บล.โกลเบล็กเผยหุ้นเด็ด 5 กลุ่มช่วง SET ขาขึ้น-ชี้ทองต้องซื้อตอนย่อตัว

เมื่อดัชนีหุ้นไทยทะลุ 1,700 จุด นักลงทุนบางคนอาจมองว่าเป็นช่วงเทขายทำกำไร บางคนที่มีเงินก้อนเข้ามาก็อยากลงทุนพอดี แต่ความผันผวน และความเสี่ยงสูงแบบนี้ถ้าอยากลงทุนในหุ้นต้องเลือกกลุ่มไหนดี?

ภาพจาก Shutterstock

เปิดกลยุทธ์ลงทุนหุ้นไทยช่วง SET ขาขึ้น

วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS บอกว่า ตลาดหุ้นไทยได้รับผลดีจาก กรณีสหรัฐฯ และจีน เตรียมตัวเจรจาการค้าภายในสัปดาห์นี้ (8-12 ก.ค.) ขณะเดียวกันทางประเทศจีนกำลังพิจารณาสั่งซื้อสินค้าเกษตรบางรายการจากสหรัฐ ซึ่งทำให้แนวโน้มการเจรจาการค้าดูดีขึ้น

ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์นี้ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสผันผวน จากตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐที่ปรับตัวดีกว่าที่ตลาดคาด อาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) มีโอกาสที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมรอบก.ค.นี้น้อยลง ทำให้คาดการณ์ว่าดัชนี SET จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,705-1,745 จุด โดยแนะนำกลยุทธ์การลงทุนหุ้น 5 กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์ช่วงนี้ ได้แก่

  • หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการแข็งค่าของเงินบาท เช่น TOA, MGT, SMIT 
  • หุ้นที่ได้ประโยชน์จากผลการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน เช่น SYNEX, HANA, COM7, TVO
  • หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ เช่น STEC, CK, STPI
  • หุ้นกลุ่มเดินเรือ เช่น TTA, PSL, RCL
  • หุ้นเด่นจาก IAA Survey เช่น ADVANC, AMATA, CPALL, CPF, STEC

อยากซื้อทอง ช่วงนี้ต้องลงทุนอย่างไร?

สรรพกัณฑ์ ปัมทบริสุทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก บอกว่า สัปดาห์ก่อน (1-5 ก.ค.) . ราคาทองคำค่อนข้างผันผวน มีช่วงที่ราคาทองเพิ่มขึ้น และปรับตัวลง ทั้งจากแรงขายเพราะตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐดูดีขึ้น ขณะเดียวกันสหรัฐฯ และจีน มีทีท่าจะเจรจาการค้าอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าจะระงับการเพิ่มภาษีต่อสินค้านำเข้าครั้งใหม่ระหว่างกัน 

ทั้งนี้ราคาทองยังมีแรงซื้อเพิ่มเติมเมื่อราคาทองลดต่ำลง เพราะ Fed Watch จาก Bloomberg มองว่ามีโอกาส 100% ที่ FED จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% มาอยู่ที่ 2.25% ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทองเพิ่มขึ้น ดังนั้นคาดว่ากรอบการเคลื่อนไหวสัปดาห์นี้ที่ 1,380-1,425 ดอลลาร์โดยแนะนำนักลงทุนหาจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาทองคำย่อตัวลง

อย่างไรก็ตามการลงทุนทั้งหุ้น-ทองคำ ต้องจับตามองปัจจัยลบ ได้แก่

  • ธนาคารโลก ปรับลดคาดการณ์ GDP ของไทยปีนี้เหลือ 3.5% (จากคาดการณ์เดิม 3.8%) จากปีก่อนที่เติบโต 4.1% โดยผลกระทบหลักมาจากการส่งออกที่หดตัว
  • ธนาคารดอยซ์แบงก์ (ธนาคารขนาดใหญ่ที่สุดของเยอรมนี) ประกาศแผนปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ลดจำนวนพนักงานกว่า 18,000 ตำแหน่ง ซึ่งการปรับโครงสร้างครั้งนี้จะส่งผลต่อผลดำเนินงานงวด ไตรมาส 2 ปี 62 คาดว่าจะขาดทุนอีกด้วยราว 2.8 พันล้านยูโร
  • จับตาตัวเลขทางเศรษฐกิจสหรัฐ-จีน-EU และรายงานการประชุมของ FED ที่จะออกมาในสัปดาห์นี้

สรุป

เมื่อสถานการณ์ทั้งหุ้นไทยและหุ้นโลกมีความผันผวน นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ก็สามารถลงทุนได้เช่นกัน แต่ต้องอย่าลืมการ Cut loss หากมีช่วงราคาลงต่ำกว่าที่คาดไว้ เพื่อให้ขาดทุนน้อยที่สุด

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา