เปิดหลังบ้าน เอ็กโซติค ฟู้ด คว้ารางวัล 1 ในบริษัทที่น่าทำงานมากที่สุดในเอเชีย 2023

เปิดหลังบ้าน เอ็กโซติค ฟู้ด ประเทศไทย เจ้าแห่งการผลิตซอสปรุงรสแบบไทย ผู้นำด้านการส่งออกอาหารไทยสู่ตลาดโลก เบื้องหลังความสำเร็จนี้ส่วนหนึ่งมาจากการลงทุนด้านทรัพยากรบุคคลด้วย

บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) คว้ารางวัล บริษัทที่น่าทำงานมากที่สุดในเอเชีย ปี 2023 ลดอัตราการลาออกของพนักงานจาก 50% เหลือ 3% บริษัทยังขยายตลาดไปยังสหรัฐอเมริกาครั้งแรก ทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2,521 ล้านบาท เติบโต 73% ทำกำไร 785 ล้านบาท

Exotic Food

ทศวรรษที่ผ่านมา เอ็กโซติค ฟู้ด เปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรและให้ความสำคัญกับพนักงานมากขึ้น ภายใต้ค่านิยม Work smart, Have fun and No drama มีความพยายามในการแก้ไขข้อบกพร่องขององค์กร เพิ่ม engagement ของพนักงาน จนคว้ารางวัล หนึ่งในบริษัทที่น่าทำงานด้วยเอเชีย ประจำปี 2023 ที่จัดโดย HR Asia

บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด ก่อตั้งในปี 1999 โดยจิตติพร จันทรัช และวาสนา จันทรัช ด้วยการเริ่มต้นขายสินค้าเพียงไม่กี่สิบรายการ ทั้งสองท่านมีเป้าหมายแรกเริ่มในการสร้างบริษัท คือต้องการให้ทุกคนสามารถลิ้มลองความอร่อยของอาหารไทยได้ในทุกหนทุกแห่ง ไม่ว่าอยู่ที่ใดก็สามารทานอาหารไทยได้ ปัจจุบันสินค้ามีให้เลือกมากกว่า 700 รายการ ทั้งน้ำจิ้มไก่ ซอสพริกศรีราชา และเครื่องแกง ใช้วัตถุดิบจากเกษตรกรไทยผลิตและส่งออกไปกว่า 80 ประเทศ 5 ทวีปทั่วโลก ส่งออกมากกว่า 99.99% ของยอดขายทั้งหมด จากทีมเล็กๆ พัฒนาจนมีพนักงานกว่า 480 คน

ปัจจุบัน บริษัท เอ็กโซติค มีโรงงาน 3 แห่ง ดังนี้ แหลมฉบัง อมตะซิตี้ พิษณุโลก มีการออกแบบออฟฟิศที่ให้ความรู้สึกว่าได้มาพบปะเพื่อน ให้เป็นพื้นที่ที่ไม่ใช่แค่ทำงาน ลูกค้าเห็นแบคดรอป ก็สามารถเป็นจุดขายของได้ด้วย เหมือนบูธที่ออกโรดโว์ จากงานวิจัยพบว่า ถ้ามี engagement ในออฟฟิศสูง turnover rate หรืออัตราลาออกจะลดลง

Exotic Food

เบื้องหลังการออกแบบจากทีมสถาปนิก บริษัท IF (อินทิเกรเตท ฟิลด์)

ท็อป นิล ที่มาออกแบบบริษัท และคว้ารางวัลหลากหลาย อาทิ Asia Pacific Property Awards 2023, World Interior News Award 2022 และเข้ารอบสุดท้ายเวที A+ AWARDS 2022

เล่าถึงที่มาของการออกแบบออฟฟิศว่า ช่วงปี 2021 ช่วงโควิด ก่อนหน้านี้ออฟฟิศเป็นแค่ห้องเล็กๆ 1-2 ห้อง มักจะมีนักลงทุนเข้ามาถาม มาเยี่ยม จึงทำพื้นที่ให้นักลงทุนเข้ามาร่วมใช้พื้นที่ได้ โดยเริ่มจากคุยว่าจะแบ่งพื้นที่อย่างไรให้น่าสนใจบ้าง พอเราทำโปรเจกต์นี้ ยังไม่ค่อยเข้าใจภาพ และสุดท้ายก็เห็นว่ามันเป็นพื้นที่ให้นักลงทุนดู ได้เรียนรู้สิ่งที่ไม่เคยคิดมาก่อน

Exotic Food
โจทย์คือ
ให้พนักงานอยากมาทำงานโดยไม่ถูกบังคับ พื้นที่ทำงานของพนักงานยังเป็นแบบ Conventional อยู่ และพื้นที่ใหม่ทำแบบ Collaborative space ให้แชร์พื้นที่กัน ทุกคนเดินเข้ามาให้ความรู้สึกเหมือนเข้า Musuem และอยากมีตุ๊กตุ๊ก จากตอนนั้นก็คิดว่าจะเอาตุ๊กตุ๊กไว้ตรงไหน จะมีไฟส่องด้านหลังตุ๊กตุ๊ก ตั้งไว้บริเวณหน้าทางเข้าออฟฟิศ พอเปิดเข้ามาก็ให้เป็นบาร์ที่ทุกคนเข้ามาดื่มเครื่องดื่มและมีซอสโชว์อยู่ด้านหลัง

มีสแตนด์ที่เหมือนขวดซอสเทออกมา ให้พื้นที่ริมหน้าต่างที่นั่งได้ มีโต๊ะสูงสำหรับประชุมสั้นๆ เวลา Zoom ประชุมภาพแบคกราวด์จากด้านหลังจะบ่งบอกตัวตน มีขวดซอส Flying Goose Sriracha และขวดซอสสไลเดอร์นั่งได้ และยังมีห้องประชุม โต๊ะต้องสามารถเคลื่อนย้ายได้ สามารถจัดเทรนนิ่งได้ มีพื้นที่เยอะเพื่อให้มันยืดหยุ่นสำหรับทำกิจกรรม โดยโซนสุดท้าย ช่วงที่ Work from Home เยอะๆ เราทำผนังทำแบบ Phone Booth เป็นที่ไพรเวทส่วนตัว และมีสโตเรจให้เก็บของได้ด้วย

Exotic Food

สำหรับโรงงานแห่งที่ 2 สร้างมา 7 ปีกว่า มีออฟฟิศขนาด 1,500 ตรม. มีพนักงานจำนวน 190 คน ขณะที่ตึกสินธร ทาวเวอร์ เป็นสำนักงานใหญ่ ทำฝ่าย Strategy เป็นหลัก มีพนักงานเป็นคนเมือง ส่วนที่โรงงาน มีทั้งพนักงานสายการผลิตและพนักงานออฟฟิศที่อยู่โซนนี้ เข้ามาปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้งานต่างๆ ทำให้เกิดความประทับใจ ก่อนหน้านี้จะมีพนักงานมานอนเรียงราย จึงทำพื้นที่ที่สามารถพักผ่อนร่วมกันได้

เป็นการออกแบบพื้นที่ให้ชาวต่างชาติที่เป็นลูกค้ามาเดินดูเหมือนดูชั้นโชว์สินค้าใหม่ๆ ในซุปเปอร์มาร์เก็ต ทำห้องต่างๆ คล้ายตู้คอนเทนเนอร์เหมือนกำลังส่งสินค้าออกไป เป็นไอเดียเดียวกับโรงงานช็อกโกแลตของวองก้า (จากหนังชาลีกับโรงงานช็อกโกแลต Wonka) นี่ก็เป็นโรงงานซอส กระบวนการทั้งหมดของมันมีมุมต่างๆ ที่ทำให้เห็นว่ามีความตั้งใจ มีชีวิตที่ออกมาในทุกขวด พนักงานที่เป็นสายการผลิตมาเข้างานเร็วขึ้นเพื่อมาตีปิงปองก่อนเข้างาน มีตู้ Vending machine วางไว้ตรงประตูทางเข้า

เมื่อเดินเข้าไปแล้วเหมือนซุปเปอร์มาร์เก็ตผสมกับพิพิธภัณฑ์ของ Exotic หนุ่มสาวที่นี่ชอบทานส้มตำ ต้องทำห้องที่มีโต๊ะมีท็อปอย่างหนาเพราะเขาจะเอาครกมาตำส้มตำกัน ส่วนตู้คอนเทนเนอร์ก็เป็นแบบจำลอง ให้ความรู้สึกเหมือนส่งสินค้าออกไป

Exotic Food

สวัสดิการพิเศษของ Exotic ประกอบด้วย

  • สิทธิ์ในการได้รับหุ้น ESOP (Employee Stock Ownership Plan)
  • ชั่วโมงการทำงานที่ยืดหยุ่น
  • เลือกทำงานจากที่บ้านได้ 1 วันต่อสัปดาห์
  • วันหยุดพิเศษเพิ่มเติมในเดือนเกิดของพนักงานแต่ละคน
  • สวัสดิการแบบยืดหยุ่นโดยเลือกจากหัวข้อดังนี้ การดูแลด้านทันตกรรม การนวด กายภาพบำบัดและแว่นตาสำหรับผู้ที่มีปัญหาทางสายตาตามใบรับรองแพทย์
  • วันลาพิเศษเพื่อแต่งงาน และเงินขวัญถุงให้พนักงานที่แต่งงานโดยจดทะเบียนสมรสหรือไม่จดทะเบียนสมรส สำหรับทุกเพศ
  • วันลาพิเศษเพื่อดูแล คู่ชีวิตและคนในครอบครัวทุกเพศ

ด้านพนักงาน อรีย์รัตน์ มหาวิจิตร (ผู้จัดการฝ่ายผลิต) เล่าว่า ทำงานที่นี่มาแล้ว 17 ปี เมื่อก่อนเราเน้นเรื่องการผลิต การขาย 10 ปีให้หลัง มีกำลังทรัพย์มากขึ้นก็เริ่มให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนมากขึ้น เช่น ส่งพนักงานไปอบรมหลายคอร์ส มีสวัสดิการหลากหลายที่สื่อถึงความเสมอภาคของทุกคน มีไปนวด ไปตัดแว่น วันหยุดในเดือนเกิด

Exotic Food
ด้านคมสัน ทิพย์เกษร (
Leader Warehouse) เล่าว่า เขาจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 อยู่ที่นี่ ถ้าเก่งและมีความสามารถก็เติบโตได้ เขาอยู่มา 7 ปี 8 เดือน เริ่มจากเป็นพนักงานจนเป็นลีดเดอร์ ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เป็นหัวหน้างาน เพราะวุฒิน้อยกว่าลูกน้องในทีม รู้สึกมีความสุขกับที่นี่มาก ได้เรียนรู้ในการเข้าหาลูกน้องหรือปรับตัวเข้ากับคนในที่ทำงาน มีการส่งไปอบรมอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ กิตติพันธ์ เพียวโนนลาว (Quality Control Supervisor) เล่าว่า เขาชอบสถานที่ ที่นี่เวลาคุยปัญหากับเพื่อนร่วมงานก็สามารถพูดคุยกันได้ ไม่มีการแบ่งแยก

Exotic Food

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา