ไตรมาสแรกปี 67 ต่างชาติลงทุนในไทย 35,902 ล้านบาท, 3 อันดับแรก “ญี่ปุ่น-สิงคโปร์-สหรัฐฯ”

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดสถิติไตรมาสแรกปี 67 ต่างชาติลงทุนในไทย 35,902 ล้านบาท โดย 3 อันดับแรก ได้แก่ ญี่ปุ่นลงทุน 19,006 ล้านบาท ตามด้วย สิงคโปร์ 3,294 ล้านบาท และฝรั่งเศส 3,236 ล้านบาท ภาพรวมมีการจ้างงานคนไทย 849 คน

อรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ไตรมาสแรกปี 2567 (ม.ค.-มี.ค.) ได้อนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 จำนวน 178 ราย โดยเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จำนวน 53 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จำนวน 125 ราย 

ทั้งนี้ ต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย เป็นเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 35,902 ล้านบาท มีการจ้างงานคนไทย 849 คน โดยชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุน 5 อันดับแรก ได้แก่ 

  1. ญี่ปุ่น 40 ราย คิดเป็น 22% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 19,006 ล้านบาท โดยลงทุนธุรกิจต่างๆ เช่น ธุรกิจโฆษณา, ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์, ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า, ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ ฯลฯ 
  2. สิงคโปร์ 32 ราย คิดเป็น 18% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 3,294 ล้านบาท โดยลงทุนธุรกิจต่างๆ เช่น ธุรกิจบริการศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพ, ธุรกิจ e-Commerce, ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์ ฯลฯ
  3. สหรัฐอเมริกา 29 ราย คิดเป็น 16% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติ เงินลงทุน 1,048 ล้านบาท โดยลงทุนธุรกิจต่างๆ เช่น ธุรกิจบริการทางวิศวกรรม, ธุรกิจนายหน้าและตัวแทนในการจัดซื้อ จัดหา และจัดจำหน่ายสินค้า, ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ฯลฯ
  4. จีน 20 ราย คิดเป็น 11% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติ เงินลงทุน 2,886 ล้านบาท โดยลงทุนธุรกิจต่างๆ เช่น ธุรกิจบริการที่ให้แก่บริษัทในเครือ หรือบริษัทในกลุ่ม (บริการให้เช่าพื้นที่อาคารโรงงาน), ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า, ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์ ฯลฯ
  5. ฮ่องกง 11 ราย คิดเป็น 6% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 1,017 ล้านบาท โดยลงทุนธุรกิจต่างๆ เช่น ธุรกิจค้าปลีกสินค้า, ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า, ธุรกิจบริการให้คำปรึกษาแนะนำและบริหารจัดการด้านการจัดการร้านอาหารและคาเฟ่ ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน (ม.ค. – มี.ค. 2566) พบว่า 

  • การอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทยเดือม.ค. – มี.ค 2567 อนุญาต 178 ราย เพิ่มขึ้น 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) 
  • มูลค่าการลงทุน เดือม.ค. – มี.ค 2567 ที่ 35,902 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9%YoY
  • การจ้างงานคนไทยเดือม.ค. – มี.ค 2567 อยู่ที่ 849 คน ลดลง 56%YoY (จากเดิมที่ 1,932 คน) 

สำหรับการลงทุนในพื้นที่ EEC ไตรมาสแรกของปี 2567 มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนในพื้นที่ EEC จำนวน 56 ราย คิดเป็น 31% ของจำนวนนักลงทุนต่างชาติในไทย ซึ่งเพิ่มขึ้น 81%YoY และมีมูลค่าการลงทุนในพื้นที่ EEC จำนวน 11,629 ล้านบาท คิดเป็น 32% ของเงินลงทุนทั้งหมด เพิ่มขึ้น 256%YoY ซึ่งเป็นนักลงทุนจาก

  • ญี่ปุ่น 12 ราย ลงทุน 995 ล้านบาท
  • จีน 12 ราย ลงทุน 924 ล้านบาท
  • สิงคโปร์ 8 ราย ลงทุน 898 ล้านบาท
  • ประเทศอื่นๆ 24 ราย ลงทุน 8,812 ล้านบาท

ในภาพรวมต่างชาติเข้ามาลงทุนในธุรกิจ เช่น

  • ธุรกิจบริการทางวิศวกรรม โดยเป็นการออกแบบทางวิศวกรรมสำหรับระบบต่างๆ ภายในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบทำน้ำเย็น และระบบปรับอากาศ เป็นต้น
  • ธุรกิจบริการตรวจสอบคุณภาพชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
  • ธุรกิจบริการออกแบบชิ้นส่วนยานยนต์ประเภทเข็มขัดนิรภัย ถุงลมนิรภัย
  • ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า (ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์สำเร็จรูปทางด้านภาพ เสียงระบบนำร่อง และชิ้นส่วน/แม่พิมพ์ ชิ้นส่วนแม่พิมพ์ และชิ้นส่วนโลหะปั๊มขึ้นรูป/อะไหล่และส่วนประกอบรถยนต์)
  • ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์ ซึ่งเป็นการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อจำหน่าย และ/หรือให้บริการ เช่น ซอฟต์แวร์การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล เป็นต้น

ที่มา กรมพัฒนาธุรกิจการค้า



ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา