สี จิ้นผิง ขอทรัมป์และทั่วโลกรับมือ COVID-19 อย่างนุ่มนวล อย่าให้เกินกว่าเหตุ

การระบาดของโควิด-19 ทำให้ 128 ประเทศจำกัดการเข้าประเทศของผู้มาเยือนจากจีน ท่ามกลางความหวาดกลัวทั่วโลก ผู้นำจีนขอให้หุ้นส่วนหลายประเทศพยายามเปลี่ยนใจ เปลี่ยนท่าทีรับมือดังกล่าว

Xi Jinping ภาพจาก Shutterstock

จำนวนประเทศที่จำกัดการเดินทางเข้าประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า จากที่ก่อนหน้านั้นในช่วงสิ้นเดือนมกราคมมีแค่เพียง 62 ประเทศ ไทยซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวจีนชอบมาเยือนก็ยังถูกคัดกรองทั้งหมด และยังมีการแยกคนที่มีอาการให้เห็นชัดเจนว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19

การจำกัดการเยือนของชาวจีน สินค้าจีน และการไหลเวียนเงินที่มาจากชาวจีนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีน ทำให้ทั้งผู้นำจีนอย่างสี จิ้นผิง และสมาชิกพรรครายอื่นๆ ต้องออกมาร้องขอให้ยกเลิกการจำกัดการเข้าประเทศ

จีนขอทรัมป์ และทั่วโลกรับมือไวรัสโควิด-19 อย่างนุ่มนวล อย่าโอเวอร์แอคติ้ง

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา สี จิ้นผิง ได้เรียกร้องให้โจโค วี ผู้นำอินโดนีเซียซึ่งถือเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียนและเป็นประเทศหมู่เกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกร่วมทำงานกับจีนเพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว

นอกจากนี้ สี จิ้นผิงยังโทรศัพท์พูดคุยกับชีค ทามิม อัล ธานี (Amir Sheikh Tamim Bin Hamad Al Thani) กษัตริย์แห่งกาตาร์ประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก โดย สี จิ้นผิงซาบซึ้งใจกับมาตรการรับมือของกาตาร์ในการต่อสู้กับไวรัสโควิด-19

ทั้งการช่วยเหลือส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้จีนทางสายการบินกาตาร์ ซึ่งผู้นำจีนกล่าวว่าไม่ได้ต้องการปกป้องแค่ชีวิตและสุขอนามัยของชาวจีนเท่านั้น แต่ยังต้องการดูแลคนทั้งโลกในด้านสาธารณสุขด้วย โดยผู้นำจีนให้คำมั่นว่าจะติดต่อสื่อสารกับกาตาร์อย่างใกล้ชิดต่อไปเพื่อพัฒนาความร่วมมือในด้านนี้ให้ดีขึ้น

ขณะที่นายกรัฐมนตรีจีน Li Keqiang และนักการทูตระดับสูงอย่าง Yang Jiechi ก็โทรศัพท์ประสานกับผู้นำอังกฤษ เยอรมนี และชาติอื่นๆ ให้ช่วยรับมือกับโรคระบาดดังกล่าวอย่างนุ่มนวล ทั้งนี้ สี จิ้นผิงยังกล่าวกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ด้วยว่าให้รับมือกับไวรัสโควิด-19 ตามที่องค์การอนามัยโลกประกาศ และให้ทุกประเทศรับมืออย่างนุ่มนวล อย่าแสดงออกเกินกว่าเหตุ (overacting)

ทั้งนี้ จีนเตรียมแผนประชุมระดับรัฐมนตรีร่วมกับเหล่าสมาชิกประเทศอาเซียนในช่วง 20 กุมภาพันธ์นี้ที่ประเทศลาว เพื่อหารือรับมือกับไวรัสโควิด-19 ซึ่งมี 9 ประเทศในอาเซียนที่จำกัดการเดินทางของจีน ยกเว้นไทย สี จิ้นผิงหวังว่าจะมีการรับมือที่นุ่มนวลเช่นกัน โดยจะส่งรัฐมนตรีต่างประเทศ Wang Yi เข้าร่วมประชุมด้วย

