งานหนักฆ่าคนได้! พระญี่ปุ่นฟ้องวัด ฐานใช้งานโหดเกินไป บางวันทำงาน 17 ชม. ไม่ได้พัก

ทำงานหนักจนตาย เป็นสิ่งที่คนญี่ปุ่นคุ้นชินกันดี จนมีคำว่า “คาโรชิ” มาใช้เพื่ออธิบายโดยเฉพาะ ล่าสุด ไม่ใช่แค่คนปกติธรรมดาเท่านั้น แต่ลามไปถึงพระแล้ว เพราะว่าพระก็ตกอยู่ในสภาวะคาโรชิเช่นเดียวกัน สุดท้ายนำมาสู่การฟ้องร้องวัดที่ตนสังกัดอยู่

พระญี่ปุ่น ฟ้องวัด
Photo: Shutterstock

พระญี่ปุ่นฟ้องวัด ฐานทำงานหนักเกินไป

เรื่องมีอยู่ว่า พระญี่ปุ่นรูปหนึ่งอายุประมาณ 40 ปี ได้จ้างทนายเพื่อฟ้องวัดแห่งหนึ่งซึ่งตนสังกัด ตั้งอยู่บริเวณภูเขาโคยะ โดยถือเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมและศูนย์กลางของศาสนาพุทธนิกายชินกอน

  • พระญี่ปุ่นรายนี้เรียกร้องค่าชดเชยเป็นเงินจำนวน 2.5 ล้านบาท

Noritake Shirakura ทนายความที่ถูกว่าจ้าง บอกว่า ลูกความของเขา (พระญี่ปุ่น) สังกัดที่วัดแห่งนี้ในปี 2008 และรู้สึกว่าตกอยู่ในสภาวะกดดันและหดหู่จากการทำงานหนักในปี 2015 เนื่องจากถูกบังคับให้ทำงานโหดเกินไปและไม่ได้พัก โดยต้องคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาอย่างไม่ขาดสาย

ทนายรายนี้ยังระบุด้วยว่า บางวันลูกความของเขาต้องทำงาน 17 ชั่วโมงต่อเนื่อง ไม่มีหยุด หรืออย่างเมื่อ 3 ปีก่อนที่มีการจัดงานเทศกาลเฉลิมฉลองภูเขาโคยะมีอายุครบรอบ 1,200 ปี ลูกความของเขาต้องทำงานติดต่อกันถึง 64 วัน หรือ 2 เดือนเต็มๆ โดยไม่มีวันหยุด

“ถ้าคุณบอกว่าการทำงานหนักคือการฝึกจิต ผมต้องบอกว่าความคิดนี้มันล้าสมัยไปแล้ว” ทนายกล่าว

อย่างไรก็ตาม พระญี่ปุ่นรายนี้ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานแรงงานท้องถิ่นของญี่ปุ่น โดยระบุว่าการทำงานโดยไม่มีวันหยุดพักเป็นการทำงานที่หนักเกินไป (overwork)

พระญี่ปุ่น ฟ้องวัด
Photo: Shutterstock

งานหนักฆ่าคน(ญี่ปุ่น)มาไม่น้อย

อย่างที่เราทราบกันดีว่าการทำงานหนักและเกิดสภาวะกดดันจนนำไปสู่การเสียชีวิต เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาโดยตลอดในสังคมญี่ปุ่น จนถึงขั้นที่มีคำเรียกอย่างเฉพาะตัวว่า “คาโรชิ” ซึ่งแปลว่า “ทำงานหนักจนตายหรือเสียชีวิต”

นับตั้งแต่กลางปี 2017 จนถึงมีนาคมปีนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่า มีผู้เสียชีวิตจากการทำงานหนักหรือคาโรชิทั้งหมด 191 คน ด้านนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะพยายามหาทางแก้ไขปัญหาและปฏิรูประบบการทำงานใหม่ แต่ในขณะเดียวกันก็มีเสียงเรียกร้องจากญาติผู้เสียชีวิตว่าอย่าแก้ปัญหานี้ในระยะสั้น อยากให้มองในระยะยาวมากกว่า

ที่มา – South China Morning Post

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Comments