายภาพแบบอิมเมอร์ซีฟ พร้อมกับกิจกรรมสะสมตราประทับบนโปสการ์ด ลายเฉพาะของ Butterbear เพื่อลุ้นรับของที่ระลึกรุ่นลิมิเต็ดอิดิชันจำนวนจำกัด ‘WestK x Butterbear’
ตลอดทั้งงานยังใส่ดีไซน์ของน้องหมีเนยอยู่ในทุกองค์ประกอบของกิจกรรม ทั้งยังพาไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ ของ WestK สัมผัสงานศิลปะระดับภูมิภาคได้จากใจกลางของกรุงเทพฯ
ไม่ว่าจะเป็น M+ พิพิธภัณฑ์ด้านวัฒนธรรมร่วมสมัย, พิพิธภัณฑ์พระราชวังฮ่องกง, Xiqu Centre โรงละครสำหรับศิลปะการแสดง ไปจนถึงการสอดแทรกกลิ่นอายวัฒนธรรมที่หลากหลาย ซึ่งนำมาจำลองในส่วนหนึ่งของงาน

คนไทยเที่ยวฮ่องกงเกือบ 6 แสนคนต่อปี มากที่สุดในอาเซียน
แล้วทำไมประเทศไทย ถึงเป็นประเทศแรกที่ WestK เลือกมาโปรโมตถึงที่ แถมยังลงทุนดึงคาแรกเตอร์ขวัญใจของคนไทยมาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์?
เบอร์นาร์ด ชาญวุฒิ โสภณพนิช ประธานคณะกรรมการองค์การบริหารเขตวัฒนธรรมฝั่งตะวันตกเกาลูน เล่าว่า ประเทศไทย ถือเป็นประเทศแรกในการเดินทางโปรโมต WestK ในครั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมา มีคนไทยจำนวนไม่น้อยเดินทางไปยังฮ่องกง
โดยในปี 2568 คนไทยไปเที่ยวฮ่องกงมากกว่า 560,000 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นถึง 7.5% จากปีก่อนหน้า และในปีนี้ (2569) จำนวนนักท่องเที่ยวก็ยังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งจากบรรดานักท่องเที่ยวชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด ชาวไทยนับว่ามีจำนวนมากเป็นอันดับ 1
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีความร่วมมือและการจับมือเซ็น MOU ร่วมกัน ระหว่างไทยและฮ่องกงหลายครั้งด้วยกัน ในด้านของศิลปะและวัฒนธรรม ซึ่งทำให้เห็นความสนใจของนักท่องเที่ยวชาวไทยต่อการมาเยือนฮ่องกงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จนกลายมาเป็นแคมเปญ ‘WestK in Bangkok’ ที่ตั้งใจดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทย ให้รู้จักกับแหล่งรวมวัฒนธรรมระดับภูมิภาค จุดเช็คอินแห่งใหม่ที่สายอาร์ตไม่ควรพลาด กับงานศิลปะที่รวบรวมจากทั่วทุกมุมโลก รวมไปถึงการแสดงและดนตรีที่มีทุกรูปแบบ

ปั้นเกาลูนเป็น Cultural CBD ศูนย์กลางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจของภูมิภาค
สำหรับ เขตวัฒนธรรมฝั่งตะวันตกเกาลูน หรือ WestK ถูกพัฒนามาอย่างยาวนานต่อเนื่องกว่า 30 ปี ด้วยการตั้งใจให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจด้านวัฒนธรรมของฮ่องกง หรือ ‘Cultural CBD’
ด้วยการเป็นพื้นที่ศูนย์กลางของการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม รวมจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สำคัญของเอเชีย
โดยครอบคลุมพื้นที่กว่า 40 เฮกตาร์ (250 ไร่) ตลอดแนวชายฝั่งอ่าววิกตอเรีย กว่า 2 กิโลเมตร มีทั้งพื้นที่เชิงพาณิชย์ สวนสาธารณะ และที่เปิดโล่งขนาดใหญ่ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ M+ และ พิพิธภัณฑ์พระราชวังฮ่องกง
สถานที่จัดงานแสดงศิลปะหลายแขนง อย่าง Xiqu Centre และ ฟรีสเปซ ตลอดจน WestK Performing Arts Centre ศูนย์ศิลปะการแสดงที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ ที่จะพร้อมเปิดให้บริการในปี 2570 รวมแล้ว 10 โรงละคร
นอกเหนือไปจากพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะและการแสดงแล้ว WestK ยังประกอบไปด้วยพื้นที่ออฟฟิศ โรงแรม ร้านอาหาร ไปจนถึงพื้นที่สาธารณะ ทำให้ไม่ได้มีแค่คนที่สนใจศิลปะเท่านั้น แต่ยังเปิดพื้นที่ให้โอกาสทางธุรกิจระดับโลกด้วย

การร่วมมือกับ Butterbear นี้ เรียกได้ว่าจับถูกจุดคนไทยรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบงานศิลปะ เมื่อรวมกับการจัดกิจกรรมใจกลางพารากอน ยิ่งชัดเจนว่า WestK ไม่ได้วางตัวเองเป็นแลนด์มาร์กที่รอให้คนไปค้นพบอย่างเดียว แต่นี่คือการเดินสายโปรโมต เพื่อเสนอความเป็นตัวตนให้กับนักท่องเที่ยวแบบถึงที่
และยังทำให้เห็นว่าไปเที่ยวฮ่องกง ไม่ได้มีแค่ของกินหรือสายมูอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจของเอเชียอีกด้วย
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา