ตลาดสีทาบ้านต้องแตกต่าง Dulux เร่งสร้างการรับรู้ตั้งแต่เด็ก สร้างภาพจำแบรนด์อย่างยั่งยืน

การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักตั้งแต่เด็กๆ ย่อมสร้างความได้เปรียบในการเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่ง AkzoNonbel ที่ทำตลาดสีทาบ้าน Dulux ก็คือหนึ่งในแบรนด์ที่เลือกเดินกลยุทธ์นี้ เพื่อคงความเป็นผู้นำแบรนด์สีในระดับโลก

เกมที่ไม่ใหม่ กับการต่อยอดตลาดเด็กเล็ก

ก่อนหน้านี้การผลิตสีทาภายในบ้านที่ลดสารเคมี และโฆษณาว่าเหมาะสมกับเด็กเล็กนั้นมีมาระยะหนึ่งแล้ว โดยอิงกระแสรักสุขภาพของครอบครัวในประเทศไทยที่เริ่มตระหนักถึงเรื่องนี้มากขึ้น แต่ใช่ว่าการแค่บอกว่าสีปลอดภัยนั้นจะช่วยสร้างภาพจำให้กับแบรนด์ในระยะยาว เพราะอย่างที่รู้กันว่าไม่ได้มีแค่แบรนด์เดียวที่ทำแบบนี้

เดฟ เพลน กรรมการผู้จัดการ บริษัท อั๊คโซ่ โนเบล เพ้นท์ส (ประเทศไทย) เล่าให้ฟังว่า ความยั่งยืนเป็นสิ่งที่แบรนด์ให้ความสำคัญมาโดยตลอด ซึ่งกลุ่มเด็กเล็กเองก็อยากมีส่วนร่วมกับการออกแบบที่พักอาศัย ดังนั้นด้วยความที่เป็นแบรนด์ผู้นำเรื่องสีทาบ้าน การออกผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์กลุ่มดังกล่าวก็จำเป็น

เดฟ เพลน กรรมการผู้จัดการ บริษัท อั๊คโซ่ โนเบล เพ้นท์ส (ประเทศไทย)

“การเสริมสร้างแรงบันดาลใจ และจินตนาการภายในบ้านเป็นสิ่งที่สำคัญในการพัฒนาสังคมของเด็กๆ ถ้าเราเข้าไปมีส่วนร่วมในเรื่องนี้ได้ก็คงจะดีไม่น้อย เพราะช่วยสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวได้เช่นกัน นอกจากนี้ในแง่การรับรู้ของแบรนด์ ก็สามารถทำได้อย่างยั่งยืน เพราะเด็กเหล่านั้นรู้จักเราตั้งแต่ยังไม่ได้มีบ้านเป็นของตัวเอง”

ผลิตภัณฑ์ใหม่ช่วยเสริมสร้างจินตนาการ

นอกจาก Dulux EasyCare Plus ที่เป็นสีอะครีลิคใช้ทาภายใน ที่ได้รับการรับรองว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และทำความสะอาดได้ง่าย ทางแบรนด์ยังส่ง Dulux Far Away Places ตัวอุปกรณ์ตกแต่งผนังสำหรับเด็กที่มีทั้งสติ๊กเกอร์ใสสร้างลาย และลูกกลิ้งที่มีลวดลายเพื่อกลิ้งสีบนพนังได้สนุกยิ่งขึ้น

ชุดอุปกรณ์ Dulux Far Away Places

ขณะเดียวกันยังสร้างแบรนด์อีกวิธีด้วยการร่วมกับสถานการณ์เรียนรู้สำหรับเด็ก KidZania เพื่อสร้าง Dulux Color Design Studio ในนั้น มีพื้นที่ขนาด 32 ตร.ม. โดยเปิดให้เด็กๆ ที่เข้าไปใช้บริการสามารถปลดปล่อยจินตนาการด้วยการทาสี พร้อมอุปกรณ์สติ๊กเกอร์ และลูกกลิ้งสีรูปแบบต่างๆ

การแข่งขันที่ไม่ง่ายในตลาดนี้

สำหรับภาพรวมตลาดสีทาอาคารในประเทศไทยเมื่อปี 2559 นั้นอยู่ราว 22,000 ล้านบาท เติบโตลดลงจากปีก่อนหน้านั้นเล็กน้อย และคาดว่าปี 2560 ก็คงอยู่ในลักษณะเดียวกัน แต่หากมีการลงทุนจากภาครัฐ รวมถึงปัจจัยเรื่องเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ก็น่าจะทำให้ภาพรวมตลาดนี้กลับมาเติบโตอีกครั้ง

สรุป

การสร้างแบรนด์กับกลุ่มลูกค้าวัยเด็กยังเป็นเรื่องที่หลายแบรนด์ต้องตระหนักถึงเสมอ เพราะเมื่อเด็กๆ จำแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งได้ โอกาสที่เขาจะฝังใจไปตลอดกาลก็มีสูง จึงไม่แปลกที่เห็นแบรนด์เก่าแก่หลายๆ เจ้าเริ่มลงมาทำตลาดกับเด็กๆ มากขึ้น นอกจากนี้การทำกิจกรรม CSR กับลูกค้ากลุ่มนี้ก็จำเป็นเช่นกัน

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Comments