เชื่อไหมว่า สมัยนี้ ‘ความสวยความงาม’ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสัญชาติอีกต่อไป

ในยุคหนึ่ง คนไทยเคยชื่นชอบผลิตภัณฑ์ความงามจากเกาหลีใต้มาก ชนิดที่ว่า จะเครื่องสำอางหรือสกินแคร์ ขอแค่มาจากประเทศนี้ ก็ควรค่าแก่การซื้อ
แต่ปัจจุบัน มันเปลี่ยนไปแล้ว
ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้เลือกผลิตภัณฑ์จากประเทศต้นทางเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่หันมาให้ความสำคัญกับคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความเหมาะสมกับความต้องการของตัวเองมากขึ้น
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเห็นบนโต๊ะเครื่องแป้งเดียวกัน มีทั้งสกินแคร์เกาหลี ครีมกันแดดญี่ปุ่น เมกอัพจีน และเครื่องสำอางไทยวางอยู่ร่วมกัน
ส่วนจะนำมา “ปรุงจืด” หรือ “ปรุงจัด” ก็แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล
นี่จึงเป็นปรากฏการณ์ที่ BEAUTRIUM เรียกว่า “Beauty Without Nationality” หรือความงามที่ไม่ถูกจำกัดด้วยสัญชาติของแบรนด์อีกต่อไป

เมื่อเทรนด์ความงามในเอเชียเชื่อมถึงกันมากกว่าเดิม
แม้ผู้บริโภคจะเปิดรับผลิตภัณฑ์จากหลากหลายประเทศมากขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่ง ภูมิทัศน์ของตลาดความงามเอเชียเองก็กำลังเปลี่ยนแปลงเช่นกัน
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เทรนด์ความงามจากประเทศต่าง ๆ ในเอเชียไม่ได้เติบโตแบบแยกส่วนอีกต่อไป แต่เชื่อมโยงและส่งอิทธิพลถึงกันมากขึ้น ผ่านทั้งโซเชียลมีเดีย คอนเทนต์ครีเอเตอร์ และวัฒนธรรมป๊อปที่สามารถเดินทางข้ามพรมแดนได้อย่างรวดเร็ว
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือกระแส Dolly Eye, Douyin Makeup หรือเทรนด์ความงามที่เกิดจากไวรัลบนโลกออนไลน์ ซึ่งสามารถได้รับความนิยมพร้อมกันในหลายประเทศภายในเวลาไม่นาน
ปรากฏการณ์ดังกล่าวทำให้ K-Beauty, J-Beauty, C-Beauty รวมถึงแบรนด์ไทย ไม่ได้แข่งขันกันแบบแยกขาด แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศความงามร่วมกันที่หลายคนเรียกว่า “Asian Beauty”
ขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก Rakuten Insight ยังพบว่า ปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ความงามของผู้บริโภคในเอเชีย ได้แก่ ความชุ่มชื้น 58%, ความคุ้มค่าด้านราคา 54%, วัตถุดิบธรรมชาติ 49%, คุณสมบัติในการกันแดด 49% และรีวิวหรือคะแนนจากผู้ใช้งาน 41%
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับผลลัพธ์และความคุ้มค่าเป็นหลัก ส่งผลให้แบรนด์จากหลากหลายประเทศสามารถแข่งขันและเติบโตได้บนเวทีเดียวกัน
“เข้าใจลูกค้า” มาตรฐานใหม่ที่ค้าปลีกความงามต้องมี
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ได้ทำให้ตลาดความงามมีเพียงทางเลือกที่หลากหลายขึ้นเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้แบรนด์จากหลายประเทศเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้นกว่าที่เคย
ขณะที่ผู้บริโภคสามารถค้นพบสินค้าใหม่ผ่านโซเชียลมีเดีย คอนเทนต์รีวิว หรืออินฟลูเอนเซอร์จากต่างประเทศได้ตลอดเวลา ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแบรนด์ที่แข็งแกร่งในประเทศใดประเทศหนึ่งอีกต่อไป
สำหรับผู้เล่นค้าปลีกความงาม นี่จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มจำนวนสินค้าในร้าน แต่คือการทำความเข้าใจว่าผู้บริโภคกำลังมองหาทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น และต้องการพื้นที่ที่ช่วยให้สามารถเปรียบเทียบ ทดลอง และค้นพบสินค้าใหม่ได้ในที่เดียว


BEAUTRIUM ผู้นำการเติบโตของตลาด Asian Beauty
BEAUTRIUM ยังตอกย้ำบทบาทในฐานะผู้นำด้าน Asian Beauty ด้วยการนำแบรนด์จากทั่วเอเชียมาเปิดตัวเป็นที่แรก ผ่านกลยุทธ์ “First at BEAUTRIUM” ที่มุ่งคัดสรรแบรนด์และผลิตภัณฑ์ใหม่จากทั่วเอเชียให้ได้ค้นพบก่อนใคร อย่าง ABIB, AMUSE, BITCHWITHBRAIN, FAN BEAUTY DIARY, FLOWER KNOWS, JANE BEAUTY, JAVIN DE SEOUL, J, JUDYDOLL, LIMBOSS, MEDICUBE, NAMBUZIN, PLAY 101, RED CHAMBER, STUDIO17, UNLEASHIA, VUSSEN, WINONA และอีกหลากหลายแบรนด์ชั้นนำจากเอเชีย
และสร้างความแตกต่างผ่านกลยุทธ์ “Exclusive at BEAUTRIUM” ด้วยการนำเสนอแบรนด์และผลิตภัณฑ์ความงามที่มีวางจำหน่ายเฉพาะที่ BEAUTRIUM เท่านั้น ที่ไม่สามารถหาซื้อได้จากที่อื่น อาทิ AFTER BLOW, ARENCIA, BAREME, BBIA, BEWANTS, BISSIQ, DERMART, ESHUMI, ESSENPICK, FWEE, HUXLEY, LADOR, LAGOM, MAMONDE, MERZY, MILKTOUCH, NAMING, SKYBOTTLE, TIPTOE, TREECELL, V&A BEAUTY, YUKAZAN

ด้วยเครือข่ายสาขามากกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ BEAUTRIUM ทำให้มองเห็นการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ยุคที่ K-Beauty ครองกระแส ไปจนถึงการเติบโตของแบรนด์ไทย ญี่ปุ่น และจีนในปัจจุบัน
เมื่อผู้บริโภคเปิดรับทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น BEAUTRIUM จึงวางบทบาทของตัวเองในฐานะแพลตฟอร์มที่รวบรวมแบรนด์ความงามจากทั่วเอเชียมาไว้ในที่เดียว
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา BEAUTRIUM เดินหน้าขยายพอร์ตสินค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากไทยและต่างประเทศ จนกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีความหลากหลายของแบรนด์ความงามเอเชียมากที่สุดรายหนึ่งในตลาด
ซึ่งตลาดความงามในปัจจุบันไม่ได้ถูกขับเคลื่อนโดยประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงลำพัง ขณะที่แบรนด์ไทยเองก็มีบทบาทสำคัญมากขึ้น และได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ต่อยอด Insight สู่แคมเปญ Asian Beauty
จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปิดรับความงามจากหลากหลายประเทศมากขึ้น BEAUTRIUM จึงต่อยอด Insight ดังกล่าวสู่แคมเปญ “BEAUTRIUM ASIAN BEAUTY 2026”
สะท้อนภาพของตลาดความงามยุคใหม่ ที่แรงบันดาลใจไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เกิดจากการผสมผสานความหลากหลายของเอเชียเข้าด้วยกัน

ภายในแคมเปญแบ่งออกเป็น 2 กิจกรรมหลัก ได้แก่
Asian Beauty Fest 2026 (Event 23–29 มิถุนายน 2026) รวบรวม 30 แบรนด์ความงามจากไทย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และจีนไว้ในที่เดียว พร้อมแบรนด์ที่เปิดตัวในประเทศไทยเป็นครั้งแรก เช่น FAN BEAUTY DIARY, Biolheal BOH และ Bitchwithbrain รวมถึงกิจกรรม Meet & Greet กับตัวแทนความงามจากหลากหลายประเทศ
Asian Beauty 2026 (Campaign 24 มิถุนายน–28 กรกฎาคม 2026) ให้ทุกคนได้เลือกช้อปสินค้า Asian Beauty ได้ที่ BEAUTRIUM ทุกสาขาและช่องทางออนไลน์ พร้อมสิทธิพิเศษต่าง ๆ อาทิ ส่วนลดสูงสุด 60% ฟรี ASIAN BEAUTY BAG เมื่อมียอดซื้อครบ 1,999 บาทต่อใบเสร็จ (เฉพาะ 10 สาขาที่ร่วมรายการ) และรับคะแนน The 1 Point เพิ่มเป็น 2 เท่า สูงสุด 360 คะแนน เมื่อช้อปครบ 2,999 บาท (เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์) และโปรโมชั่นพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย
สำหรับ BEAUTRIUM เป้าหมายของแคมเปญนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรวบรวมแบรนด์ความงามจากทั่วเอเชียเท่านั้น แต่ยังต้องการสะท้อนทิศทางของตลาดความงามยุคใหม่ ที่เปิดกว้างต่อความหลากหลายมากขึ้น และให้อิสระแก่ผู้บริโภคในการเลือกผสมผสานผลิตภัณฑ์จากหลากหลายประเทศ เพื่อสร้างนิยามความงามในแบบของตัวเอง
ที่มา: Rakuten Insight
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา