“เราไม่มองมือถือเป็นคู่แข่ง” คือแนวคิดที่ทำให้ Fujifilm กลายเป็นเบอร์หนึ่งตลาดกล้อง Mirrorless

กล้องบน Smartphone พัฒนาไปไกลมาก และบางรุ่นก็มีความสามารถแซงกล้องดิจิทัลไปแล้ว แต่ใช่ว่าผู้บริโภคจะเลิกซื้อกล้องดิจิทัล เพราะปัจจุบันตลาดนี้ยังเติบโต โดยเฉพาะกับกล้อง Mirrorless ที่มี Fujifilm เป็นผู้นำ

ภาพรวมกล้องดิจิทัลในไทยยังโต 14-15%

ต้องยอมรับว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ล้วนถ่ายภาพจาก Smartphone จนหลายคนสงสัยว่ากล้องดิจิทัลกำลังจะหายไปเหมือนกับกล้องฟิล์มหรือไม่ ซึ่งในความเป็นจริงมันก็ใช่ส่วนหนึ่ง เพราะถ้าอ้างอิงข้อมูลจากบริษัทวิจัยแห่งหนึ่งจะพบว่า กล้องดิจิทัลแบบ Compact (ขนาดเล็ก เปลี่ยนเลนส์ไม่ได้) นั้นหดตัวแรงถึง 20% เมื่อเทียบกันปีต่อปี

แต่ในภาพรวมตลาดกล้องดิจิทัลในประเทศไทยนั้นยังเติบโตอยู่ โดยถ้านับถึงเดือนต.ค. 2560 ยังเติบโต 14-15% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน และสิ้นปีน่าจะปิดที่มูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาทได้ ซึ่งเหตุผลที่มันเติบโตก็มาจากกล้อง Mirrorless (ขนาดเล็ก เปลี่ยนเลนส์ได้) และกล้อง DSLR (ขนาดใหญ่ เปลี่ยนเลนส์ได้)

สิทธิเวช เศวตรพัชร์ ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส ผลิตภัณฑ์กล้องดิจิทัล บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด เล่าให้ฟังว่า ด้วยความคุ้นชินในการถ่ายภาพของผู้บริโภค ทำให้พวกเขาเริ่มตัดสินใจลงทุนกับเรื่องนี้ เพื่อได้คุณภาพของรูปที่สวยขึ้น และส่งผลกับภาพรวมตลาดกล้อง Mirrorless และ DSLR เติบโต 20% กับเกือบ 20% ตามลำดับ

อัดการตลาด 100 ล้านสูงสุดในรอบ 30 ปี

“ที่กล้อง Mirrorless มันโตสูงกว่า เพราะด้วยขนาดที่เล็ก ทำให้มันสะดวกแก่การพกพา ซึ่งมันเป็นอย่างนี้มาระยะหนึ่งแล้ว สังเกตจากกลุ่มผู้ใช้กล้อง Mirrorless ตระกูล X ของเราที่มีกว่า 1.5 แสนคน นอกจากนี้กลุ่มที่ใช้งานกล้อง Mirrorless ในระดับเริ่มต้น ก็ต้องการขยับไปรุ่นที่สูงขึ้น และกลายเป็นโอกาสสำคัญของ Fujifilm”

จากปัจจัยดังกล่าว Fujifilm จึงลงทุนการตลาดกว่า 100 ล้านบาท สูงที่สุดนับตั้งแต่ทำธุรกิจที่ไทยในรอบ 28 ปี เพื่อสื่อสารกล้อง Mirrorless ระดับกลาง รุ่น X-T20 กับ X-E3 ที่ราคาเริ่มต้นราว 30,000 บาท ผ่านการใช้สื่อโฆษณาทั้งออนไลน์-ออฟไลน์ รวมถึงจ้าง Brand Ambassador ถึง 5 คน เพื่อสื่อสารข้อมูลต่างๆ ไปถึงเป้าหมาย

สำหรับเหตุผลที่เลือกทำตลาดกล้อง Mirrorless ระดับกลางเป็นหลัก เพราะปัจจุบัน Fujifilm เป็นเบอร์หนึ่งในกลุ่ม Mirrorless ระดับเริ่มต้นที่ราคา 20,000-25,000 บาท กับรุ่นระดับสูงที่ราคา 35,000-50,000 บาท แต่ระดับกลางนั้นแทบไม่มีส่วนแบ่ง ประกอบกับผู้บริโภคกลุ่มที่มีกล้อง Mirrorless อยู่แล้ว ก็อยากได้รุ่นที่สูงขึ้นเช่นกัน

ภาพ pixabay.com

ไม่มองกล้องมือถือเป็นคู่แข่งจึงเดินมาถึงจุดนี้

โดยการเน้นทำตลาดในรุ่นระดับกลางจะทำให้ทางแบรนด์สามารถรักษาส่วนแบ่งการตลาด 40% ของกล้อง Mirrorless และเป็นผู้นำในตลาดนี้ไว้ได้ รวมถึงในปีหน้าก็อาจมีส่วนแบ่งเพิ่มเป็น 50% และทิ้งห่างคู่แข่งอันดับ 2-3 ค่อนข้างห่าง เพราะอีก 2 รายนั้นมีส่วนแบ่งเพียง 19-20% เท่านั้น

“Fujifilm ไม่ได้มองกล้องมือถือเป็นคู่แข่งตั้งแต่แรก เพราะเชื่อว่าผู้บริโภคถือทั้งกล้อง และมือถือไปพร้อมกันได้ ซึ่งแนวคิดนี้ก็ทำให้เราก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดได้ แต่ตอนนี้ถ้าเราจะโตไปได้อีก ก็ต้องไปแย่งแชร์จากคู่แข่ง เพราะ Mirrorless ระดับกลางนั้น คู่แข่งเราแทบจะครองเกือบทั้งตลาด ดังนั้นถ้าไม่ลงทุนทำตลาด เราก็โตยาก”

ปัจจุบัน Fujifilm ทำตลาดกล้อง Mirrorless ทั้งหมด 7 รุ่น ราคาเริ่มต้นราว 20,000-300,000 บาท โดยปกติการเปิดตัวกล้อง Mirrorless จะใช้งบประมาณ 30-40 ล้านบาท/รุ่น ที่สำคัญการลงทุนการตลาดครั้งนี้ก็ใกล้เคียงกับช่วงหลายสิบปีที่แล้วที่จำหน่ายฟิล์มได้ปีละหลายล้านม้วนที่จ้าง “เบิร์ด-ธงไช แมคอินไตย์” เป็นพรีเซนเตอร์

สรุป

ตลาดกล้องดิจิทัล โดยเฉพาะกับ Mirrorless นั้นเติบโตอย่างเงียบๆ โดยมีปัจจัยหลักจากผู้ใช้กล้องมือถือแล้วอยากได้คุณภาพงานที่ดีกว่าเดิม แต่ถึงกล้อง Compact จะตอบโจทย์เรื่องนี้ได้ใกล้เคียงกัน แต่กล้องดังกล่าวไม่สามารถเปลี่ยนเลนส์ หรือให้ความรู้สึก “ถ่ายภาพ” ที่แตกต่างได้ ทำให้ตลาดดังกล่าวหดตัวลง จนแทบไม่มีแบรนด์ใดทำตลาดแล้ว

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา