ธนาคารกลางสหรัฐ ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ปรับลดครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2008

ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ Fed ได้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% เพื่อที่จะสนับสนุนให้เศรษฐกิจสหรัฐสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง

Federal Reserve Fed
ภาพจาก Shutterstock

ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ Fed ได้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% เป็นการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในรอบ 11 ปีนับตั้งแต่ปี 2008 ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐอยู่ในช่วง 2% ถึง 2.25% ​หลังจากที่ตลาดคาดว่า Fed จะลดดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้

มุมมองหลังการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน หรือ FOMC ระบุว่า ตลาดแรงงานยังคงมีความแข็งแกร่ง กิจกรรมทางเศรษฐกิจปรับตัวขึ้นในระดับปานกลาง สำหรับการจ้างงานยังมีความแข็งแกร่ง รวมไปถึง อัตราว่างงานยังคงอยู่ในระดับต่ำ แต่มีสัญญาณในการลงทุนสินทรัพย์ถาวรของภาคธุรกิจที่เริ่มชะลอตัวลง

สาเหตุสำคัญที่ธนาคารกลางสหรัฐได้เน้นคือ การลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อที่จะช่วยให้เศรษฐกิจสหรัฐสามารถเติบโตต่อไปได้ และป้องกันสภาวะเศรษฐกิจจากเรื่องนโยบายสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ที่ทำให้การค้าทั่วโลกซบเซาลง

นอกจากนี้ธนาคารกลางสหรัฐยังได้กล่าวว่าจะคอยจับตามองเศรษฐกิจสหรัฐ และจะใช้นโยบายทางการเงินที่เหมาะสมกับสถานการณ์นั้นๆ

อย่างไรก็ดี เจอโรม พาเวล ประธานของธนาคารกลางสหรัฐ ได้กล่าวว่า “นี่ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของการลดอัตราดอกเบี้ยลงต่อเนื่อง ผมไม่เคยกล่าวเรื่องพวกนี้” ซึ่งนักลงทุนคาดหวังว่าปีนี้ธนาคารกลางสหรัฐจะเริ่มลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง ทำให้คาดการณ์กันว่าในปีนี้ Fed น่าจะลดอัตราดอกเบี้ยลง 2 ครั้งด้วยกัน

ในช่วงที่ผ่านมา ประธานของธนาคารกลางสหรัฐ โดน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐกดดันในเรื่องของนโยบายทางการเงินมาโดยตลอดว่า Fed นั้นรีบร้อนที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายมากเกินไป รวมไปถึงเรื่องของอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่มองว่าสหรัฐสามารถที่จะชนะจีนในสงครามการค้าได้

ขณะที่ ธนาคารกลางฮ่องกง หรือ HKMA ล่าสุดได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เช่นกันในการประชุมเช้าวันนี้ ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของฮ่องกงลงมาเหลือแค่ 2.5% ขณะที่ธนาคารกลางจีนนั้นยังคงยืนยันที่จะใช้นโยบายทางการเงินคงเดิมต่อไป

ที่มา – Sky News, CNN, Reuters

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

mm
คอลัมนิสต์ Brand Inside เขาคือผู้ที่สนใจในเรื่องของตลาดทุนทั้งในและต่างประเทศ โครงสร้างพื้นฐาน TMT (Technology, Media, Telecom) การควบรวมกิจการ รวมไปถึงนโยบายทางเศรษฐกิจของต่างประเทศ