การใช้พลาสติกคือวิกฤตโลก จีนเตรียมแบนการใช้พลาสติกทั้งประเทศในปี 2025 

นักวางแผนเศรษฐกิจระดับสูงของจีนกล่าว จะลดการผลิตและการใช้พลาสติกภายใน 5 ปี ทั้งนี้ เพื่อช่วยลดการใช้พลาสติกที่เป็นสาเหตุสำคัญในการก่อมลพิษของโลก 

คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปประเทศกล่าวว่า ภายในสิ้นปี 2020 นี้ จีนจะแบนการใช้ถุงพลาสติกในซุปเปอร์มาร์เก็ตและชอปปิงมอลล์ต่างๆ ในเมืองหลวง รวมถึงการให้บริการส่งอาหารเดลิเวอรี่ด้วย จีนจะลดการใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งทั้งใน e-commerce และการส่งอาหารแบบเดลิเวอรี่ในปี 2022 และจะใช้วัสดุทางเลือกอื่นแทน

การใช้พลาสติกได้รับความนิยมมากขึ้นเมื่อมีแอปฯ ชอปปิงออนไลน์และแอปฯ ส่งอาหารเดลิเวอรี่ แอปฯ เหล่านี้เปลี่ยนวิถีชีวิตคนให้กลายเป็นวิถีชีวิตแบบใหม่ไปแล้ว รวมถึงชีวิตของคนในชนบทด้วย 

เฉพาะแค่อาลีบาบาที่อำนวยความสะดวกให้คนชอปปิงได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงแบบมาราธอนในวันคนโสดนี่ก็มีการเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันว่าการส่งของเดลิเวอรี่นี้มีการใช้พลาสติกบรรจุสิ่งของมากถึง 1 พันล้านแพคเกจภายในวันเดียว

ภาพจาก Shutterstock

การสั่งอาหารเพิ่มขยะพลาสติกได้มากอย่างไม่ต้องสงสัย เพียงแค่สั่งออนไลน์ใช้เวลาแค่ 15 นาที อาหารมาส่งถึงมือคุณพร้อมกับบรรจุหีบห่ออย่างดี โดยที่คุณไม่ต้องนำจาน-ชามตัวเองออกมาใช้เลย 

จีนเริ่มสั่งให้มีการแบนพลาสติกที่กำลังกลายเป็นขยะท่วมประเทศ โดยนำระบบรีไซเคิลเข้ามาใช้ในเซี่ยงไฮ้เป็นเมืองแรก และตอนนี้จีนก็กำลังจะกลายเป็นประเทศที่สามารถแบนการนำเข้าขยะจากต่างประเทศได้อย่างสมบูรณ์ด้วย

หลายประเทศในอาเซียนกำลังเริ่มแบนพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งให้หมดไปภายในปี 2020 เป้าหมายเพื่อการลดการบริโภคที่มีพลาสติกเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ถ้าทำได้ตามเป้า ภายในปี 2025 จะสามารถลดการใช้พลาสติกได้มากถึง 30%

สรุปสั้นๆ จีนมีแผนแบนพลาสติก ดังนี้

  • ภายในสิ้นปี 2020 นี้ จีนจะแบนการใช้ถุงพลาสติกในซุปเปอร์มาร์เก็ตและชอปปิงมอลล์ต่างๆ ในเมืองหลวง รวมถึงการให้บริการส่งอาหารเดลิเวอรี่ด้วย
  • ภายในปี 2022 จีนจะลดการใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งทั้งใน e-commerce และการส่งอาหารแบบเดลิเวอรี่
  • ในปี 2022 การบริการเดลิเวอรี่จะถูกห้ามไม่ให้ใช้พลาสติกแบบย่อยสลายยากในเมืองใหญ่ๆ ของจีน เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเตรียมแบนการใช้พลาสติกทั่วทั้งประเทศภายในปี 2025

ที่มา – South China Morning Post (1), (2)

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา