จีนอีกแล้ว! ก.ยุติธรรมสหรัฐฟ้องรัฐวิสาหกิจจีน “ขโมยเทคโนโลยี” ชิปหน่วยความจำ

เมื่อ Micron ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำได้โดนขโมยเทคโนโลยีโดยบริษัทซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของจีน นอกจากนี้ยังมีกรณีการขโมยเทคโนโลยีอื่นๆ ซึ่งสหรัฐกำลังเปิดเผยออกมาเรื่อยๆ

ภาพจาก Micron

คดีล่าสุดที่ทางการสหรัฐได้เปิดเผยออกมา เมื่อผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่อันดับ 5 ของโลกอย่าง Micron โดนขโมยความลับทางการค้า ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิตหน่วยความจำ แล้วนำเทคโนโลยีนี้ไปถ่ายทอดต่อให้กับรัฐวิสาหกิจจีน คาดว่ามูลค่าความเสียหายของ Micron สูงถึง 8,500 ล้านเหรียญสหรัฐ

เรื่องของการขโมยเทคโนโลยีจากบริษัทสหรัฐทำให้กระทรวงยุติธรรมสหรัฐเตรียมที่จะฟ้องร้องคดีนี้ด้วย และจะเพิ่มความร้อนแรงให้กับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน โดยการขโมยเทคโนโลยีของบริษัทสหรัฐเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีน

บริษัทที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เตรียมฟ้องประกอบไปด้วย Fujian Jinhua Integrated Circuit และ United Microelectronics Corp โดยสองบริษัทเป็นรัฐวิสาหกิจของจีน นอกจากนี้ยังมีบุคคลอีก 2 คนที่เป็นอดีตพนักงาน และอีก 1 คนเป็นอดีตผู้บริหารบริษัทลูกของ Micron ในไต้หวัน

เรื่องเป็นมายังไง?

เรื่องที่เกิดขึ้นก่อนที่จะโป๊ะแตกว่ามีการขโมยความลับทางการค้าขึ้นมาคือ Micron ได้ฟ้องบริษัทจีน 2 บริษัท Fujian Jinhua Integrated Circuit และ United Microelectronics Corp ว่าบริษัทเหล่านี้ขโมยความลับทางการค้า ทำให้ United Microelectronics Corp กลับฟ้องกลับว่า Micron นั้นลอกเลียนเทคโนโลยีในการผลิต ทำให้เกิดการสืบสวนขึ้นมา

หลังจาก FBI สืบสวนเรื่องนี้แล้วพบว่า ในช่วงหลังจาก Micron ซื้อโรงงานในไต้หวันช่วงปี 2013 โดยเอกสารกว่า 233 หน้า เกี่ยวกับเทคโนโลยีการผลิตชิป DRAM ซึ่งเป็นหน่วยความจำใช้ในผลิตภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็น การ์ดจอ แรมในคอมพิวเตอร์ ฯลฯ ถูกนำไปให้กับ Fujian Jinhua Integrated Circuit ซึ่งอดีตผู้บริหารบริษัทลูกของ Micron ในไต้หวันได้ลาออกมาเป็นผู้บริหารในช่วงปี 2015-2016 รวมถึงพนักงานอีก 2 คน

สำหรับ United Microelectronics Corp ที่มาเกี่ยวข้องกันได้เพราะว่า Fujian Jinhua นั้นมีการแชร์เทคโนโลยีการผลิตร่วมกัน รวมไปถึงมีการช่วยผลิตชิป DRAM ด้วย เนื่องจากกำลังการผลิตของ Fujian Jinhua น้อยกว่า

ในเดือนกรกฏาคมปีที่แล้ว ทางการจีนยังได้ห้ามไม่ให้ Micron จำหน่ายชิปหน่วยความจำในประเทศจีน ซึ่งรายได้ในประเทศจีนของ Micron มีไม่ถึง 1% เป็นประเด็นกดดันในเรื่องนี้อีกด้วย

ชิปหน่วยความจำเป็นส่วนประกอบสำคัญ โดยเฉพาะในโทรศัพท์มือถือ

2 แสนล้านคือการนำเข้าอุปกรณ์เหล่านี้

ในแต่ละปีผลิตภัณฑ์ Semiconductor ที่ประเทศจีนนำเข้ามีมูลค่ากว่า 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เป็นอันดับรองจากน้ำมันดิบ ทำให้ทางการจีนหาทางที่จะลดการนำเข้าและผลิตเองภายในประเทศจีนให้ได้ ซึ่งชิป DRAM และชิปหน่วยความจำอื่นๆ ส่วนใหญ่แล้วจะผลิตนอกประเทศจีน

ทางการสหรัฐได้กล่าวว่า บริษัทผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของโลกส่วนใหญ่อยู่นอกประเทศจีนหมด ไม่ว่าจะเป็น SK Hynix และ Samsung ในประเทศเกาหลีใต้ Micron ของสหรัฐ Infineon ของเยอรมัน รวมไปถึงบริษัทในไต้หวัน เช่น Winbond ฯลฯ จึงเป็นแรงจูงใจส่วนหนึ่งให้เกิดการขโมยความลับทางการค้า เนื่องจากถ้าจีนสามารถผลิตชิปเหล่านี้ได้จะทำให้มูลค่าการนำเข้าลดลง

พาณิชย์สหรัฐห้ามส่งออกให้ 2 บริษัทนี้แล้ว

ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้ห้ามส่งออกวัตถุดิบ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตชิปหน่วยความจำให้กับทั้ง 2 บริษัทแล้ว รวมไปถึงมีการขึ้นบัญชีดำในเรื่องนี้แล้วด้วย

Jeff Sessions รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า การขโมยเทคโนโลยีของบริษัทสหรัฐมีเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา จีนควรจะร่วมมือกับนานาชาติอย่างถูกต้องตามกฏหมาย และจะต้องหยุดในการขโมยเทคโนโลยีเหล่านี้ด้วย

Air China Airbus A330 ภาพจาก http://www.aircraft.airbus.com/presscentre/pressreleases/press-release-detail/detail/50th-a330-for-air-china-successfully-completes-maiden-flight/

ไม่ใช่แค่ชิปหน่วยความจำ

ไม่ใช่แค่การขโมยความลับทางการค้าที่เป็นเทคโนโลยีการผลิตชิปเท่านั้น สหรัฐยังได้รายงานว่าสายลับของจีนได้มีการตั้งรางวัลให้กับผู้ที่สามารถที่จะขโมยเทคโนโลยีเครื่องยนต์ไอพ่นสำหรับเครื่องบินโดยสาร ก่อนหน้านี้มีชาวจีนที่ถูกจับกุมในประเทศเบลเยี่ยมเกี่ยวข้องกับการขโมยเทคโนโลยีเครื่องยนต์ไอพ่นมาแล้ว

นอกจากนี้บริษัทที่เกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์ไอพ่นในฝรั่งเศสยังโดนขโมยเทคโนโลยีพร้อมกันกับคดีนี้อีกด้วย กระทรวงยุติธรรมกล่าวว่ามี Hacker รวมไปถึงสายลับของจีนที่เกียวข้องในคดีนี้ 10 รายด้วยกัน ช่วงเวลาในการขโมยเทคโนโลยีเกิดขึ้นในช่วงปี 2010-2015

เทคโนโลยีเครื่องยนต์ไอพ่นเป็นส่วนหนึ่งสำหรับการพัฒนาเครื่องบินที่ใช้ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งจีนพยายามที่จะผลิตให้ได้ภายในประเทศในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา แต่จีนไม่สามารถพัฒนาเทคโนโลยีตรงนี้ได้

วิเคราะห์

เรื่องนี้จะกดดันจีนในเรื่องของสงครามการค้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสหรัฐหวังว่าจีนจะกลับเข้ามาเจรจาโดยเฉพาะเรื่องของการขโมยทรัพย์สินทางปัญญา และเทคโนโลยีในการผลิต ซึ่งกว่าที่บริษัทต่างๆ จะคิดเทคโนโลยีเหล่านี้ได้ ต้องทุ่มเงินไปไม่น้อย การที่จีนขโมยเทคโนโลยีเหล่านี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในการค้าแบบเสรี

ซึ่งในอนาคตเราจะเห็นข่าวนี้ออกมาเรื่อยๆ

ที่มาUSA Today, Wired, The Register, CNA, Bloomberg [1], [2]

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Comments

mm
คอลัมนิสต์ Brand Inside เขาคือผู้ที่สนใจในเรื่องของตลาดทุนทั้งในและต่างประเทศ โครงสร้างพื้นฐาน TMT (Technology, Media, Telecom) การควบรวมกิจการ รวมไปถึงนโยบายทางเศรษฐกิจของต่างประเทศ