LINE GIFT โตเพราะคนไทยส่ง e-Voucher บอกคิดถึงกันโดยไม่รอช่วงเทศกาลมากขึ้น ส่วนแบรนด์ที่มาแรงสุดคือ Starbucks

คนไทยยุคนี้ไม่รอเทศกาลพิเศษแล้ว จะวันธรรมดาก็ส่ง e-Gift ให้กันได้ ไม่ว่าจะเป็นการบอก “คิดถึง” “ขอบคุณ” หรือส่งกำลังใจ ขณะที่แบรนด์ที่คนไทยเลือกส่งเป็นของขวัญมากที่สุดบน ‘LINE GIFT’ คือ ‘Starbucks’

ข้อมูลจาก LINE GIFT ในโอกาสครบรอบ 1 ปี พบว่า แม้วันเกิดยังเป็นโอกาสอันดับหนึ่งในการส่งของขวัญ คิดเป็น 55% ของทั้งหมด แต่การส่งของขวัญในวันธรรมดา หรือ ‘Everyday Gifting’ มีสัดส่วนถึง 20% และยังเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนว่า e-Gift กำลังเปลี่ยนบทบาทจาก ‘ของขวัญในโอกาสพิเศษ’ มาเป็นอีกหนึ่งวิธีสื่อสารความรู้สึกในชีวิตประจำวันของคนไทย

พฤติกรรมการเลือกของขวัญก็เปลี่ยนไปเช่นกัน สินค้ายอดนิยมไม่ได้เป็นของราคาแพง แต่กลับเป็นของที่ใช้ได้ทันทีในชีวิตประจำวัน ทั้งเครื่องดื่ม ไอศกรีม ขนมเค้ก บัตรกำนัลแทนเงินสด อาหาร และสินค้าความงาม

ขณะที่แบรนด์ที่ถูกส่งหากันบ่อย ได้แก่ Starbucks, Swensen’s, Sushiro, Mister Donut, Dairy Queen, Bearhouse, Nose Tea, LINE MAN, Grab, Shopee, และ Lazada ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับของขวัญที่สร้างประสบการณ์และนำไปใช้ได้จริง มากกว่ามูลค่าเพียงอย่างเดียว

อีกตัวเลขที่น่าสนใจคือ LINE GIFT มีผู้ใช้งานกลับมาส่งของขวัญซ้ำมากกว่า 30% ต่อเดือน หรือคิดเป็นประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ใช้งาน ขณะที่มูลค่าการสั่งซื้อเฉลี่ยอยู่ที่ออเดอร์ละ 150-200 บาท ซึ่งเป็นระดับราคาที่ทำให้การส่งของขวัญกลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้บ่อย ไม่ต้องคิดมากเหมือนในอดีต

เมื่อแยกตามช่วงอายุ พฤติกรรมก็แตกต่างกันอย่างชัดเจน คน Gen Z อายุ 18-24 ปี มักส่งของขวัญตามความรู้สึกในขณะนั้น ส่งบ่อยแต่ใช้เงินต่อครั้งไม่มาก โดยเน้นเครื่องดื่มและขนมเป็นหลัก ส่วนกลุ่ม Millennials อายุ 25-34 ปี ซึ่งเป็นฐานผู้ใช้หลักของ LINE GIFT ใช้งานหลากหลายโอกาสและยอมจ่ายมากขึ้น หากของขวัญสามารถสื่อความใส่ใจได้ตรงใจผู้รับ ขณะที่ Gen X อายุ 35 ปีขึ้นไป ส่งของขวัญไม่บ่อย แต่เลือกสินค้าที่มีมูลค่าสูงกว่า เช่น อาหารพรีเมียม สินค้าสุขภาพ และไลฟ์สไตล์

ฝั่งแบรนด์เองก็เห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้เช่นกัน โดย Starbucks ประเทศไทย ระบุว่า Gift Voucher ที่ส่งผ่าน LINE GIFT มีอัตราการนำไปใช้จริงสูงถึง 82% ขณะที่ครึ่งหนึ่งของยอดขายบนแพลตฟอร์มมาจากธีมวันเกิด และบัตรกำนัลมูลค่า 200 บาท เป็นราคาที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

ทั้งนี้ เทรนด์ของ LINE GIFT สอดคล้องกับตลาด e-Gifting ทั่วโลกที่ยังเติบโตต่อเนื่อง โดยผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับ ‘ประสบการณ์’ และ ‘ความหมาย’ ของของขวัญมากกว่ามูลค่าเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกันเทรนด์อย่าง Personalized Gifts, Experience-based Gifts, และ Self-Gifting หรือการซื้อของให้ตัวเอง ก็กลายเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดนี้

ที่มา: ข่าวประชาสัมพันธ์

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา