เปิดใจ “is am are.net” มองภาพ Viral Marketing ยุคนี้ต้องมี Insight และ Data

 

เมื่อสื่อหลักมีแต่การเติบโตลดลง แต่สื่อดิจิทัลมีการเติบโตสูงขึ้น จนมีรูปแบบการตลาดใหม่ๆ ออกมา โดยเทรนด์ของ Viral Marketing ยังเป็นการตลาดที่มาแรง เชื่อว่าจะเขย่าวงการทั้งในปัจจุบันและอนาคต

ไม่ใช่แค่ทำคลิป แต่ต้องมีดาต้า และเครื่องมือ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีการพูดถึงการตลาดแบบ “ไวรัล” มาตลอด รวมถึง “Influencer” ที่ตามมาเสริมทัพ เพราะเป็นเทรนด์ที่แบรนด์ต่างๆ เริ่มใช้มากขึ้น มีการเจียดงบโฆษณาจากสื่อเดิมมาหาสื่อออนไลน์ ซึ่งมีทั้ง 2 นี้เป็นส่วนประกอบ

ในอดีตการจะทำให้แคมเปญหนึ่งไวรัลเป็นที่พูดถึงกันกระหน่ำนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้งบลงทุนสูงมาก ส่วนใหญ่จะปล่อยให้ไวรัลตามธรรมชาติ อย่างแคมเปญของไอศกรีมแม็กนั่ม หรือโค้ก ที่ผู้บริโภคพร้อมใจที่จะแชร์สินค้าลงบนโซเชียลมีเดีย

เมื่อเป็นอาวุธที่ได้ผลสูง หลายแบรนด์จึงหันมาทำการตลาดให้ไวรัลบ้าง จึงเกิดเอเยนซี่ที่ให้คำปรึกษาด้านการตลาดด้านนี้โดยตรง เพราะมองเห็นการเติบโตของเทรนด์นี้

อย่างเช่น “บริษัท อีส แอม อาร์ ดอท เน็ท จำกัด” ที่วางจุดยืนเป็น Viral Solution Company โดยเฉพาะ เป็นการจัดตั้งที่เกิดจากการเห็นเทรนด์ของทั้งไวรัล และ Influencer

จักรพันธ์ พวงแก้ว กรรมการผู้จัดการ อีส แอม อาร์ ได้ฉายภาพตลาดไวรัลให้ฟังว่า

“ได้ดูเทรนด์ตลาดของไวรัลมาหลายปีแล้ว มองว่าจะเป็น New World TV Spot แต่สามารถอยู่บนออนไลน์ได้ตลอดไป ไม่จำกัดเรื่องเวลาออนแอร์แค่ 15-30 วินาที ตอนนี้เห็นเทรนด์ของงบโฆษณาไหลจากทีวีมาออนไลน์ถึง 20% จึงมีโอกาสเติบโตอีกเยอะ”

คุ้มค่ากว่าสื่อหลัก

จักรพันธ์ได้นิยามคำว่าไวรัลในยุคปัจจุบันไว้ว่า เป็นผลงานที่กระจายได้รวดเร็ว และได้ Earned Media มากกว่าที่แบรนด์ตั้งไว้ อย่างเช่นตั้งเป้าไว้ว่าลงทุนไป 5 ล้านบาท แต่สามารถเข้าถึงผู้ชมได้คุ้มค่ามากกว่าเงินที่ลงทุนไป เมื่อเทียบกับสื่ออื่นๆ

กระบวนการในการทำไวรัลก็จะละเอียดมากขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องครีเอทีฟในการทำคลิปวิดีโอ ต้องดูคาแรคเตอร์แบรนด์ว่าเป็นอย่างไร ต้องมีอินไซต์ผู้บริโภค มีดาต้าของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย แล้วนำมาวิเคราะห์ว่าควรทำเป็นรูปแบบไหน จะเนื้อหาเป็นดราม่า หรือตลก

“ไวรัลเหมือนหนังโฆษณายุคใหม่ แต่เราจะเปลี่ยนเรียกว่าเป็น Web Film มากกว่า นอกจากจะมีอินไซต์บนออนไลน์ ในทางเทคนิคเครื่องมือไอทีก็มีความสำคัญเพื่อให้มีดาต้าครบถ้วน”

ปัจจุบันการทำไวรัลใช้งบลงทุนเริ่มต้นตั้งแต่ 3-15 ล้านบาท ขึ้นอยูากับจุดประสงค์ของแต่ละแบรนด์ว่าต้องการยอดวิว ยอด Reach หรือยอด Engagement แต่เมื่อเทียบกับสื่อโฆษณาอาจจะมีความคุ้มค่ากว่า และได้รู้ตักกลุ่มเป้าหมายดีขึ้น เห็นผลตอบรับได้ทันที

สรุป

– มีการพูดถึงไวรัลมาหลายปี แต่ก็ยังมีแบรนด์ให้ความสนใจอยู่ ซึ่งรูปแบบอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่ถ้าคอนเทนต์น่าสนใจ ผู้บริโภคก็ยอมที่จะกดดูคอนเทนต์นั้นๆ

– การทำไวรัลในยุคนี้มีวิวัฒนาการมากขึ้น มีเครื่องมือ และดาต้ามาซับพอร์ตเพื่อให้ทำแคมเปญออกมามีคุณภาพมากขึ้น

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา