ไม่ใช่แค่สื่อไทยที่เหนื่อย ESPN สื่อใหญ่กีฬาของโลกก็ Layoff พนักงานเช่นกัน

ธุรกิจสื่อตอนนี้เหนื่อยจริงๆ สังเกตจากสื่อไทยไม่ว่าจะสิ่งพิมพ์ หรือโทรทัศน์ก็ต้องปรับตัวกันทั้งนั้น แต่วันนี้อยากให้ลองมาดูยักษ์ใหญ่สื่อกีฬาอย่าง ESPN กันบ้าง ว่าทำไมจึงเกิดเหตุการณ์ Layoff พนักงานออกอย่างต่อเนื่อง

ภาพโดย Bəhram Camalov

ใช่ว่าใหญ่ แล้วจะปรับตัวตามผู้บริโภคได้ทัน

จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ประกอบกับเทคโนโลยีการรับชมรายการกีฬาผ่าน Smart Device ต่างๆ ทำให้ ESPN ประสบปัญหาอย่างหนัก เพราะรายการเกือบทั้งหมดถูกแพร่ภาพผ่านสายเคเบิล หรือโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก จนปี 2558 เกิดปัญหาการบริหาร จนต้อง Layoff พนักงานฝ่ายผลิตรายการที่อยู่หลังกล้องถึง 300 ชีวิต หรือราว 4% ของทั้งหมด

และล่าสุดในเดือนมิ.ย. ที่จะถึง ยักษ์ใหญ่สื่อกีฬารายนี้ยังเตรียม Layoff พนักงานอีกจำนวนหนึ่ง โดยครั้งนี้ได้เลื่อนมาฝั่งหน้ากล้อง หรือกลุ่มผู้ดำเนินรายการแล้ว เพราะต้องควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างหนัก และทางบริษัทมองว่าการยกเลิกสัญญากับผู้ดำเนินรายการบางรายคุ้มค่าแก่การดำรงอยู่ของธุรกิจ โดยชื่อของพนักงานที่ถูก Layoff ยังไม่เปิดเผยออกมาจนถึงบัดนี้

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเรื่องต้นทุนลิขสิทธิ์รายการถ่ายทอดสดกีฬาก็เพิ่มขึ้นทุกปีอีกด้วย โดยในฤดูกาลล่าสุด ESPN ต้องจ่ายถึง 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.4 แสนล้านบาท เพื่อดึงศึกคนชนคน NFL และลีกบาสเกตบอลอันดับหนึ่งอย่าง NBA มาแพร่ภาพ ทั้งๆ ที่ทั้งสองกีฬาจัดแพ็คเกจรับชมผ่าน Smart Device ออกมาจำหน่ายเองแล้ว

อย่างไรก็ตาม Disney เจ้าของ ESPN ได้รายงานผลประกอบการธุรกิจเมือเดือนก.พ. ทำให้ทราบว่า ESPN นั้นทำผลงานได้ต่ำกว่าที่บริษัทตั้งเป้าไว้ โดยมีรายได้ลดลงหลายพันล้านดอลลาร์ในแต่ละปี ผ่านค่าโฆษณาที่นับวันจะเก็บจากแบรนด์ต่างๆ ได้น้อยลง ประกอบกับจำนวนสมาชิกที่หายไป เพราะเทคโนโลยีใหม่เอื้ออำนวยในการรับชมกีฬามากกกว่า

สรุป

กลุ่มธุรกิจสื่อ โดยเฉพาะสื่อดั้งเดิมต้องปรับตัวกันอย่างหนัก เพราะถ้าจะอยู่เหมือนเดิมก็คงถูกกลุ่มนวัตกรรมใหม่ ไม่ว่าจะเป็นบริการรับชม Video on Demand หรือกลุ่มสื่อออนไลน์ที่เร็วจนเข้ามาทดแทนสื่อสิ่งพิมพ์เดิมๆ ได้ ดังนั้นหากสื่อใดมีสมรรถภาพในการปรับตัวที่ดีกว่า ย่อมมีโอกาสรอดในวิกฤตินี้

อ้างอิง

ESPN layoffs to hit on-camera personalities

Report: ESPN’s next round of layoffs is going to include on-air personalities

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา