Mazda เตรียมคืนชีพ Rotary ภายใต้โครงการ XEV หรือรถยนต์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนได้หลายรูปแบบ

ถือเป็นข่าวดีของคนที่ชื่นชอบ หรือติดใจในเครื่องยนต์ Rotary เพราะหลัง Mazda เลิกทำตลาดไปพักใหญ่ ล่าสุดค่ายรถญี่ปุ่นรายนี้ก็มีแผนปัดฝุ่นพัฒนาเครื่องยนต์ Rotary อีกครั้ง แถมยังเป็นการพัฒนาเพื่อใช้ในรถยนต์ไฟฟ้าด้วย

เครื่อง Rotary
เครื่องยนต์ Rotary // ภาพโดย I, 天然ガス [CC BY-SA 3.0 (http://creativecommons.org/licenses/by-sa/3.0/)]

เอาใจขาซิ่ง แต่ก็มาพร้อมกับการปล่อยมลพิษที่ลดลง

เครื่องยนต์ Rotary นั้นมีจุดเด่นเฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นขนาดเล็ก และเบา แถมยังให้ประสิทธิภาพในการส่งกำลังที่สูง ทำให้มันตอบโจทย์การติดตั้งในรถซิ่งอย่างมาก แต่ด้วยการปล่อยมลพิษเยอะ และมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่สูง ทำให้ Mazda เลิกทำตลาดเครื่องยนต์ตัวนี้ไปพักใหญ่

อย่างไรก็ตาม Mazda ยังคงวิจัย และพัฒนาเครื่องยนต์ตัวนี้อยู่ตลอด และล่าสุดก็เตรียมพัฒนาเครื่องยนต์ Rotary เพื่อใช้งานกับรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว โดย Ichiro Hirose หัวหน้าฝ่ายพัฒนาระบบส่งกำลังของ Mazda เล่าให้ฟังว่า ทางบริษัทอยู่ระหว่างพัฒนาแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้าในชื่อ XEV ที่มีเครื่องยนต์ Rotary เป็นส่วนประกอบอยู่

RX-7
RX-7 รถสปอร์ตที่ใช้เครื่องยนต์ Rotary ของ Mazda

“XEV หมายถึงรถยนต์ไฟฟ้าที่มีความหลากหลายในการส่งกำลัง เพราะตัวแพลตฟอร์มนี้จะติดตั้งเครื่องยนต์ Rotary เข้าไปเพื่อใช้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ของรถยนต์ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นแบบ Mild Hybird ที่ช่วยในการออกตัว, Full Hybrid ที่ช่วยในการประหยัดพลังงาน หรือการขับเคลื่อนโดยใช้แค่แบตเตอรี่ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว”

การที่ Mazda สามารถทำเช่นนี้ได้เพราะเครื่องยนต์ Rotary นั้นมีขนาดเล็ก ทำให้การใส่เครื่องปั่นไฟ, มอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องยนต์สันดาปภายในไว้ในเครื่องยนต์ลูกเดียวก็สามารถทำได้ เรียกได้ว่าเป็นการรีดประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ Rotary ได้อีกขั้นหนึ่ง

RX-7
ห้องเครื่องของ RX-7

สำหรับตัวอย่างที่ดีในระบบ XEV ก็คือการสร้างรถยนต์ไฟฟ้าเต็มระบบที่มีเครื่องยนต์ Rotary มาช่วยเพิ่มระยะการเดินทาง หรือ Battery Electric Vehicle with Rotary Range Extender ถือเป็นการปิดช่องว่างเรื่องการขับขี่ระยะไกลของรถยนต์ไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี

สรุป

เครื่องยนต์ Rotary นั้นเป็นตำนานของ Mazda และการปัดฝุ่นครั้งนี้ก็คงเป็นที่เฝ้ารอของคนชอบเครื่องโร แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป จากเครื่องโรที่กินน้ำมัน และปล่อยควันเยอะๆ ก็จะกลายเป็นตัวช่วยในการขับเคลื่อนแทน ดังนั้นคงต้องดูกันต่อไปว่าโปรเจค XEV จะออกมาใช้งานจริงได้เมื่อไร

อ้างอิง // Drive

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา