Cineworld Group บริษัทโรงหนังอันดับ 2 ของโลก ขาดทุน 1,600 ล้านเหรียญใน 6 เดือนแรกของปีนี้

เรียกว่างานยากจริงๆ สำหรับธุรกิจโรงภาพยนตร์ในเวลานี้ เพราะไม่สามารถให้บริการได้ และถึงเปิดฉาย ภาพยนตร์ระดับ Blockbuster ก็ไม่มี ทำให้ Cineworld Group บริษัทโรงภาพยนตร์อันดับ 2 ของโลกประสบปัญหาหนัก

cineworld group

ต้องการเงินสดเพื่อเลี้ยงธุรกิจปี 2564

Cineworld Group ได้รายงานผลประกอบการของครึ่งแรกปี 2563 ว่าทำรายได้ 712 ล้านดอลลาร์สหรัฐ น้อยกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 2,200 ล้านดอลลาร์ถึง 67% ทั้งยังขาดทุนกว่า 1,600 ล้านดอลลาร์ เพราะการระบาดของ COVID-19 ทำให้โรงภาพยนตร์หลายแห่งไม่สามารถเปิดให้บริการได้

และถึงโรงภาพยนตร์ของ Cineworld Group เริ่มกลับมาเปิดให้บริการบ้างแล้ว เช่นในช่วงครึ่งปีหลังจะเปิดถึง 561 สาขา จากทั้งหมด 778 สาขาในเครือ (ปิดที่สหรัฐอเมริกา 200 สาขา, อิสราเอล 11 สาขา และสหราชอาณาจักร 6 สาขา) แต่ด้วยไม่มีภาพยนตร์ระดับ Blockbuster เข้าฉาย ก็ทำให้คนน่าจะไม่เข้ามาใช้บริการ

cineworld group

ดังนั้น Cineworld Group จึงต้องการเงินทุนเข้ามาใช้ดำเนินการธุรกิจในปี 2564 เพิ่มเติม เพราะการระบาดของโรค COVID-19 ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะจบลงเมื่อไร ทั้งยังต้องเจรจากับเจ้าหนี้ และผู้ให้เช่าสถานที่ต่างๆ เพื่อขอพักชำระหนี้ มิฉะนั้นธุรกิจของ Cineworld Group อาจประสบปัญหาอย่างหนัก

อย่างไรก็ตาม Cineworld Group ยืนยันว่ายังมีเงินทุนเหลือเพียงพอเพื่อดำเนินธุรกิจให้จบปี 2563 โดยธุรกิจนี้ก่อตั้งขึ้นในสหราชอาณาจักรตั้งแต่ปี 2538 มีโรงภาพยนตร์หลักคือ Regal Cinemas ส่วนในมุมของภาพยนตร์ Blockbuster ล่าสุด Disney ได้เลื่อน Black Widow จากที่ต้องฉายในเดือนพ.ย. 2563 เป็นเดือนพ.ค. 2564

สรุป

โรงภาพยนตร์ในระดับโลกนั้นประสบปัญหาสุดๆ โดยเฉพาะที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา และกลุ่มยุโรป เพราะไม่สามารถให้บริการได้เลย ยิ่งภาพยนตร์ Blockbuster เลื่อนออกไปอีก อนาคตของโรงภาพยนตร์ก็ยิ่งมองไม่เห็น ดังนั้นต้องติดตามกันว่าธุรกิจโรงภาพยนตร์จะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อให้ผ่านพ้นจาก COVID-19 ไปได้

อ้างอิง // CNN

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา