จับตาดูให้ดี จีน จะไม่คุมกำเนิด ICO แต่ขอเป็นผู้เล่นเอง

ข่าวใหญ่ในช่วงสัปดาห์ก่อนในแวดวงการเงินรวมถึงเทคโนโลยีของโลกคือการที่ประเทศจีนเริ่มออกมาควบคุมการทำ ICO (การระดมทุนรูปแบบใหม่โดยใช้ Blockchain และ Crypto Currency รายละเอียดสามารถ อ่านได้ที่นี่) รวมถึงออกมาสั่งปิดเวบที่เป็น Crypto Currency Exchange ต่างๆ ทำให้ราคาเงินดิจิทัลทั้งหมดปรับฐานรุนแรง โดยเฉพาะบิทคอยน์ร่วงลงถึง 500 เหรียญ (แต่สุดท้ายก็ฟื้นตัว)

ภาพจาก Pixabay.com

ถ้าใครที่ติดตามข่าวเรื่องของ Crypto Currency มาตลอดอาจจะแปลกใจ เพราะจีนถือเป็นตลาดซื้อขายเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีเหมืองขุดที่ใหญ่ที่สุดในโลก (อยู่แถวมองโกเลีย) และเคยออกข่าวว่าจะทำเงินดิจิทัลของตัวเองอีกด้วยทำไมถึงออกนโยบายที่ออกมาคุมกำเนิด Crypto Currency แบบนี้

ในมุมมองของผม เชื่อว่าถึงเวลาแล้วที่ทางการจีนต้องเข้ามาควบคุมเทคโนโลยีเหล่านี้ เพราะยิ่งปล่อยให้โตขึ้นไปเรื่อยๆ โอกาสที่จะเข้ามาควบคุมดูแลจะทำได้ยากขึ้น จึงต้องชิงเข้ามาจัดการก่อน แม้จีนจะใช้นโยบายเศรษฐกิจแบบเปิด ขณะที่การเมืองการปกครองยังเป็นคอมมิวนิสต์ แต่หากมองกันยาวๆ เงินสกุลดิจิทัล ถือเป็นความมั่นคงของรัฐอย่างหนึ่ง และยังเป็น “อาวุธทางเศรษฐกิจ” ได้อีกด้วย

ด้วยการเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรมหาศาล จีนพร้อมที่จะเป็น “เจ้าของแพลตฟอร์ม” ใดๆ ก็ได้โดยไม่ต้องแคร์ชาวโลก อย่างที่จีนมีโซเชียลมีเดียเป็นของตัวเอง โดยไม่ง้อ Facebook, Google, Twitter, YouTube  มาแล้ว รวมถึง Blockchain และ Crypto Currency  ก็เช่นกัน จีนพร้อมที่จะสร้างแพลตฟอร์มของตัวเองได้และยิ่งใหญ่ในเวลารวดเร็วแน่นอน

ภาพจาก Pixabay.com

ที่ผ่านมา จีนมีความพยายามขยายอาณาจักรค่าเงินหยวนให้ออกสู่ตลาดโลก ด้วยนโยบายเปิดแบบต่างๆ แต่ก็โดน “รับน้อง” โหดไปเรียบร้อย อย่างหลายปีก่อนที่ตลาดหุ้นจีนปรับฐานรุนแรงทั้งสัปดาห์ แม้เงินหยวนจะมีส่วนในตระกร้าเงินของไอเอ็มเอฟเป็นครั้งแรก แต่สัดส่วนก็ยังแพ้เงินดอลลาร์ค่อนข้างเยอะ

ถ้าผมเป็นผู้นำจีน การจะไปสู่ในสนามรบที่มีผู้เล่นรายใหญ่อยู่แล้ว อาจจะตีกำแพงเมืองยาก สู้ไปสร้างสนามรบใหม่ของตัวเอง ที่เป็นผู้สร้างกำแพงเมืองใหม่ขึ้นเองจะดีกว่า นี่เป็นเหตุผลที่ผมเดาใจทางการจีนว่าต้องเข้ามาควบคุมและค่อยๆสร้างแพลตฟอร์มเงินดิจิทัลของตัวเองขึ้นมา ยิ่งเวลานี้ประเทศจีนกำลังสร้างสังคมไร้เงินสดของตัวเองขึ้น การสอดแทรกเงินดิจิทัลของตัวเองลงไป (ตั้งชื่อเล่นๆว่าหยวนคอยน์) การไหลบ่าของเงินสกุลนี้จะเป็นไปอย่างรวดเร็วแน่นอน และเมื่อมีการใช้งานในประเทศจีนมากขึ้น ดีมานด์ในตลาดจะสูง และหากปล่อยให้เข้าสู่ตลาดซื้อขายทั่วโลก ความต้องการเงินดิจิทัลสกุลนี้จะมากเท่าไร ลองจินตนาการดูครับ

รัฐบาลจีน เขามีบุคลากรระดับ Think Tank จำนวนมาก ที่ช่วยวางยุทธศาสตร์สร้างชาติ เชื่อว่าทุกการกระทำได้ถูกกลั่นกรองมาเป็นอย่างดีแล้วแน่นอน (ไม่เหมือนน้องเล็กอย่างเกาหลีเหนือที่ดูจะทำอะไรไม่ค่อยคิด) ไม่กล้าคิดจริงๆครับว่าถ้าจีนเป็นเมืองหลวงแห่งเงินดิจิทัลของโลก โลกนี้จะเป็นอย่างไรต่อ

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

อดีตนักข่าวสายการเงินและตลาดหุ้นประจำสื่อยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง สนใจเรื่องทฤษฎีสมคบคิดในโลกการเงินเป็นพิเศษ ปัจจุบันเป็น Head Creative ที่ Super Trader และ COO ที่ Stock Quadrant ฟินเทคด้านการวิเคราะห์หุ้น มีอะไรคุยกันได้ที่เพจ Monkey Money และ @Nares_SPT