คงปฏิเสธไม่ได้ว่า iPod และ Beats คือสินค้ากลุ่มเครื่องเสียงที่เท่ที่สุดในศตวรรษที่ 21

เมื่อ 20 ปีก่อน ตลาดเครื่องเสียงค่อนข้างนิ่ง และเฉพาะกลุ่มสุดๆ แต่พอเครื่องเล่นเพลง iPod และหูฟัง Beats เกิดขึ้นก็ทำให้ตลาดนั้นพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ ยิ่งถ้าไม่มีสินค้า 2 ตัวนี้ ตลาดเครื่องเสียงก็คงไม่กลับมาบูมแน่ๆ

iPod และ Beats by Dre // ภาพ pexels.com

ความเท่ที่ไม่ต้องมาพร้อมคุณภาพเสียงเสมอ

ก่อนหน้านี้ความเท่ในโลกสินค้าเครื่องเสียงจะเป็นเครื่องเล่นแผ่นเสียง, แผ่นซีดี, เครื่องขยายเสียง และลำโพงตัวโตๆ สักคู่ ซึ่งกว่าจะโชว์คนอื่นได้ก็ต้องชวนไปดูที่บ้าน ประกอบกับยุคนั้นราคาของแต่ละอุปกรณ์ก็ค่อนข้างสูง ทำให้มีเพียงไม่กี่คนที่ครอบครองชุดเครื่องเสียงระดับเทพๆ เท่านั้น

แต่เมื่อโลกเปลี่ยน เทคโนโลยีเปลี่ยน การรับฟังเพลงจากที่ไหนเมื่อไรก็ได้เริ่มแพร่หลายมากขึ้น โดยเฉพาะช่วง Walkman บูมๆ ซึ่งตอนนั้นผู้บริโภคส่วนใหญ่ก็ยังเน้นเรื่องเสียงเป็นหลักอยู่ แต่แบรนด์เครื่องเล่นพกพาเหล่านี้ก็เริ่มใส่ความเป็นแฟชั่นขึ้นมามากแล้ว

ที่สุดในปี 2001 หรือพ.ศ.2544 ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหลัง Apple เปิดตัว iPods ที่มาพร้อมกับจุดเด่นเรื่องรวมเพลงจากทุกแผ่นซีดีของคุณๆ เอาไว้ได้ กับดีไซน์ และรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกับเครื่องเล่นเพลงในสมัยนั้นเป็นอย่างมาก จนหลายๆ คนมองว่าหากใช้ iPod นั้นจะดูเท่กว่าใช้เครื่องเล่นรุ่นอื่นๆ หรือเรียกว่าฟังเพลงต้อง iPod เท่านั้น

ลำโพงอัจฉริยะ Google Home

นอกจากนี้ยังมี Beats by Dre อีกแบรนด์ที่เข้ามาพลิกตลาดหูฟังจากหน้ามือเป็นหลังมือ ด้วยการสื่อสารแบรนด์ออกมาให้ดูแฟชั่นยิ่งกว่าเดิม ทำให้ทุกคนอยากได้เพราะความเท่ มากกว่าจะใส่ใจเรื่องคุณภาพเสียงเวลาเลือกสินค้า จนกลายเป็นกลยุทธ์ต้นแบบของหลายๆ แบรนด์ที่ทำตามในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาเปลี่ยน ทิศทางก็เปลี่ยนไป การฟังเพลงของผู้บริโภคเริ่มขอแค่มีลำโพงบลูทูธสักตัว หรือถ้าล้ำกว่านั้นหน่อยก็อาจเป็นลำโพงอัจฉริยะ Google Home หรือ Apple HomePod แม้จะมีกลุ่มคนอยากย้อนเวลามาใช้แผ่นเสียง, เครื่องขยายเสียง และลำโพงแจ่มๆ สักคู่ แต่นั่นก็เป็นส่วนน้อยมาก

ดังนั้นการเปลี่ยนผ่านของโลกเครื่องเสียงยังต้องจับตาดูอีกยาว แต่เชื่อว่าในศตวรรษที่ 21 นี้ ถ้าพูดถึงโลกเครื่องเสียง คำตอบแรกๆ ที่ต้องเจอคือ iPod และ Beats by Dre แน่ๆ เพราะมันเปลี่ยนโลกการฟังเพลงของผู้บริโภคอย่างชัดเจน

อ้างอิง // cnet

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Comments