ไวรัสโคโรนา: อัตราการตายต่ำเมื่อเทียบกับคนที่ติดเชื้อทั้งหมด 2% น้อยกว่าโรคซาร์ส 9.6%

การติดเชื้อไวรัสโคโรนาที่มีต้นตอมาจากอู่ฮั่น หูเป่ย์ จีนแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว จนทำให้ผู้คนหวาดกลัวและกังวลไปทั่วโลก แม้ความจริงแล้วจะมีอัตราการตายจากการติดเชื้อที่ค่อนข้างต่ำ 

เมื่อเทียบกับโรคซาร์สแล้ว ถือว่าแตกต่างกันมาก เพราะซาร์สคร่าชีวิตผู้คนไปราว 774 ราย ติดเชื้อรวม 8,096 ราย จาก 29 ประเทศ ช่วงปี 2002-2003 ซาร์สมีอัตราการตายสูงถึง 9.6% ขณะที่ไวรัสโคโรนามีการเสียชีวิตจากการติดเชื้ออยู่ที่อัตรา 2% 

  • ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสามารถรักษาจนหายจากอาการติดเชื้อได้ 
  • ผู้ที่เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ หรือมีความเจ็บป่วยอยู่ก่อนหน้าแล้ว ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ 
MANILA, PHILIPPINES – JANUARY 31: Filipinos hoping to buy face masks crowd outside a medical supply shop that was raided by police for allegedly hoarding and overpricing the masks, as public fear over China’s Wuhan Coronavirus grows, on January 31, 2020 in Manila, Philippines. The Philippine government has been heavily criticized after failing to immediately implement travel restrictions from China, the source of a deadly coronavirus that has now killed hundreds and infected thousands more. The World Health Organization (WHO) on Thursday declared the coronavirus a public health emergency of international concern. (Photo by Ezra Acayan/Getty Images)

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ส่วนใหญ่ผู้คนทั่วโลกตระหนก หวั่นวิตกกับไวรัสโคโรนา เพราะความไม่รู้และไม่มีการรับรองใดๆ เกี่ยวกับโรคนี้ สิ่งที่สาธารณชนควรจะทำคือ ระมัดระวังหรือหลีกเลี่ยงที่จะทำให้ตัวเองป่วย และมาตรการที่ได้ผลสำหรับการป้องกันก็คือ พยายามล้างมือบ่อยๆ อย่าเอามือสัมผัสที่หน้า

Amira Roess ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขโลกและด้านระบาดวิทยา แห่งมหาวิทยาลัย George Mason กล่าวว่า ยิ่งมีการติดเชื้อ ยิ่งทำให้ความกลัวแพร่กระจายมากขึ้น และสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดความหวั่นวิตกก็คือ ความกลัวในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้จัก 

มีงานวิจัยด้านจิตวิทยาเคยชี้ให้เห็นว่า ภัยคุกคามที่ทำให้ระดับความกังวลเพิ่มมากขึ้น คือความกังวลจากความไม่รู้ ผู้คนจะกังวลน้อยลงถ้าสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่พวกเขาคุ้นเคยดี 

ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนคือ มีตัวเลขที่พิสูจน์แล้วว่าอัตราการตายของคนอเมริกันนั้น ส่วนใหญ่ 1 ใน 7 มาจากการตายที่เกี่ยวกับโรคด้านหัวใจ แต่ถ้าเป็นการตายที่เกิดจากน้ำมือของชาวต่างชาติ หรือตายเพราะตกเป็นเหยื่อของผู้ก่อการร้ายนั้น ถือว่ามีอัตราการตายอยู่ที่ 1 ใน 45,808 ราย  

ปรากฎว่าแบบสำรวจความกลัวของชาวอเมริกันที่จัดทำโดยมหาวิทยาลัย Chapman เมื่อปี 2016 ระบุว่า ผู้คนกังวลและกลัวที่ชาติจะถูกโจมตีจากผู้ก่อการร้าย หรือกลัวที่จะเป็นเหยื่อจากผู้ก่อการร้ายมากติดอันดับ 1 ใน 5 ของความกลัวทั้งหมด ทั้งที่ความจริงแล้ว คนมีความเสี่ยงจากโรคที่เกี่ยวกับหัวใจมากกว่า 

Thailand Coronavirus โคโรนาไวรัส หน้ากาก
ภาพจาก Shutterstock

หากเทียบกับโรคอีโบลา (Ebola) ที่แพร่กระจายอยู่ในแอฟริกาตะวันตก ช่วงปี 2014-2016 แล้ว พบว่า อีโบลานั้นสามารถทำให้คนเสียชีวิตได้ มันเป็นสิ่งที่เรามองไม่เห็น ยากที่จะป้องกัน และมันก็แพร่กระจายโดยไม่รู้ตัว และยังไม่ชัดเจนอีกด้วยว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถคุมสถานการณ์ได้หรือไม่ 

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องเหยียดชาติเกิดขึ้นอีก ในฝรั่งเศส แคนาดา และสหรัฐฯ มีรายงานว่าเกิดเหตุเหยียดชาติเพิ่มขึ้น เพราะกลัวไวรัสโคโรนา 

The Guardian รายงานว่า มีผู้ปกครองเกือบ 9,000 รายในบริเวณใกล้เมืองโตรอนโต ลงนามร้องเรียนไม่ให้นักเรียนที่เคยเดินทางไปจีนในรอบ 17 วันที่ผ่านมาเข้าเรียน หลายคนที่ลงนามก็เขียนว่า ให้คนจีนหยุดกินสัตว์ป่า หยุดแพร่เชื้อโรคใส่คนอื่น หยุดแพร่เชื้อโรคและกักบริเวณตัวเอง หรือไม่ก็กลับบ้านไปซะ

The New York Times รายงานว่า ธุรกิจในฮ่องกง เกาหลีใต้ และเวียดนาม เขียนป้ายไม่ต้อนรับลูกค้าที่มาจากจีนด้วย 

Coronavirus
BEIJING, CHINA – JANUARY 25: Chinese women and a child all wear protective masks as they walk under decorations in a park after celebrations for the Chinese New Year and Spring Festival were cancelled by authorities on January 25, 2020 in Beijing, China. The number of cases of a deadly new coronavirus rose to over 1300 in mainland China Saturday as health officials locked down the city of Wuhan earlier in the week in an effort to contain the spread of the pneumonia-like disease which medicals experts have been confirmed can be passed from human to human. In an unprecedented move, Chinese authorities put travel restrictions on the city of Wuhan and neighbouring cities affecting a population of over 35 million. The number of those who have died from the virus in China climbed to at least 41 on Saturday and cases have been reported in other countries including the United States, Australia, France, Thailand, Japan, Taiwan and South Korea. (Photo by Kevin Frayer/Getty Images)

เหตุผลที่จะทำให้มีความหวังในช่วงที่ไวรัสโคโรนาระบาด Martinello รองศาสตราจาร์ยผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ มองว่า มีปัจจัยเพียงเล็กน้อยที่อาจจะลดความกลัวเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาได้บ้างคือ

ประการแรก มีการนิยามหรือมีข้อบ่งชี้เกี่ยวกับไวรัสตัวใหม่นี้ที่มีความรวดเร็วมากขึ้น เร็วกว่าสมัยก่อนเยอะ หนึ่งสัปดาห์หลังจากที่ค้นพบไวรัส ทางการจีนจึงเผยแพร่ข้อมูลนี้ 

ประการที่สอง เทคโนโลยีทางการแพทย์มีความก้าวหน้ามากขึ้นกว่าตอนค้นพบไวรัสโคโรนาสมัยทศวรรษ 1960 ทำให้การปฏิบัติการทางการแทพย์และไวรัสวิทยาสามารถวิจัยข้อมูลเชิงลึกเพื่อสืบค้นได้ว่าเป็นเชื้อไวรัสที่แพร่จากสัตว์สู่คนได้ เช่น นักวิทยาศาสตร์รู้ว่าไวรัสโคโรนาสามารถติแพร่เชื้อจากสัตว์สู่คนได้เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหวัดได้ เมื่อโรคซาร์สระบาดก็ถือเป็นครั้งแรกที่สามารถสืบย้อนดูได้ว่า ไวรัสโคโรนานี้แพร่เชื้อไวรัสมาจากสัตว์

ทั้งนี้ ชาวอเมริกันส่วนใหญ่จะเสี่ยงต่อการเป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลมากกว่า อย่างน้อย 15 ล้านรายติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ในรอบ 4 เดือนที่ผ่านมา เป็นเหตุให้เสียชีวิตมากถึง 20,000 ราย นับตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งช่วงที่ไข้หวัดใหญ่ระบาดหนักคือเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ และมีแนวโน้มจะแย่กว่าเดิม 

มาตรการป้องกันก็คือล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงเอามือสัมผัสผิวหน้า และไม่คลุกคลีกับผู้ป่วย ทั้งนี้ คนมักจะคุ้นเคยกับโรคไข้หวัดใหญ่ที่มาตามฤดูกาลมากกว่า ทำให้รับมือน้อยกว่าหรือไม่ค่อยระมัดระวัง ป้องกันตัวเองจากโรคไข้หวัดใหญ่ Martinello มองว่า การที่ความกังวลจากไวรัสโคโรนาที่แพร่กระจายอยู่ น่าจะทำให้โรคหวัดมีจำนวนลดลงเพราะผู้คนจะระมัดระวังตนเองมากขึ้น

Coronavirus Chinese Face Masks โคโรนาไวรัส
ภาพจาก Shutterstock

สถานการณ์ล่าสุดจากเว็บไซต์ Gisanddata โดย Johns Hopins CSSE ที่บันทึกจำนวนผู้ติดเชื้อรายประเทศหลังยืนยันแล้วแบบเรียลไทม์ ระบุว่า ไวรัสโคโรนามีผู้ติดเชื้อรวม 14,549 ราย เสียชีวิต 305 ราย รักษาจนหายจากอาการติดเชื้อรวม 340 ราย

  • จีน 14,375 ราย 
  • ญี่ปุ่น 20 ราย
  • ไทย 19 ราย 
  • สิงคโปร์ 18 ราย 
  • เกาหลีใต้ 15 ราย
  • ฮ่องกง 14 ราย 
  • ออสเตรเลีย 12 ราย
  • ไต้หวัน 10 ราย 
  • เยอรมนี 8 ราย
  • สหรัฐอเมริกา 8 ราย
  • มาเลเซีย 8 ราย 
  • มาเก๊า 7 ราย 
  • ฝรั่งเศส 6 ราย 
  • เวียดนาม 6 ราย
  • แคนาดา 4 ราย
  • สหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ 4 ราย 
  • อิตาลี 2 ราย 
  • รัสเซีย 2 ราย 
  • ฟิลิปปินส์ 2 ราย
  • อังกฤษ 2 ราย 
  • เนปาล 1 ราย
  • กัมพูชา 1 ราย
  • สเปน 1 ราย
  • ฟินแลนด์ 1 ราย
  • สวีเดน 1 ราย
  • อินเดีย 1 ราย
  • ศรีลังกา 1 ราย

ที่มา – Business Insider (1), (2), Gisanddata 

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา