Jack Ma เผย ครั้งหนึ่งเคยไล่พนักงานขายที่ทำยอดขาย 60% ของบริษัท เพราะจับทุจริตได้

Jack Ma ผู้ก่อตั้ง Alibaba กล่าวในงานสัมมนาที่ประเทศสิงคโปร์ที่ผ่านมา เขาบอกเล่าช่วงหนึ่งถึงค่านิยมของ Alibaba เรื่องความโปร่งใสในองค์กรที่เข้มงวด แม้การตัดสินใจครั้งหนึ่งอาจส่งผลต่อธุรกิจรวมเลย

jack_ma

Ma เล่าว่าในช่วงปี 2002 ซึ่งฟองสบู่ดอทคอมได้แตกแล้ว Alibaba ก็ตกในช่วงลำบาก เขาจึงกำหนดเป้าหมายว่า “บริษัทต้องมีกำไร” ซึ่งตอนนั้นทางออกคือการรับออกแบบหน้าเว็บให้กับลูกค้าทั้งหลาย แต่ปัญหาคือเพื่อให้ขายงานได้รวดเร็วไอเดียหนึ่งก็คือต้องจ่ายใต้โต๊ะให้ลูกค้าตกลง

เขาเล่าว่าประเด็นนี้มีการถกเถียงกันตลอดวัน และมาสู่ข้อสรุปว่า แม้การจ่ายใต้โต๊ะจะทำให้บริษัทรอดแน่นอน และถ้าเลือกไม่ทำก็เสี่ยงมากจน Alibaba อาจเจ๊ง แต่ที่สุดก็มีข้อสรุปว่า Alibaba จะไม่ติดสินบนใครทั้งนั้น ถ้าต้องทำก็ปล่อยให้บริษัทปิดไปเลยดีกว่า

แล้ว Alibaba ก็ผ่านพ้นเวลานั้นไปได้ บริษัทมีกำไรตามแนวทางที่ต้องการ

แต่ทว่าเวลาต่อมา Alibaba กลับตรวจสอบพบว่าพนักงานขายสองคน ซึ่งทำยอดขายคิดเป็น 60% ของรายได้รวมองค์กร มีการจ่ายใต้โต๊ะเพื่อให้ปิดการขายได้ ทำให้ Ma รู้สึกแย่มาก ซึ่งตอนนั้นก็เป็นการตัดสินใจที่ยากเช่นกัน เพราะหากไล่สองคนนี้ออก Alibaba ก็จะกลับมาอยู่ในสถานะลำบากอีกครั้ง แต่ที่สุดก็ตัดสินใจไล่ทั้งสองคนออก

Jack Ma บอกว่าค่านิยมองค์กรต้องมีความศักดิ์สิทธิ์ ไม่เช่นนั้นก็เป็นแค่คำสวยๆ ที่ไร้ความหมาย

ค่านิยมเรื่องการห้ามติดสินบนและรับสินบนในทางกลับกัน เป็นสิ่งที่ Alibaba จริงจังมาก Ma ยังเล่าเพิ่มเติมว่าระเบียบบริษัทระบุชัดเจนว่า ห้ามพนักงานรับการโดยสารรถฟรี, อาหารฟรี, ของขวัญแม้เพียงเล็กน้อยระดับลูกอมห่อเดียวก็ห้ามรับ เพราะจะมีผลต่อการประเมินผลงานได้

แนวทางนี้ยังจริงจังไปถึงการฝึกอบรมพนักงานด้วย เขาเล่าว่าครั้งหนึ่งผู้ฝึกสอนฝ่ายขายถูกไล่ออก เพราะเขาได้สอนแนวทางปิดการขายระดับที่สามารถขายหวีให้กับพระสงฆ์ได้ ซึ่ง Ma บอกว่านี่ถือเป็นการสอนให้โกงลูกค้า เพราะความจริงลูกค้าคนนั้นไม่ได้ต้องการหวี

ถึงแม้ Jack Ma จะออกตัวชัดเจนเรื่องความโปร่งใส แต่เขาก็ยังถูกท้าทายจากตะวันตกอย่างมาก ทั้งเรื่องการให้มีสินค้าปลอมจำหน่าย ซึ่ง Ma ตอบโต้บอกว่าสินค้าปลอมเหล่านั้น บางครั้งคุณภาพดีกว่าของแท้ด้วยซ้ำ! หรือเรื่องการตรวจสอบทางบัญชีเมื่อเดือนก่อน

ที่มา: Tech in Asia

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา