ใครๆ ก็อยากย้ายฐานการผลิตออกจากจีน อินโดนีเซียหารือกับสหรัฐฯ พร้อมเปิดบ้านให้ลงทุน

ไม่ใช่แค่เวียดนามเท่านั้นที่เป็นประเทศเนื้อหอม ดึงดูดให้ต่างชาติทยอยเข้าไปลงทุน อินโดนีเซียก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่น่าสนใจ แม้อินโดนีเซียจะมีแรงงานทักษะกลางและทักษะต่ำน้อยกว่าเวียดนามก็ตาม

ปัจจุบันอินโดนีเซียกำลังหารือกับสหรัฐฯ เตรียมพร้อมรองรับการย้ายฐานการผลิตของสหรัฐฯ ออกจากจีนมายังประเทศตน เรื่องย้ายฐานการผลิตกลายเป็นประเด็นสำคัญ เป็นเรื่องใหญ่ที่หลายๆ ประเทศให้ความสนใจมากขึ้นหลัง supply chain ถูกดิสรัปจากโควิด-19

กระจายความเสี่ยงย่อมดีกว่าการกระจุกตัวแหล่งรวมผลประโยชน์หรือพึ่งพาที่ใดที่หนึ่งมากเกินไป

Photo by Falaq Lazuardi on Unsplash

Luhut Panjaitan รัฐมนตรีด้านความร่วมมือกิจการน่านน้ำและการลงทุนแห่งอินโดนีเซีย ระบุว่า รัฐบาลกำลังเสนอพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม (Industrial park) ให้แก่สหรัฐฯ ซึ่งก็มีหลายแห่งน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเขตอุตสาหกรรม Kendal ตั้งอยู่ในชวากลาง หรือจะเป็นเขตอุตสาหกรรม Brebes เหล่านี้ก็เป็นหนึ่งใน 89 โครงการที่รัฐบาลภายใต้การนำของประนาธิบดีโจโควีต้องการจะพัฒนา และก็มีบริษัทราว 20 แห่งที่สนใจจะย้ายฐานการผลิตมาที่นี่

อย่างไรก็ตาม แรงดึงดูดให้หลายประเทศที่คิดจะตัดสินใจมาอินโดนีเซียก็ไม่ได้มีมากนัก เพราะ GDP ยังอยู่ในระดับต่ำในปี 2018 อยู่ที่ 1.8% เท่านั้น ถ้าเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ก็ถือว่ามีตัวเลือกอื่นๆ ที่น่าสนใจกว่า ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม ไทย และมาเลเซีย ทั้งนี้ เมื่อเดือนตุลาคม ปลายปีที่ผ่านมามีบริษัทราว 33 แห่งย้ายฐานการผลิตออกจากจีน ก็เลือกที่จะย้ายไปยังเวียดนามมากถึง 23 แห่ง ที่เหลือก็ย้ายไปมาเลเซีย ไทย และกัมพูชา

Joko Widodo ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ภาพจาก https://en.wikipedia.org/wiki/Joko_Widodo

บริษัทด้านเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่าง Microsoft หรือ Apple ก็ทยอยย้ายออกจากจีนไปเวียดนามและไทย เมื่อพูดถึงจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ถ้าเทียบระหว่างอินโดนีเซียกับเวียดนามก็ถือว่าแตกต่างกันมาก เพราะเวียดนามคนติดเชื้อหลักร้อย ไม่มีคนเสียชีวิตแม้แต่คนเดียว ขณะที่อินโดนีเซียติดเชื้อ 3.4 หมื่น เสียชีวิตเกือบ 2 พันราย ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวพันกับความสามารถในการจัดการควบคุมโรคระบาดด้วย

ด้าน Sanny Iskandar ประธานสมาคมนิคมอตุสาหกรรมระบุ อินโดนีเซียถือเป็นสถานที่ที่ดีแห่งหนึ่งสำหรับการย้ายฐานการผลิต เพราะเรามีตลาดที่มีศักยภาพมากพอ และยังมีจำนวนประชากรที่สูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย (ประชากรของอินโดนีเซียราว 267 ล้านคน) แต่ประธานาธิบดีก็ต้องพัฒนาทุนมนุษย์และข้อกำหนดและนโยบายที่จะทำให้เกิดการลงทุนได้ราบรื่นขึ้นด้วย คำมั่นสัญญาที่ว่าจะปฏิรูปเศรษฐกิจแต่สุดท้ายมีแต่ความไม่ชัดเจน ก็จะทำให้เหล่านักลงทุน นักธุรกิจผิดหวังได้

ที่มา – Asia Nikkei Review

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

mm
สนใจความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การทูต การเมือง ประชาธิปไตย เสรีภาพ ความยุติธรรมและความเท่าเทียม ชอบอ่าน ชอบเขียน ชอบสืบค้นข้อมูล ชอบทำคอนเทนต์