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ภาพจากทำเนียบรัฐบาล

ความมั่นใจของไทยในการรับมือโควิด-19 โดดเด่นเหนือใคร ไม่แพ้ชาติใดในโลก

ท่ามกลางไวรัสโควิด-19 กำลังระบาด หลายประเทศยกระดับมาตรการเฝ้าระวังจีน รวมถึงปกป้องพลเมืองประเทศตัวเอง ทั้งหยุดให้วีซ่านักท่องเที่ยวจีนชั่วคราว ทั้งปิดชายแดนเชื่อมต่อ แต่ไทยยังใจกว้างไม่จำกัดการเดินทางมาเยือนไทยของนักท่องเที่ยวจีน ไม่หยุดให้ visa-on-arrival (VOA)

ทั้งนี้ปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา อนุทิน ชาญวีรกูลพยายามจะชงเรื่องนี้ให้มีการยกเลิก VOA ทางสุรวัช อัครวรมาศ อุปนายกสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (ATTA) ระบุว่าการยกเลิกวีซ่าเป็นการซ้ำเติมจีน

อาจกล่าวได้ว่าไทยน่าจะเป็นประเทศที่มีความมั่นใจเต็มร้อย ขณะที่ชาติอื่นต่างหวาดกลัวและพยายามหาทางป้องกัน เราจะเห็นว่า สิงคโปร์แบนคนจีนเข้าประเทศรวมถึงคนต่างประเทศที่เคยมีประวัติเยือนจีนในช่วงที่เริ่มมีการแพร่ระบาดของไวรัส ด้านสหรัฐฯ ก็ระงับคนต่างชาติที่เคยเยือนจีนไม่ให้เข้าประเทศตน 

หมู่เกาะโซโลมอนก็ออกกฎจำกัดการเข้าประเทศโดยเฉพาะคนที่มาเคยเดินทางไปประเทศใดก็ตามที่มีการยืนยันว่าพลเมืองประเทศนั้นติดเชื้อไวรัส ขณะที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ก็เคยใช้ทั้งมาตรการที่นุ่มนวล ไปจนถึงห้ามไม่ให้คนที่มาจากหูเป่ย์ จีน เข้าประเทศ

ก่อนหน้านั้นพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาก็เคยออกมาบอกว่าคุมสถานการณ์ได้ 100% แม้หลังจากนั้นจะมีตรวจพบคนติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 เพิ่มก็ตาม ก่อนหน้านี้มีวิจัยจากมหาวิทยาลัย Johns Hopkins ระบุว่าไทยนั้นมีศักยภาพทางการแพทย์แข็งแกร่งติดอันดับ 6 ของโลกจากทั้งหมด 195 ประเทศ และถือว่ายอดเยี่ยมที่สุดในเอเชียด้วย

ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยพึ่งพานักท่องเที่ยวจีนอย่างมาก นั่นน่าจะเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ไทยยังเปิดประตูกว้างไว้เพื่อตอนรับพี่น้องชาวจีนให้มาเยือน ซึ่งชาวจีนก็มาเยือนไทยราว 10.99 ล้านรายในปี 2019 ไทยถือเป็นเส้นทางโปรดปรานของชาวจีน นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวชาวจีนยังกระเป๋าตุง จ่ายหนักๆ กับการมาเที่ยวไทยมากถึง 20% ของจีดีพี 

ช่วงระหว่าง 24-31 มกราคมที่ผ่านมาซึ่งเป็นช่วงเทศกาลตรุษจีน ชาวจีนมาเที่ยวเมืองไทย ประมาณ 143,000 ราย น้อยกว่าปีที่แล้ว 58% ทำให้ไทยขาดรายได้ราว 9.1 พันล้านบาท พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีท่องเที่ยวและกีฬาประเมินว่า เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบและน่าจะสูญเงินประมาณ 3 แสนล้านบาท ขณะที่รัฐมนตรีคลังก็ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะโตถึง 3.3% เป็น 2.8%

ขณะนี้มีคนติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 64,447 คน เสียชีวิตจำนวน 1,384 คน รักษาหาย 7,116 คน

ที่มา – Nikkei Asian Review (1), (2), Xi Jinping Speaks with Sheikh Tamim Bin, Xi Jinping call Jokovi, Coronavirus Covid-19

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา