กลุ่ม Fast Retailing บริษัทแม่ Uniqlo เตรียมแผนลดการใช้พลาสติกทุกสาขาทั่วโลกภายในปี 2020

Fast Retailing มีเป้าหมายที่จะลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวให้ได้ 85% ภายในสิ้นปี 2020 รวมสาขา 3,500 แห่งทั่วโลก เริ่มต้นจากการเปลี่ยนจากถุงพลาสติก เป็นถุงกระดาษในเดือนกันยายนนี้

ไม่ได้เป็นแค่กระแสแล้ว แต่นโยบายการดูแลสิ่งแวดล้อมเริ่มมีบทบาทสำคัญมากขึ้น แบรนด์ใหญ่ในโลกเริ่มที่จะมีมาตรการในการงดใช้ถุงพลาสติก หรือเปลี่ยนถุงพลาสติกเป็นวัสดุอื่น เพื่อดูแลสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

กลุ่ม Fast Retailing ได้ประกาศนโยบายครั้งใหญ่ที่จะลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวให้ได้ 85% ภายในปี 2020 ซึ่งก็คือปีหน้า โดยจะต้องปรับใช้กับทุกสาขาที่มีกว่า 3,500 แห่งทั่วโลก

Fast Retailing เป็นบริษัทด้านแฟชั่นยักษ์ใหญ่จากประเทศญี่ปุ่น มีแบรนดืในเครือด้วยกันทั้งหมด 8 แบรนด์ แบรนด์ใหญ่ที่สุดก็คือ แบรนด์ Uniqlo ที่คนไทยรู้จักกันดี รวมไปถึงอีก 7 แบรนด์ GU, Theory, Helmut Lang, PLST (Plus T), Comptoir des Cotonniers, Princesse tam.tam และ J Brand

การลดปริมาณพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว จะเริ่มเปลี่ยนไปใช้ถุงกระดาษที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะนำมาใช้ในร้าน Uniqlo และร้าน GU ทั่วโลกเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นไป

แผนระยะยาวของบริษัทคือ การจัดการการใช้พลาสติกในส่วนที่ไม่จำเป็นออกจากซัพพลายเชนตลอดทั้งกระบวนการให้ได้ พร้อมกับลดปริมาณพลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวที่ลูกค้าจะได้รับกลับไปจากร้าน นั่นก็คือ ถุงช้อปปิ้ง และบรรจุภัณฑ์ของสินค้าต่างๆ นั่นเอง

Uniqlo

ตัวเลขที่ Fast Retailing ตั้งเป้าไว้นั้น ต้องการลดการใช้พลาสติกลงให้ได้ 85% หรือคิดเป็นปริมาณ 7,800 ตันต่อปี ภายในสิ้นปี 2020 ต้องการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างน้อยนิดที่สุด

เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมาย บริษัทได้วางแผนตาม 3 โครงการ ดังนี้

  1. เปลี่ยนถุงช้อปปิ้งเป็นถุงกระดาษ

นับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2019 เป็นต้นไป ร้านต่างๆ ใน 12 ประเทศทั่วโลก รวมถึงในญี่ปุ่นจะเริ่มเปลี่ยนถุงช้อปปิ้งจากถุงพลาสติกไปใช้ถุงกระดาษที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแทน โดยเป็นถุงที่ผลิตขึ้นจากกระดาษที่ผ่านการรับรองของสภาพิทักษ์ป่า (Forest Stewardship Council – FSC) หรือกระดาษรีไซเคิล

สำหรับร้านต่างๆ ในประเทศที่ใช้ถุงช้อปปิ้งที่เป็นกระดาษอยู่แล้ว รวมถึงร้านยูนิโคล่ในยุโรป ตลอดจนแบรนด์ต่างๆ ของกลุ่มฯ ได้แก่ Theory, Comptoir des Cotonniers, Princesse tam.tam และ PLST ก็จะเริ่มเปลี่ยนไปใช้ถุงกระดาษที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่เดือนกันยายน 2019 เป็นต้นไปเช่นกัน

  1. จำหน่ายถุงผ้าที่ใช้ซ้ำได้ และคิดเงินค่าถุงช้อปปิ้งในบางประเทศ

อีกหนึ่งมาตรการก็คือ ร้านยูนิโคล่และร้าน GU ทั้งในญี่ปุ่นและในต่างประเทศ ตลอดจนร้าน Comptoir des Cotonniers และ Princesse tam.tam ทั่วโลก จะเริ่มจำหน่ายถุงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และใช้ซ้ำได้ของแต่ละแบรนด์ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2019 เป็นต้นไป โดยที่มีดีไซน์ที่เป็นออริจินัลของแบรนด์

และเพื่อเป็นการส่งเสริมให้ใช้ถุงในรูปแบบที่ใช้ซ้ำได้ ร้านยูนิโคล่และร้าน GU ทุกสาขาในญี่ปุ่นจะเริ่มคิดค่าถุงช้อปปิ้งในราคาถุงละ 10 เยน (บวกภาษี) ตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2020 เป็นต้นไป รวมถึงร้านยูนิโคล่ และร้าน GU ในทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรปและเอเชีย รวม 16 ประเทศ จะคิดค่าถุงช้อปปิ้งหลังจากเดือนกันยายน 2019 นี้

  1. ปรับแพ็คเกจจิ้งใช้วัสดุทดแทน

มีการขจัดการใช้พลาสติกในบรรจุภัณฑ์ของสินค้าบางรายการ อาทิ รองเท้ายูนิโคล่สำหรับสวมในบ้าน โดยเริ่มตั้งแต่ซีซั่น Fall/Winter 2019 เป็นต้นไป จะเริ่มการทดสอบยืนยันผล (Verification Testing) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนวัสดุบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ ยูนิโคล่และ GU เช่น ฮีทเทค (HEATTECH), แอริซึ่ม (AIRism) และผลิตภัณฑ์ชุดชั้นในอื่นๆ จากพลาสติกไปเป็นวัสดุทางเลือกอื่นๆ โดยเริ่มกระบวนการทดสอบตั้งแต่ฤดูร้อนปี 2019 เป็นต้นไป

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา