ยอดขาย Lexus ร่วง 4.4% หลังสหรัฐฯ ที่เป็นตลาดหลัก หันไปนิยมรถยนต์คันใหญ่

นอกจากผู้ผลิตรถยนต์จะเร่งเครื่องตัวเองเพื่อเดินหน้ารถยนต์ไร้คนขับ และรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแล้ว การปรับกลยุทธ์เพื่อรักษายอดขายในปัจจุบันก็ยังดุเดือดเช่นเดิม และ Lexus ก็คือหนึ่งในผู้ปรับตัวไม่ทันในสมรภูมิ Luxury

LS 500 // ภาพจาก Lexus

ยอดตก 4.4% หลังพลาดเป้าตลาดสหรัฐฯ

ปีนี้ยอดขาย Lexus แบรนด์รถยนต์กลุ่ม Luxury ของ Toyota ทำท่าจะไปไม่สวย หลังจบครึ่งปีแรกนั้นยอดขายลดลงถึง 4.4% คิดเป็นจำนวน 305,169 คัน และเหตุที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะ สหรัฐอเมริกาที่เป็นตลาดหลักมียอดขายลดลงถึง 10% เมื่อเทียบเวลาเดียวกันของปีก่อน

“ตลาดรถยนต์ส่วนบุคคลในสหรัฐอเมริกานั้นค่อนข้างท้าทาย และมันเริ่มส่งผลกับยอดขายของบริษัทแล้ว โดยคาดว่าปีนี้ยอดขายคงลดลงไม่เกิน 4% คิดเป็นยอดขายราว 6.5 แสนคัน หลังจากเปิดตัวรุ่น LC รถยนต์กลุ่ม Sport Coupe รวมถึงปรับรุ่น LS รถยนต์กลุ่ม Sedan ให้โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น” Maki Niimi โฆษกของ Toyota กล่าว

รถยนต์กลุ่ม Sedan หรือรถยนต์หลักในการทำตลาดของ Toyota และ Honda นั้นมีแนวโน้มความต้องการลดลงในสหรัฐอเมริกามาระยะหนึ่งแล้ว และทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ค่ายอื่นเริ่มหันไปทำตลาดรถยนต์ที่ขนาดใหญ่ขึ้น เช่น SUV และรถกระบะขนาดใหญ่

ในทางกลับกันยอดขายกลุ่ม SUV ของ Lexus ก็เกาะกระแสเติบโตในสหรัฐอเมริกาได้เช่นกัน โดยเฉพาะรุ่น NX ซึ่งทางนักวิเคราะห์มองว่า การที่ยอดขายภาพรวมของ Lexus ลดลงนั้น ก็มาจากแบรนด์ไม่สามารถทำสมรรถนะ รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ให้แข่งกับแบรนด์ Luxury ด้วยกันได้ เช่น Mercedes-Benz และ BMW

อย่างไรก็ตามถึงยอดขาย Lexus จะลดลง แต่กลุ่ม Toyota ก็ยังเป็นแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์เบอร์ 2 ของโลก ผ่านเป้าหมายจำหน่ายกว่า 10 ล้านคันในปีนี้

อ้างอิง // Reuters

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา