Home Article GULF ซื้อหุ้น INTUCH เพิ่มอีก 8,920 ล้านบาท ชี้เป็นผู้นำธุรกิจโทรคมนาคมไทย สร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอ

GULF ซื้อหุ้น INTUCH เพิ่มอีก 8,920 ล้านบาท ชี้เป็นผู้นำธุรกิจโทรคมนาคมไทย สร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอ

บมจ. กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ ได้ซื้อหุ้น บมจ. อินทัช โฮลดิ้งส์ บริษัทแม่ของค่ายมือถือ AIS เพิ่มเติมอีก 8,920 ล้านบาท ทำให้ล่าสุดบริษัทถือหุ้นมากถึง 14.39% กลายเป็นผู้ถือหุ้นรองจาก SingTel จากสิงคโปร์ ทันทีนอกจากนี้บทวิเคราะห์ยังมองว่าการถือหุ้นครั้งนี้จะทำให้ กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี มีผลตอบแทนสม่ำเสมอมากขึ้นด้วย

Telecom Tower Cell-Site เสาโทรศัพท์มือถือ
ภาพประกอบจาก Shutterstock

บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าบอร์ดบริหารของบริษัทได้อนุมัติให้ทำการเข้าซื้อหุ้นของ บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของไทยคือ AIS ในวงเงินกว่า 8,920 ล้านบาท และจะทำให้ กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของอินทัชทันทีตามหลัง SingTel ของสิงคโปร์ทันที

อินทัช นั้นเป็นบริษัทประเภท Holding Company ที่ถือหุ้นในบริษัทโทรคมนาคมของไทยไม่ว่าจะเป็น บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) สัดส่วน 41.13% และ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) สัดส่วน 40.45% ปัจจุบันอินทัชมีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 181,168 ล้านบาท

รายงานที่ กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี แจ้งกับตลาดหลักทรัพย์นั้นให้เหตุผลว่า อินทัช มีศักยภาพในการสร้างกระแสเงินสดให้แก่บริษัทฯ เนื่องจากเป็นการลงทุนในบริษัทที่เป็นผู้นำในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานประเภทโทรคมนาคมของไทย และธุรกิจดังกล่าวยังคงมีศักยภาพการเติบโตที่สูง โดยบริษัทฯ มั่นใจว่าการลงทุนดังกล่าวจะสามารถสร้างผลตอบแทนในรูปเงินปันผลให้แก่บริษัทฯ ได้อย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่องในระยะยาว

การเข้าซื้อหุ้นของอินทัชครั้งนี้จะทำให้ กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ถือหุ้นทั้งหมด 14.39% หลังจากที่บริษัทได้ทยอยซื้อหุ้นเข้าพอร์ตการลงทุนของบริษัทมาตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นอกจากนี้คณะกรรมการของ กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ยังอนุมัติให้บริษัทสามารถลงทุนในหุ้นสามัญของอินทัชเพิ่มเติมได้ไม่เกิน 15% จากเดิมที่ไม่เกิน 10%

บทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ได้ให้มุมมองว่า กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี อาจมีการลงทุนใน อินทัช เพิ่มเติมในอนาคต  เนื่องจากสามารถเพิ่มกำไรให้บริษัทได้อย่างมั่นคงในระยะยาว รวมถึงอาจมี Synergy ในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานต่อไปในอนาคต ขณะเดียวกันการลงทุนเพิ่มเติมดังกล่าวจะส่งผลให้บริษัทเปลี่ยนวิธีการรับรู้ผลประกอบการของ อินทัช จากการรับรู้เงินปันผล เป็นการรับรู้ส่วนแบ่งกำไร ซึ่งจะส่งผลให้มีความเสี่ยงเชิงบวกต่อประมาณการกำไร และช่วยลดความผันผวนของผลประกอบการรายไตรมาสของบริษัท

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

mm
Content Writer ที่สนใจในเรื่องของตลาดทุนทั้งในและต่างประเทศ กลุ่ม TMT (Technology, Media, Telecom) การควบรวมกิจการ (M&A) นโยบายทางเศรษฐกิจของไทยและต่างประเทศ รวมถึงสิ่งละอันพันละน้อยทางธุรกิจที่น่าสนใจ