ไวรัส COVID-19 ระบาดหนักขนาดนี้ จีนมองแง่ดี มี Homebody Economy ช่วยกู้ชาติ

ไวรัส COVID-19 ระบาดหนักขนาดนี้ นักวิเคราะห์ต่างชาติมองว่าเศรษฐกิจจีนได้รับผลกระทบหนัก แต่จีนมองตัวเองแม้ไวรัสกำลังระบาดหนัก ก็ยังมีหลายภาคส่วนเติบโตอยู่ ขณะที่หลายชาติต่างเห็นตรงกันว่าเศรษฐกิจจีนบาดเจ็บหนัก สาหัสแน่ๆ แต่จีนมองแง่ดีว่ายังมีรายได้จากการอยู่ติดบ้าน

Tiananmen Beijing China
ภาพจาก Shutterstock

เศรษฐกิจจีนที่กำลังเริ่มฟื้นตัวอย่างช้าๆ ในภาคอุตสาหกรรมนั้น แม้ว่าหลายบริษัทจะมีภาครัฐเป็นตัวนำก็ค่อยๆ มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้น

ต่างชาติมองจีนไวรัสกระทบเศรษฐกิจหนัก และกำลังค่อยๆ ฟื้นตัวอย่างช้าๆ

ภาคการผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ภาคการผลิตด้านไฟฟ้า น้ำมัน ไฟฟ้าจากถ่านหิน เหล็กกล้า ศูนย์วิจัยพลังงานสะอาดนั้นวิจารณ์ว่ามีการผลิตที่ลดลงมากราว 25%-50%

ขณะที่บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ก็กำลังเริ่มกลับมาผลิตใหม่ 3 โรงงาน ส่วนโรงงานอีกแห่งจะเริ่ม 24 กุมภาพันธ์นี้ แต่ทั้ง 4 แห่งนี้ก็ยังไม่สามารถกลับมาทำงานได้เต็มกำลังการผลิต เพราะสามารถผลิตได้แค่กะเดียว และยังไม่มีกำหนดการแน่ชัดว่าจะกลับมาพร้อมเต็มที่เมื่อไร

ทั้งนี้ จากการสำรวจบริษัทสัญชาติอเมริกัน 109 แห่งพบว่า จะกลับมาผลิตราว 70% ในช่วง 14 กุมภาพันธ์และค่อยๆ เพิ่มขึ้น แต่การที่มีพนักงานไม่เพียงพอก็อาจจะไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการผลิตได้เต็มที่ 100% นับตั้งแต่มีการระบาดของไวรัสก็พบว่ายอดขายหลายภาคส่วนค่อยๆ ดิ่งลงอย่างเห็นได้ชัด

Chinese President Xi Jinping
ภาพจาก Shutterstock

การเดินทางของผู้คนทั้งทางรถ ทางเรือ รถไฟ และเครื่องบินลดจำนวนลงชัดเจนเพราะความต้องการที่จะควบคุมไม่ให้ไวรัสระบาดหนักกว่าเดิมด้วย ผู้คนนับล้านรายยังไม่สามารถกลับมาทำงานได้ รถบัสถูกจำกัดการเดินทางเหลือเพียง 50% เพื่อลดความเสี่ยงจากการแพร่เชื้อ

ทั้งนี้ รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมกล่าวว่า แรงงานต่างชาติราว 80 ล้านรายและคนจีนบางส่วนอีกราว 120 ล้านรายน่าจะกลับมาทำงานได้ช่วงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ นอกจากนั้น อีก 100 ล้านคนก็น่าจะกลับมาทำงานได้ในเดือนมีนาคม ขณะที่อาลีบาบากรุปมองว่า หลังไวรัสระบาด การใช้จ่ายเงินของคนเปลี่ยนไป การซื้อสินค้าของผู้คนระมัดระวังมากขึ้น ซึ่งรวมถึงการเดินทางและการใช้จ่ายในร้านอาหารต่างๆ ด้วย

หลายคนต้องการใช้จ่ายเงิน แต่ร้านค้าปิด ค้าปลีกทั้งออนไลน์และออฟไลน์ต้องเผชิญปัญหาโลจิสติกส์ในการจัดส่งสินค้าให้ลูกค้า ร้านขายรถต่างๆ ก็มียอดขายตกราว 92% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

Homebody Economy คือตัวช่วย จีนยืนยัน เศรษฐกิจยังไปได้ แม้ไวรัสระบาด

ในขณะที่หลายสื่อ หลายสำนักเห็นตรงกันว่าไวรัส COVID-19 ทำจีนสาหัสแน่ๆ แต่จีนก็ยังมองตัวเองในแง่ดี ว่าการที่คนอยู่ติดบ้านนี่แหละ ทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้ สำนักข่าว Xinhua ที่อยู่ภายใต้การกำกับของรัฐบาลจีนและเป็นหนึ่งในสำนักข่าวที่สหรัฐฯมองว่าทำงานเหมือนกระบอกเสียงรัฐบาลจีน ก็ออกมาบอกว่าจีนยังโตได้ดีเพราะเศรษฐกิจติดบ้าน หรือที่เรียกว่า Homebody Economy แม้คนไม่ออกจากบ้านไปไหน ก็เกิดการใช้จ่ายได้

ซินหัวมองว่าไวรัสระบาดทำให้อุตสาหกรรมในจีนหยุดชะงักแค่ชั่วคราวเท่านั้น หลายภาคส่วนยังทำงานปกติ เช่น ในด้านออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การศึกษา สาธารณสุข หรือแม้แต่ค้าปลีกอื่นๆ ก็ช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจจีนเติบโตได้

Xi Jinping ภาพจาก Shutterstock

ซินหัวยกคำว่า homebody economy ขึ้นมา เพื่อจะอ้างว่า มีการให้บริการสตรีมมิ่งแบบตามความต้องการสูงขึ้น (เพราะคนไม่สามารถออกจากบ้านไปไหนได้ จึงเลือกเอนเตอร์เทนตัวเองอยู่ที่บ้าน)​ การชอปปิงออนไลน์ การส่งอาหารเดลิเวอรี่ การศึกษาออนไลน์ การทำงานจากบ้าน การเล่นเกม เหล่านี้ล้วนทำให้ผู้คนสะดวกสบายมากขึ้นเมื่ออยู่ในบ้านของตัวเอง โดยยกตัวอย่างยอดซื้อขายเกี๊ยวแช่เย็นผ่าน JD.com ที่สูงขึ้นมาก

ยอดสั่งซื้ออาหารเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่านับตั้งแต่ 25 มกราคมเป็นต้นมาซึ่งก็เป็นช่วงเวลาที่รัฐบาลจีนมีคำสั่งปิดเมืองหลายแห่งเพื่อป้องกันไวรัสระบาด นอกจากนี้ยังกล่าวอีกว่ายอดซื้อสินค้าประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาร ก๋วยเตี๋ยว น้ำมันสำหรับทำอาหาร ผลิตภัณฑ์นม เหล่านี้มียอดขายเพิ่มสูงถึง 154% นับตั้งแต่ 24 มกราคม ถึง 2 กุมภาพันธ์

อาหารสดก็มียอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นมากอย่างก้าวกระโดด ยอดสั่งอาหารสดจากแอปฯ ส่งอาหาร Missfresh ก็พุ่งขึ้นถึง 300% เทียบกับช่วงเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว

นอกจากนี้ Tencent บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของจีนก็ยกระดับการให้บริการคน ทำให้คนสามารถทำงานจากบ้านได้สะดวกขึ้น ประชุมง่ายขึ้น สอนหนังสือออนไลน์ได้ ลำพังแค่แอปฯ WeChat ก็ตอบโจทย์ชีวิตคนหลายอย่าง สามารถเช็คสุขภาพได้ ตามข่าวการระบาดของไวรัสได้ ไปจนถึงร่วมบริจาคหรือสั่งซื้อหน้ากากอนามัยก็ได้

ภาพจาก Pixabay

ขณะที่อาลีบาบาเผยว่าพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของคนเปลี่ยนแปลงไปเพราะคนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น การออกมาเปิดเผยของคนจีนจำนวนหนึ่งก็เล่าตรงกันว่าไม่กล้าใช้จ่ายเท่าไร เพราะไม่รู้สถานการณ์ระบาดของไวรัสจะผ่อนคลายเมื่อไร ผู้คนไม่กล้าออกไปไหนเพราะกลัวติดเชื้อไวรัส ไม่กล้าควักเงินซื้อสินค้าง่ายๆ แบบเมื่อก่อนเพราะบางคนก็ไม่มีเงินพอเหลือเก็บจะใช้จ่ายมากมายขนาดนั้น

บ้างก็มีชีวิตที่ยากลำบากมากขึ้น การปิดเมืองและยังลดจำนวนหรือระงับระบบขนส่งสาธารณะทำให้คนจีนที่ไม่มีรถใช้เป็นของตัวเองต้องเดินทางไกลเพื่อจะมารักษาตัวที่โรงพยาบาลยาวนานหลายชั่วโมงทั้งไปและกลับ บางคนกลัวว่าจะตกงาน เพราะสถานการณ์ไม่แน่นอน ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าจีนจะเป็นอย่างที่นักวิเคราะห์ต่างชาติหลายแห่งมองตรงกันหรือจะเป็นอย่างที่ซินหัวมองจีน

ขณะนี้คนติดเชื้อรวม 79,157 ราย เสียชีวิต 2,470 ราย รักษาหาย 23,564 ราย

ที่มา – Bloomberg, Xinhua, Johns Hopkins CSSE

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา